หน้าแรก ในประเทศ ผบช.ภ.5 แถลงด...

ผบช.ภ.5 แถลงด่วน! คดีตร.ฉาวบังคับค้าประเวณี เพิ่งสอบสวนเสร็จ ส่งอัยการแล้ว

23.04.17 | 19:54 น.

จากการณีนางน้ำเพชร เกยพุฒซา อายุ 43 ปี ชาว ต.ปางหมู อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่า บุตรสาว ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำเพียงดิน ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน บังคับให้ค้าประเวณีให้กับผู้ใหญ่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีทั้งนายตำรวจ ครู และแขวงการทาง เมื่อเข้าร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน และตำรวจภูธรภาค 5 แต่เรื่องเงียบหายและไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ทำให้ตัดสินใจเดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ (ปคม.) แต่เมื่อผ่านไป 6 เดือน เรื่องก็ยังไม่คืบหน้าแต่อย่างใด

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 เมษายน 2560 พล.ต.ท.พูลทรัพย์ ประเสริฐศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 แถลงที่หน้าบ้านพักกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค5 ถึงกรณีที่มีข่าวและกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากในโลกโซเชียลเกี่ยวกับเรื่องเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้หนึ่งถูกกล่าวหาว่าบังคับหญิงสาวค้าประเวณี และต่อมามารดาของหญิงสาวคนดังกล่าวได้นำเรื่องราวไปเผยแพร่ในโซเชียลต่างๆ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ในสังคม และเกิดความสับสน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คดีดังกล่าวทางตำรวจภูธรภาค 5 ตำรวจภูธร จ.แม่ฮ่องสอน มีการดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง และจริงจัง ไม่ได้ละเลย หรือละทิ้งหน้าที่ รวมทั้งไม่ได้มีการเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจนไม่ได้รับความเป็นธรรม

โดยเรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิการยน 2559 ได้มีการดำเนินการระดมกวาดล้างในเรื่องของการค้าประเวณีในพื้นที่ มีการจับกุมและดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในหลายๆ คดี จนกระทั่งมาถึงคดีดังกล่าว มารดาของเด็ก ซึ่งปกตินั้นก็คลุกคลีอยู่กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่แล้วในฐานะสายข่าว และเป็นผู้ให้ข้อมูลข่าวสารในเรื่องของยาเสพติดและอาชญากรรมในพื้นที่ แต่บังเอิญไปเห็นข้อมูลการติดต่อการค้าประเวณี ที่มีรูปของลูกสาวตัวเองปรากฎอยู่ด้วย จึงเกิดความตกใจ และมีการให้ดำเนินคดี โดยในเวลาต่อมาเมื่อมีการแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประมาณเดือนพฤศจิกายน 2559 หลังการระดมการจับกุม โดยมีการล่อซื้อจากผู้หญิงคนที่ชื่อ เมย์ แต่ปรากฎว่าวันที่ทำการล่อซื้อนั้นคนที่ชื่อ เมย์ ไม่ปรากฎตัว ซึ่งภายหลังทางเจ้าหน้าที่มีการสืบสวนและทำเป็นคดีขึ้นมา จนกระทั่งหญิงที่ชื่อเมย์เข้ามามอบตัวในที่สุด และกลายเป็นผู้ต้องหา โดยได้มีการดำเนินคดีตามกฎหมาย

“ต่อมาปรากฎว่าทางแม่เด็ก มีความรู้สึกว่าข่าวที่ปรากฎมาพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่ทำไมกลับไม่ถูกลงโทษหรือถูกดำเนินการแต่อย่างใด แต่จากเรื่องที่เกิดขึ้นข้อเท็จจริงทางผู้บังคับบัญชามีการดำเนินการในส่วนนี้อยู่ และได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมีคำสั่งออกมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหลังจากนั้นทางภาค 5 ได้มีการสั่งเพิ่มเติม และให้ทำการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงให้เป็นไปตามกฏหมาย และทางผู้บังคับการ จ.แม่ฮ่องสอน สั่งการให้ทาง สภ.น้ำเพียงดิน ทำการสืบสวนสอบสวนตามวินัยกฎหมายของตำรวจ และจากการสืบสวนสอบสวนมีข้อเสนอมายังผู้บังคับการว่าให้มีการยุติเรื่องนี้ไว้ก่อน เนื่องจากว่ายังไม่มีพยานหลักฐาน แต่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาและยังไม่สามารถยุติได้ เพราะจะต้องสอบสวนประเด็นเพิ่มเติมอีก 4-5 ประเด็น ซึ่งขณะนี้ก็ยังคงดำเนินการอยู่ และอาจจะไปเกี่ยวพันกับคดีอาญาด้วย”

Advertisement

พล.ต.ท.พูลทรัพย์ กล่าวว่า ส่วนการดำเนินการตามคดีอาญานั้น หลังจากที่ได้มีการดำเนินคดีกับทาง น.ส.เมย์ แต่ตอนนี้คดียังไม่สิ้นสุดทางพนักงานสอบสวนก็ได้มีการสอบสวนมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีทางท่านผู้บังคับการคอยดูแลกำกับอย่างใกล้ชิด และล่าสุดพนักงานอัยการได้มีหนังสือสั่งการ วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ให้ทำการสอบสวนเพิ่มเติมอีก โดนมีเนื้อหาประมาณ 2 หน้ากระดาษ ให้สอบสวนในส่วนของแม่เด็ก และในส่วนของผู้เสียหาย รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในคดีอีกหลายคน แต่กว่าจะทำการติดต่อสอบสวนบุคคลเหล่านี้ได้ก็วันที่ 25 มีนาคม 2560 เนื่องจากทางเจ้าตัวไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควร ประกอบกับทางเจ้าตัวไปอยู่ที่กรุงเทพ อยู่ในความคุ้มครองของกรมคุ้มครองสิทธิ์ในคดีอื่น และยังอ้างว่ามีความเกรงกลัว รวมถึงเหตุผลอื่นๆ ทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้พยายามติดตามจนกระทั่งสามารถสอบสวนได้ในวันที่ 25 มีนาคม 2560

“ยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจและเพิกเฉยเกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้นเลย รวมทั้งในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับนายตำรวจก็ได้มีการดำเนินการสอบสวนทั้งหมดแล้ว ซึ่งอีกฝ่ายยืนยันมา เมื่อมีการยืนยันทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการส่งผลการสอบสวนไปให้ทางอัยการเมื่อช่วงประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา และขณะนี้จะต้องรอว่าทางอัยการจะสั่งการในเรื่องของคดีอย่างไร ซึ่งหากทางอัยการแจ้งมาว่ามีความผิดก็จะต้องมีการจับกุมตัวนายตำรวจดังกล่าวส่งพนักงานอัยการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งทางตนยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่างโดยไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผิดก็ต้องว่าผิด และพร้อมที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย”