วันที่ 23 เมษายน 2560 เมื่อเวลา 15.30 น. นายวีระศักดิ์ ฤทธิโสม อายุ 35 ปี อยู่ที่ หมู่ที่ 8 ต.นาพญา อ.หลังสวน พร้อมด้วย นายมณี พรหมสุวรรณ อายุ 63 ปี อยู่ที่ หมู่ที่ 9 ต.นาพญา นายปรีชา จินาเพ็ญ อายุ 73 ปี หมู่ที่ 8 ต.นาพญา ทั้งหมดมีอาชีพทำสวนปาล์ม เดินทางเข้าพบผู้สื่อข่าว โดยนำเอกสารเกี่ยวกับที่ดินมาแสดงพื้นที่สาธารณะ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ในพื้นที่ ต.นาพญา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ที่มีการออกเอกสารระบุเป็นที่สาธารณะตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2475 โดยเอกสารดังกล่าวระบุรายการชื่อที่สาธารณะ ต.นาพญา ลำดับรายการที่ 2 ระบุในหมู่ที่ 9 ต.นาพญา มีเนื้อที่สาธารณะ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” รวมเนื้อที่ 1,000ไร่ นอกจากนั้น ยังมีเอกสารต่างที่แสดงถึงการสูญหายของ“ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” มาแสดงด้วย
นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 มีหนังสือจากสำนักงานที่ดินชุมพร สาขาหลังสวน มาถึง นายมณี พรหมสุวรรณ เพื่อขอให้ไปชี้แนวเขตในการรังวัด “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” เพื่อจะใช้ออกเอกสารหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ “นสล.” โดยมีการนัดรังวัดในวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา เมื่อถึงเวลา นายมณี พร้อมด้วย นายวีระศักดิ์ และนายปรีชา ซึ่งมีที่ดินรอยต่อกับ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินเพื่อทำการชี้แนวเขต และสอบถามรายละเอียด จึงทราบจากเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินว่าว่า “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ที่จะนำไปดำเนินการจด นสล.นั้น มีเนื้อที่เพียง 39 ไร่ 2 งาน 2 ตารางวาเท่านั้น ทั้งสามคนจึงเกิดความสงสัยเป็นอย่างมาก เนื่องจากชาวบ้านทั้ง ต.นาพญา ทราบมานานตั้งแต่ปู่ย่าตายายแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวของ หมู่ที่ 9 เป็นพื้นที่สาธารณะ“ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา”มีเนื้อที่มากหลายร้อยไร่ แต่เหตุใดจึงเหลือเพียง 39 ไร่ 2 งาน 2 ตารางวาเท่านั้น
จากนั้น นายวีระศักดิ์และนายมณีเดินทางไปขอตรวจสอบเอกสารที่ดินสาธารณะกับว่าที่ ร.ต.กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน จึงทราบว่า เอกสารระบุที่สาธารณะในหมู่ที่ 9 “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” มีมากถึง 1,000 ไร่ แต่เหตุใดเจ้าหน้าที่รังวัดจึงระบุว่ามีประมาณ 39 ไร่เท่านั้น จึงได้ขอให้ว่าที่ ร.ต.กิตติภพ ตรวจสอบแผ่นที่ทางอากาศของพิกัดที่ดินในระวางดังกล่าว แล้วก็พบว่า ตามพิกัดของ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ที่ระบุไว้ในเอกสารระบุที่สาธารณะหมู่ที่ 9 กลายเป็นเอกสารสิทธิ์ประเภท นส.3 ก.บ้าง โฉนดที่ดินบ้างไปแล้วถึง 961 ไร่ โดยแบ่งเป็นแปลงใหญ่แปลงย่อยมากมายหลายแปลง แต่ละแปลงมีนายทุนทั้งใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร และจังหวัดอื่นๆ เป็นผู้ครอบครอง บางแปลงมีการขายเปลี่ยนมือแล้วหลายทอด บางรายเป็นชื่อของผู้นำบ้าง เป็นของอดีตนักการเมืองท้องถิ่นบ้าง ซึ่งทำให้ ว่าที่ ร.ต.กิตติภพ รู้สึกแปลกใจเช่นกัน และรับปากกับชาวบ้านทั้ง 3 คนว่าจะดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า พวกตนเกรงว่าเรื่องดังกล่าวจะเงียบหาย จึงไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กกลุ่ม “ชุมชนคนหลังสวน” จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทั่วทั้ง อ.หลังสวน และตัดสินใจเดินทางมาพบผู้สื่อข่าว เมื่อผู้สื่อข่าวขอให้พาไปดูที่เกิดเหตุซึ่งห่างจากตัวอำเภอหลังสวนกว่า 20 กิโลเมตร แต่ทั้งสามคนระบุว่ายังไม่สะดวกในการเดินทางไปในวันนี้ อีกทั้งเกรงว่าอาจไม่ปลอดภัย จึงขอให้ผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ของ อ.หลังสวน เดินทางไปตรวจสอบในวันพรุ่งนี้ (24 เมษายน 2560) แทน

