หน้าแรก ในประเทศ ชัชชาติ ดีลข้...

ชัชชาติ ดีลข้าม จว. ยัน ไม่น่าห่วงเหมือนปี 54 ลุยเช็ก ‘ระบายน้ำ’ กรมชลฯ ปทุมธานี

22.09.25 | 17:45 น.

ชัชชาติ ชนหมัดข้ามจว.! ลุยถามสถานการณ์น้ำ กรมชลฯ จ.ปทุมธานี ชี้ไม่น่าห่วงเหมือนปี 54 ย้ำอยู่ระดับดับเฝ้าระวังแต่ไม่ประมาท ผนึกร่วมมือจัดการน้ำดูภาพรวมทั้งหมด

เมื่อวันที่ 22 กันยายน ที่คลอง 13 อำภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯกทม. ร่วมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันออก โดยมี นายอนุศักดิ์ ทองปรุง หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน รังสิตเหนือ ร่วมให้ข้อมูล

นายชัชชาติ กล่าวว่า พวกเราก็คงจะกังวลเรื่องน้ำ จากการที่เห็นน้ำท่วมแถวจ.อยุธยา อ่างทอง หรือ หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ที่น้ำจะไหลลงมารวมกันแถวนี้

“ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของแบวราบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนนี้เราอยู่แถวปทุมธานี ลงไปแถวด้านล่างจะเป็นพื้นที่กรุงเทพฯ แถวมีนบุรี คลองสามวา ซึ่งตรงคลอง13 จะเป็นคลองรับน้ำจากด้านบน เอาจริงแล้วก็เป็นน้ำจากแม่น้ำป่าสัก” นายชัชชาติชี้

Advertisement

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปอีกว่า ในการระบายน้ำมีการแบ่งงออกเป็นหลายโซนเช่น รังสิตเหนือ รังสิตใต้ และตรงนี้คือฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา โดยด้านบนจะมีน้ำจากแม่น้ำป่าสักไหลลงมา ซึ่งเวลาน้ำมาก็ต้องระบายลงที่คลอง 13 เป็นหลัก แล้วมีคลองตัดเป็นคลองระพีพัฒน์ และคลองรังสิต ระบายน้ำออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งถ้าน้ำตรงนี้เยอะก็มีโอกาสที่จะกระทบกรุงเทพตะวันออกได้ เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับว่าพื้นที่ตรงนี้มันรับน้ำได้แค่ไหน

ด้าน นายอนุศักดิ์ กล่าวว่า คลองที่เรายืดอยู่จุดนี้ศักยภาพมันระบบายน้ำได้ 80ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที (ลบ.ม./วินาที) อย่างฝั่งนี้ที่ระบายอยู่ราว 47 ลบ.ม./วินาที ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับริมาณฝนตกที่ผ่านมา ซึ่งตกในบริเวณนี้เยอะ เขาก็ให้ระบายน้ำแค่ 40 กว่า ลบ.ม./วินาทีมาก่อน

“แต่ว่าตอนนี้มันลงมาที่คลอง13 ไม่ถึง เพราะส่วนหนึ่งมันลงมาสัก 17-18 คิว ที่เหลือมันก็จะออกไปทางคลองรังสิต และที่เหลือก็จะไปออกทางองครักษ์ ซึ่งเป็นแม่น้ำนครนายก กับ แม่น้ำปราจีนบุรี รวมกันเป็นแม่น้ำบางประกง ออกไปแถวๆคลอง 19 ตอนนี้น้ำก็ค่อนข้างเยอะ

เราก็จะใช้วิธีสูลออกทางด้านฝั่งขวา (ทางตะวันออก) จะพยายามไม่เอาน้ำจากด้านบนลงมาด้านล่างเยอะ เพราะส่วนหนึ่งก็เป็นโซนพื้นที่อยู่อาศัย เพราะมันจะกลายเป็นว่าน้ำเหนือลงมาเยอะ ผสมกับน้ำฝน มันก็จะกลายเป็น 2 น้ำ แล้วจะระบายไม่ทัน ฉะนั้นจึงใช้วิธีการตัดออกไปทางแม่น้ำนครนายกเป็นหลัก” นายอนุศักดิ์ชี้

ต่อมา นายชชัชชาติกล่าวว่า ปัญหาคือพอน้ำเหนือลงมา มันก็จะมาลงทางคลองแสนแสบ แล้วไปที่คลองประเวศ สุดท้ายถ้ามันลงมาด้านล่างแล้วจะไหลออก ก็จะมาที่คลองพระโขนง มันก็จะมากดดันลาดกระบังเราอยู่ดี ฉะนั้นเราก็ต้องช่วยกันดู

“ขอบคุณทางกรมชลฯ ที่ช่วยดูแลสถานการณ์น้ำด้านบน เพราะพอน้ำมันเข้ามาเขตเราปุ๊บ เราก็จะเป็นผู้ดูแล แต่กรมชลฯเขาก็จะช่วยจัดการตรงนี้ก่อนว่า ขอออกไปทางเจ้าพระยาก่อนได้ไหม หรือ คลองรังสิตออกไปทางแม่น้ำบางประกง นครนายกได้ไหม ที่เหลือก็ต้องไหลมาลงด้านล่าง

พอลงมาก็จะเจอคลองแสนแสบ แล้วก็จะมาคลองประเวศบุรีรมย์ แล้วพอมาถึงตรงนี้ปุ๊บ ก็จะมาตรงพื้นที่ของลาดกระบัง ก็จะท่วม ตอนนี้ถ้าหากน้ำในพื้นที่ตรงนี้เยอะ น้ำจากปทุมธานีเยอะ น้ำแถวแปดริ้วเยอะ มันก็จะไม่มีที่ไป ฉะนั้นมันก็จะไล่ออกมาที่ประตูพระโขนง ซึ่งน้ำมันต้องดูกันเป็นภาพรวมทั้งหมด” นายชชัชชาติระบุ

เมื่อนายชชัชชาติถามเจ้าหน้าที่กรมชลประทานว่า ตอนนี้สถานการณ์น้ำเป็นอย่างไร หรือสถาการณ์หนักหรือไม่?

นายอนุศักดิ์กล่าวว่า ตอนนี้ก็ยังอยู่ในสถาการณ์เฝ้าระวัง ถามว่าหนักไหม ก็ยังไม่หนัก เพราะว่าปีก่อนๆที่ผ่านมา เช่น ปี64 หรือ ปี 65 แรงกว่านี้ ซึ่งน้ำจากเจ้าพระยาปล่อยลงมาค่อนข้างเยอะ ในช่วงกันยายน-ตุลาคม ซึ่งถือว่าเป็นช่วงวิกฤต แต่ว่าในปี 65 ยังไม่ได้มีผลสักเท่าไร

“แต่สถานการณ์วันนี้ มันมีน้ำจากเขื่อนป่าสักเยอะ แต่ก็ตัดออกไปทางเขื่อนพระราม6 เพื่อไปออกทางเจ้าพระยา แต่อีกส่วนหนึ่งก็โรยน้ำลงมาทางคลองระพีพัฒน์แยกตก กับ แยกใต้ แต่ก็ปล่อยออกมาได้แค่ส่วนหนึ่ง เพราะเป็นโซนที่อยู่อาศัย ถ้าปล่อยน้ำลงมาเยอะก็จะเป็นปัญหาเรื่องของฝนตกและน้ำท่วมขัง” นายอนุศักดิ์ชี้

นายชัชชาติกล่าวเสริมว่า ตามจริงแล้วแม่น้ำป่าสัก เขาจะมีเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ช่วยตัดอยู่ แต่ว่าความจุของเขื่อนป่าสักก็ไม่เยอะ มีความจุแค่เพียง 900 ล้านลูกบาศก์เมตร เทียบกับเขื่อนภูมิพลเป็นหมื่นล้านลูกบาศก์เมตร หรือ เขื่อนสิริกิต์ก็มีความจุประมาณ 9,000 ล้านลูกบาศก์เมตรเลย

“ฉะนั้นเขื่อนป่าสักฯช่วย แต่ว่ามันก็เต็มเร็ว เช่น ถ้าเกิดมีพายุเข้ามามันก็จะเต็ม แล้วก็ปล่อยลงมาทางด้านนี้ ตอนนี้เราก็ต้องเฝ้าระวังอยู่ตลอด เพราะทางสำนักงานระบายน้ำเราก็ไม่ได้ประมาท” นายชัชชาติเผย

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า วันนี้เราข้ามเขตมา ซึ่งก็มีความกังวลเรื่องน้ำอยู่ แต่ก็สรุปว่าสถานการณ์น้ำอยู่ในระดับการเฝ้าระวัง ไม่ได้น่าเป็นห่วงเหมือนปี 54