หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติวิ่งตร...

ชัชชาติวิ่งตรวจงาน รับ ‘Car Free Day’ รองผู้ว่าฯ ส่งการบ้าน ‘เดินทางดี’ ไม่ง้อรถส่วนตัว

22.09.25 | 17:31 น.

ชัชชาติวิ่งตรวจงาน รับ ‘Car Free Day’ รองผู้ว่าฯ ส่งการบ้าน ‘เดินทางดี’ ไม่ง้อรถส่วนตัว

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่ถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวขณะเผยแพร่ภาพสดว่า เมื่อวานนี้เป็นวัน Car Free Day แต่เนื่องจากเมื่อวานนี้เป็นวันหยุดราชการ จึงจัดกิจกรรมขึ้นวันนี้ โดยให้ข้าราชการกทม. ไม่ต้องขับรถยนต์มาทำงาน

“วันนี้ผมก็วิ่งมา แล้วเดี๋ยวไปอาบน้ำที่ทำงาน สวัสดีวันจันทร์ จริงๆ แล้วที่หายไปสัปดาห์นึง ไปงานที่วอชิงตันดีซี มา เป็นเมืองพี่เมืองน้องที่เก่าแก่ที่สุดของ กทม. 63 ปี ซึ่งเรามีเมืองพี่เมืองน้อง 37 เมืองทั่วโลก”

“มีงานใหญ่ ท่านทูตวอชิงตันเชิญไป เผยแพร่วัฒนธรรม คนไทยมาเป็นหมื่นคนเลย ได้เจอหลายคน เจอผู้ว่าฯ ของกรุงวอชิงตันดีซี เก่งมากเลย ได้คุยหลายประเด็น ไปดูโรงเรียนของเขา ไปเยี่ยมวุฒิสมาชิกที่เป็นลูกครึ่งไทย สนใจจะทำ เมืองพี่เมืองน้องกับชิคาโก และมีโอกาสไปเยี่ยมแสนดี (บุตรชาย) 2 วัน ก็ถือโอกาสลา 2 วัน ไปเยี่ยมเขานิดนึง” นายชัชชาติเผย

Advertisement

ระหว่างนี้ นายชัชชาติ หันไปกล่าวทักทาย ‘พี่กวาด’ พนักงานทำความสะอาดของ กทม. ขณะกวาดน้ำท่วมขัง โดยพบว่าน้ำไม่ลงท่อ ซึ่งได้มาดูปัญหาบริเวณนี้แล้ว 1 ครั้ง

“เรามาวิ่งแบบนี้ ทำให้เห็นปัญหาของเมือง ตรงนี้มันไม่มีท่อ ผมว่าทำสโลปไม่ดี เป็นแอ่ง เดี๋ยวจะให้มาเทยางมะตอยใหม่” นายชัชชาติกล่าว

โดยเมื่อพนักงานทำความสะอาด กล่าวกับผู้ว่าฯ ว่า ตรงนี้ทำไม่เสร็จสักที จึงสอบถามต่อไปว่าเขตไหนดูแล ?
นายชัชชาติกล่าวว่า เขตปทุมวันมาเลย เคยวิ่งผ่าน แล้วบอกปัญหาตรงจุดนี้ไปแล้ว

นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า วันนี้วิ่งไปดู Covered walkway สาทรใต้ ที่พระราม 4 เรียบร้อยดี ส่วนช่วงเย็นวันนี้จะไปดูสถานการณ์น้ำ

“คิดถึง หายไป 7 วัน เป็นห่วงเรื่องน้ำเหมือนกัน แต่รองฯ วิศณุ ทรัยพ์สมพล ก็ทำได้ดี เดี๋ยวเจอกันที่ศาลาว่าการกทม . 7 โมงเช้า” นายชัชชาติกล่าว

ต่อมา ที่ศาลาว่ากทม. นายชัชชาติ นำทีมผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ส่งการบ้านความก้าวหน้าการพัฒนา First Mile ถึง Last Mile เชื่อมโยงการเดินทางในกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเดินทาง และส่งเสริมให้ประชาชนมีทางเลือกในการเดินทางเพิ่มขึ้น ในกิจกรรม Bangkok Car Free 2025 ภายใต้แนวคิด “Car Free Everyday” โดยกิจกรรมในวันนี้ ผู้บริหาร กทม. สำนัก และสำนักงานเขต พาไปชมวิธีการเชื่อมต่อการเดินทางด้วยบรรยากาศแบบสดๆ ที่จะทำให้เห็นว่ามีบริการที่หลากหลายในการเดินทางในกรุงเทพมหานคร

นายชัชชาติ กล่าวว่า การเดินทางเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน ทั้งภาครัฐเองต้องช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้น ปลอดภัย และระบบขนส่งสาธารณะที่ราคาไม่แพง ภาคประชาชนเองก็อาจจะต้องปรับพฤติกรรม เพราะในปัญหาการจราจรหากเรายังใช้รถยนต์ส่วนตัวอยู่ก็เป็นส่วนหนึ่งของรถติด แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หากมีโอกาสใช้ขนส่งสาธารณะได้ก็อยากให้ลองใช้ อาจไม่สะดวกเท่ารถยนต์ส่วนตัว แต่หากเราร่วมมือกัน การจราจรติดขัด และการก่อให้เกิดมลภาวะต่างๆ ในภาพรวมก็จะดีขึ้น ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับกิจกรรมในเช้าวันนี้ 4 ผู้บริหาร กทม. ประกอบด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รศ.ทวิดา กมลเวชช นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารสำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการระบายน้ำ และสำนักการโยธา เดินทางโดยใช้ขนส่งสาธารณะไปยังสถานที่ทำงาน ด้วยวิธีการหลากหลาย อาทิ การเดิน รถไฟชานเมือง รถไฟฟ้า BTS, MRT, Airport Rail Link เรือโดยสารคลองแสนแสบ BMA Feeder และ Bike Sharing เพื่อให้เห็นทางเลือกการเดินทางรูปแบบต่างๆ ใน กทม. โดยไม่ใช้รถยนต์ส่วนตัว พร้อมเก็บปัญหาที่พบมาแก้ไขต่อไป

 

สำหรับ Bangkok Car Free 2025 ภายใต้แนวคิด “Car Free Everyday” ในปีนี้ กรุงเทพมหานคร พร้อมมาส่งการบ้านให้กับชาวกรุง อัปเดตการพัฒนาการเดินทางรูปแบบต่างๆ ให้เป็นเมืองเดินทางดี ที่พร้อมสนับสนุนให้ทุกคนสามารถเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางระยะสั้นๆ First Mile สู่ Last Mile เข้าสู่ระบบขนส่งมวลชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวได้ในทุกวัน เป็น Car Free Everyday อย่างยั่งยืน โดยการบ้านพร้อมส่ง ประกอบด้วย

ถนนยานนาวา

1. ทางเท้า
กทม. ได้มีการปรับปรุงทางเท้ากว่า 1,100 กิโลเมตร จัดทำไหล่ทางสำหรับทางเดินในซอยแคบ ๆ ที่ไม่มีทางเท้า เพื่อความปลอดภัย ทางจักรยานในย่านต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อขนส่งมวลชน ปรับปรุงทางเดินและทางปั่นเลียบคลองแสนแสบ คลองผดุงกรุงเกษม คลองเปรมประชากร โดยมีตัวอย่างจาก ซอยรัชดาภิเษก 19 ของเขตดินแดง และซอยเย็นอากาศของเขตสาทร มาให้ชม แม้พื้นที่จำกัด แต่เมื่อขีดสีตีเส้นเป็นทางเดินชัดเจน ทำให้คนรู้สึกสะดวกในการเดินออกจากซอยไปเชื่อมขนส่งสาธารณะอื่นได้

2. ทางข้าม
ปรับปรุงทางข้ามกว่า 2,100 จุด ความกว้างของแต่ละจุดขึ้นอยู่กับปริมาณของผู้ใช้ มี 2 รูปแบบ คือ สีโค้ก เพื่อให้ผู้ขับขี่สังเกตเห็นผู้ข้ามถนนง่าย และอีกแบบคือ สีขาว เพิ่มความปลอดภัยสำหรับคนข้าม ด้วยการติดตั้งไฟสัญญาณสำหรับคนข้าม มีทั้งแบบนาฬิกานับถอยหลัง และแบบไฟกระพริบสีส้มเพื่อให้ผู้ขับขี่สังเกตเห็นและจอดให้คนข้าม

3. Covered Walkway (ทางเดินหลังคาคลุม)
โครงการนำร่อง ทำหลังคาคลุมทางเดินถนนสาทรใต้ เชื่อม MRT ลุมพินี กับ สกายวอล์กช่องนนทรี ตลอดทางยาว 1.6 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 68 หลังจากนั้นจะปรับปรุงทางเท้าในบริเวณนี้ใหม่ด้วย นอกจากบริเวณสาทรแล้ว กทม. มีแผนจะก่อสร้าง Covered Walkway บริเวณจตุจักร เชื่อมต่อผู้ใช้รถไฟฟ้า MRTสวนจตุจักร BTSหมอชิต และรถโดยสารประจำทางในบริเวณดังกล่าว

4. วินมอเตอร์ไซค์ (วินต้นแบบ)
ทุกสำนักงานเขตเริ่มตรวจสอบมาตรฐานวินฯ เชิงรุก ตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงธันวาคม 2568 และตั้งเป้าตรวจสอบให้ครบ 100% ของวินที่จดทะเบียนแล้ว 5,365 แห่งทั่วกรุงเทพฯ โดยกำหนดให้ทุกเขตสุ่มตรวจอย่างน้อย 20% ของวินในพื้นที่ทุกเดือนต่อเนื่องเป็นเวลา 5 เดือน

5. Bike Sharing (จักรยานสาธารณะ)
จัดให้มีจักรยานสาธารณะ หรือ Bike Sharing โดยมีผู้ให้บริการทั้งสิ้น 4 เจ้า ได้แก่ Anywheel, Hello PunPun, People Go by Pundai, และ GCOO ตั้งเป้าหมายให้มีจักรยานรวม 6,000 คัน ครอบคลุมทั่ว กทม. ภายในปี 2569

6. ทางเดิน – ปั่นริมคลอง
กทม. พัฒนาทางเดินปั่นริมคลอง เช่น คลองแสนแสบ คลองเปรมประชากร คลองบางนา คลองห้วยขวาง คลองเคล็ด ซึ่งมีเส้นทางเชื่อมโยงชุมชน วัด ท่าเรือ กระตุ้นให้เกิดการสัญจรและพบปะของผู้คน ยกตัวอย่างทางเดินริมคลองแสนแสบเชื่อมต่อกับท่าเรือคลองแสนแสบ ซอยลัดเลาะไปยัง BTS-MRT หลายสถานีด้วย โครงการพัฒนาทางเดิน-ปั่นริมคลองแสนแสบ ยังเดินหน้าเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกับชุมชน ขนส่งสาธารณะ และสถานที่ต่าง ๆ รวมความยาว 47.5 กิโลเมตร

7. สะพานเขียว
ทางเดิน – ปั่นริมคลองแสนแสบ สามารถเชื่อมไปยังบริเวณแยกอโศก สวนเบญจกิติ และการเชื่อมต่อไม่หยุดเพียงเท่านั้น ยังมีสะพานเขียวที่จะเชื่อมไปยังอีกสวนขนาดใหญ่อีกแห่งนั่นคือ สวนลุมพินี โดยสะพานเขียวมีทางปั่นจักรยานและทางสำหรับผู้ใช้วีลแชร์ จะเปิดให้เริ่มใช้งานสำหรับการเดินช่วง ต.ค. นี้ และคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์เต็มรูปแบบในช่วงกลางปี 2569

8. เรือโดยสาร
อีกหนึ่งวิธีการเดินทางในย่านเขตเมืองเก่า (Old Town) คือเรือโดยสารไฟฟ้าในคลองผดุงกรุงเกษม ให้บริการฟรี ตลอด 11 ท่าเรือ จากหัวลำโพงไปถึงตลาดเทวราช เชื่อมต่อรถเมล์ได้ทุกท่าเรือ เชื่อมต่อ MRT หัวลำโพง และเรือโดยสารคลองแสนแสบ โดยให้บริการทุกวัน

9. BMA Feeder
BMA Feeder จำนวน 6 เส้นทาง โดยสามารถติดตามรถว่าอยู่ตรงไหน ได้ที่แอปพลิเคชัน ViaBus ซึ่ง 6 เส้นทางประกอบด้วย เส้นทางที่ 1 สำนักงานเขตทวีวัฒนา-วัดปุรณาวาส-MRT หลักสอง เส้นทางที่ 2 ศาลาว่าการ กทม.2 – BTS สนามเป้า เส้นทางที่ 3 ชุมชนเคหะร่มเกล้า – ARL ลาดกระบัง เส้นทางที่ 4 สามเสน – ตั้งฮั่วเส็ง เส้นทางที่ 5 บางขุนนนท์ – 4 ตลาดน้ำ และเส้นทางที่ 6 (ให้บริการเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) คือ พิพิธภัณฑ์เด็กฯ (จตุจักร) – BTS หมอชิต ให้บริการฟรีทุกเส้นทาง

10. เกาะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
กทม. มีแผนพัฒนาปรับปรุงพื้นที่รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี ภายใต้แนวคิด “Car Free Everyday” เพื่อให้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่เชื่อมต่อทุกระบบขนส่งสาธารณะได้อย่างไร้รอยต่อ เช่น รถเมล์ รถไฟฟ้า BTS และทางเดินลอยฟ้า (Skywalk) โดยจะมีการก่อสร้างทางเดินลอยฟ้าเชื่อมต่อย่านการแพทย์บนถนนราชวิถีไปยังเกาะอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทำทางเดินมีหลังคา เพิ่มจุดข้ามถนน การปรับปรุงภูมิทัศน์และศาลารอรถ รวมถึง การจัดการระบบขนส่ง และปรับจุดจุดขึ้น-ลงรถโดยสารประจำทาง ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้ใช้จริง

จาก Car Free Everyday 2025 เดินหน้าต่อเนื่องสู่ Bangkok Climate Action Week รวมพลจุดพลังด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศ ครั้งแรกในภูมิภาคเอเชีย ที่กรุงเทพฯ

ถัดจากสัปดาห์ Bangkok Car Free 2025 ระหว่างวันที่ 22 – 27 ก.ย. แล้ว กรุงเทพมหานคร ยังเดินหน้าด้านสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องด้วยงาน Bangkok Climate Action Week 2025 (BKKCAW) ซึ่งเป็นการรวมตัวด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศระดับภูมิภาค ที่จะจุดพลังของผู้คนเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง โดยตลอดทั้งสัปดาห์จะได้พบกับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกว่า 200 กิจกรรม จัดขึ้นตามสถานที่สำคัญต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ เช่น หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) สวนเบญจกิติ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สยามดิสคัฟเวอรี และอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนิทรรศการศิลปะหรือกิจกรรมเวิร์กช็อปด้านการปฏิบัติการสภาพภูมิอากาศ องค์กรพันธมิตรจากทั้งภาครัฐ การศึกษา ภาคธุรกิจ และองค์กรระหว่างประเทศ จะมาร่วมกันสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้เรียนรู้ สร้างเครือข่าย และลงมือทำเพื่ออนาคตแห่งความยั่งยืน

โดยในบรรดากิจกรรมกว่า 200 กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในงาน BKKCAW จะครอบคลุมประเด็นสำคัญ 3 หัวข้อ ได้แก่ ระบบอาหาร การเปลี่ยนผ่านพลังงาน และธรรมชาติ ระหว่างวันที่ 28 กันยายน – 4 ตุลาคม 2568 และพิธีปิดงานในวันที่ 5 ตุลาคม 2568 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม : www.bangkokclimateactionweek.org