
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ นายภุชงค์ นุตราวงศ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยบุตรชาย เดินทางมายื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง ต่อศาลปกครอง จากกรณีที่ประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2558 ซึ่งมีคำสั่งเลิกจ้างลงวันที่ 8 ธันวาคม 2558 ซึ่งไม่ชอบธรรมและชอบด้วยกฎหมาย
นายภุชงค์ กล่าวว่าที่ได้มายื่นฟ้องเนื่องจากวันที่ 18 ธันวาคม 2558 ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งต่อประธาน กกต. ต่อมาวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาได้รับทราบจากการแถลงข่าวของนายธนิต ศรีประเทศ รองเลขาธิการ กกต. ว่าได้ยกคำร้องอุทธรณ์ตนแล้ว ซึ่งการเดินทางมาฟ้องเป็นการใช้สิทธิภายใน 90 วัน และเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร ขอเอกสารจาก กกต.และสำนักงานกกต.เพื่อที่จะมาใช้สิทธิ์ฟ้องต่อศาลปกครอง ซึ่งอีกสิ่งที่ตนคิดว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมและไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะมีมติในวันที่ 8 ธันวาคม 2558 และให้พ้นในวันนั้นเลย หวังว่าศาลปกครองจะรับคำร้องไว้พิจารณาส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นตนจะเคารพในคำพิพากษา
ส่วนคำขอท้ายฟ้องนั้นตนได้ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งให้เพิกถอนมติ กกต.ดังกล่าว และจ่ายเงินเยียวยาในส่วนของเงินประจำตำแหน่งและเงินเดือนในช่วงเวลาที่เหลือตามสัญญาจ้าง และขอให้ศาลกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีด้วย ทั้งนี้ยืนยันว่าจะไม่กลับมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กกต.อีก เพียงอยากให้มีการตรวจสอบพิสูจน์ว่าคำสั่งต่างๆ นั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกกต.มีการฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทหลายคดีทราบหรือไม่ นายภุชงค์กล่าวว่า ทราบว่ามี 6 คดี แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวน ยืนยันว่าสิ่งที่พูดไปพร้อมที่จะรับผิดชอบ และสิ่งที่ตนพูดไปนั้นไม่ได้กล่าวหาใคร คงต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาล เมื่อถามว่าขณะนี้ กกต.กำลังมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่เหลืออยู่ 72 ล้าน จาก 5,000 ล้านบาท มีความเห็นอย่างไร นายภุชงค์กล่าวว่า ตอนนี้ตนเป็นคู่กรณีกับกกต.ทั้ง 5 คน คงจะไม่เหมาะสมที่จะไปวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าว แต่ข้อเท็จจริงนั้นตั้งแต่ปี 2548-2549 นั้น ทางกกต.ของงบประมาณจากสำนักงบประมาณ แต่ก็ไม่ได้รับเต็มจำนวน ต้องใช้งบประมาณในส่วนที่ กกต.มีอยู่ ที่เรียกว่าย้ายจากกระเป๋าซ้ายมากระเป๋าขวา ทุกปี
เมื่อถามว่า เกิดจากการบริหารงานที่ผิดพลาดจากการขยายตำแหน่งหรือไม่ นายภุชงค์กล่าวว่า ทุกอย่างมีต้นเหตุว่าทำไมต้องมีการขยายตำแหน่ง ต้องไปดูความถูกต้องว่าใครรับผิดชอบเรื่องอะไร และเชื่อว่าทุกคนตั้งใจทำงานให้กับสำนักงาน กกต. เพราะขณะนี้อยู่ในวาระสำคัญของชาติแล้วโดยเฉพาะการออกเสียงประชามติและจะมีการเลือกตั้งซึ่งจะเหมือนในปี 2542 ที่สำนักงาน กกต.ไม่มีงบประมาณเลย แต่ก็ยังสามารถจัดการเลือกตั้งได้สำเร็จ โดยศาลปกครองกลางได้รับคำฟ้องไว้ในสารบบแล้วเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งว่ารับฟ้องหรือไม่ต่อไป
