รศ.มาลี พฤกษ์พงศาวลี รองประธานโครงการสตรีและเยาวชนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และประธานคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (วลพ.) เปิดเผยว่า วลพ.เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ.2558 มีหน้าที่วินิจฉัยปัญหาที่มีการยื่นคำร้องว่ามีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ สามารถออกคำสั่งคุ้มครองหรือบรรเทาทุกข์ และมีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งภายหลังเริ่มงานมาไม่กี่เดือน ขณะนี้มีผู้ส่งเรื่องร้องเรียนเข้ามากว่า 20 คดีแล้ว ส่วนใหญ่พบเป็นกรณีคนข้ามเพศ ที่ถูกเลือกปฏิบัติในเรื่องการแต่งกาย อาทิ นิสิตนักศึกษาที่เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรถูกระเบียบบังคับให้แต่งชุดครุยเป็นชาย รูปในทรานสคริปเป็นชาย ทั้งที่แต่งกายและแสดงออกเป็นผู้หญิงมาตลอด และการถูกเลือกปฏิบัติไม่ให้ใช้สถานที่สาธารณะ อาทิ ไม่ให้เข้าร้านอาหาร โรงแรม ซึ่งบางเคสเราได้ส่งคณะอนุกรรมการ วลพ.เข้าไปเจรจาแก้ปัญหาลุล่วงแล้ว
ประธานวลพ.กล่าวอีกว่า หากมองในแง่ปริมาณคดีที่เข้ามาถือว่ายังไม่มาก เนื่องจากเป็นเรื่องใหม่ที่คนอาจยังไม่เข้าใจกฎหมาย อย่างช่วงแรกที่รณรงค์ประชาสัมพันธ์ ว่าใครถูกเลือกปฏิบัติให้ร้องเรียนและส่งหลักฐานมาที่กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ปรากฏมีคนส่งร้องเรียนเข้ามา แต่พอติดตามขอข้อมูลเพิ่มเติมกลับหายไป จัดเป็นคำร้องที่ไม่สมบูรณ์และตกไป จึงทำให้เรื่องที่เป็นคดียังมีน้อย เหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องรณรงค์ให้ความรู้ความเข้าใจว่าการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งเพศทำไม่ได้ ผิดกฎหมายแล้วนะ และนี่ไม่ใช่บัตรสนเท่ห์ที่กล่าวหาลอยๆ แต่เป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินไปและสิ้นสุด สำคัญคือต้องมีผู้ร้องเข้ามา เพราะ วลพ.ไม่สามารถหยิบยกเรื่องด้วยตนเอง จริงๆกฎหมายนี้สำคัญมาก ถ้าใช้ให้มันดี สังคมไทยจะดีขึ้นเยอะ

