พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม 29 ก.ย. ไทยฝนเริ่มซา 1-3 ต.ค.
เมื่อวันที่ 28 กันยายน ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 28 กันยายน ณ เวลา 7.00 น. ดังนี้
ปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ +ภาคเหนือ : จ.ตาก (109 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.นครราชสีมา (68 มม.) ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี (139 มม.) ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร (120 มม.) ภาคตะวันออก : จ.ตราด (74 มม.) ภาคใต้ : จ.พังงา (36 มม.)
สภาพอากาศวันนี้ ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่างและภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก
คาดการณ์ ช่วงวันที่.1-3 ตุลาคม ประเทศไทยมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมมีกำลังอ่อนลง และจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางและภาคตะวันออกในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยเริ่มกำลังอ่อนลง
พายุไต้ฝุ่น“บัวลอย” ปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 29 กันยายน
สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 80% ของความจุเก็บกัก (64,308 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 69% (40,187 ล้าน ลบ.ม.)
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 กันยายน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ วัดโคกหิรัญ ตำบลบางชะนี อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวบางบาล ร่วมให้การต้อนรับ ในการนี้ ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ร่วมลงพื้นที่พร้อมรายงานสถานการณ์น้ำและความก้าวหน้าการขับเคลื่อน 9 แผนงานหลักภายใต้โครงการบรรเทาอุทกภัยในลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพในการระบายน้ำเหนือออกสู่ทะเล ลดความสูญเสียทางด้านเศรษฐกิจอันเกิดจากอุทกภัย และสร้างความมั่นคงด้านน้ำเพื่อการเกษตร การอุปโภค-บริโภค
โดยพื้นที่ประสบอุทกภัย : วันที่ 27 กันยายน 68 เกิดสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ 15 จังหวัด. 59 อำเภอ ได้แก่ จ.พิษณุโลก (อ.วังทอง และบางระกำ) จ.พิจิตร (อ.สามง่าม โพทะเล โพธิ์ประทับช้าง บึงนาราง บางมูลนาก ทับคล้อ เมืองฯ ดงเจริญ และสากเหล็ก) จ.เพชรบูรณ์ (อ.หล่มสัก และหล่มเก่า)
จ.นครสวรรค์ (อ.ชุมแสง เมืองฯ โกรกพระ พยุหะคีรี และไพศาลี) จ.อุทัยธานี (อ.เมืองฯ) จ.ชัยนาท (อ.สรรพยา) จ.สิงห์บุรี (อ.เมืองฯ อินทร์บุรี และพรหมบุรี) จ.อ่างทอง (อ.ป่าโมก ไชโย เมืองฯ และวิเศษชัยชาญ) จ.สุพรรณบุรี (อ.เมืองฯ บางปลาม้า เดิมบางนางบวช ด่านช้าง ดอนเจดีย์ อู่ทอง หนองหญ้าไซ สามชุก และสองพี่น้อง) จ.พระนครศรีอยุธยา (อ.เสนา ผักไห่ บางบาล บางไทร บางปะอิน พระนครศรีอยุธยา มหาราช บ้านแพรก บางปะหัน ท่าเรือ และ
นครหลวง) จ.ปทุมธานี (อ.เมืองฯ และสามโคก) จ.นครปฐม (อ.เมืองฯ บางเลน สามพราน ดอนตูม นครชัยศรี และกำแพงแสน) จ.เลย (อ.ด่านซ้าย) และ จ.ฉะเชิงเทรา (อ.บางน้ำเปรี้ยว และ เมืองฯ)
สำหรับคุณภาพน้ำ ณ จุดเฝ้าระวัง แม่น้ำสายหลัก : น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน
น้ำเพื่อการเกษตร แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน


