รองผู้ว่าฯ ย้ำ ปริมาณขยะมีผลกับ ‘ค่าเก็บ’ สั่งทุกเขตบอกคนในชุมชน ‘ลงทะเบียนไม่เทรวม’ – ส่อง หมู่บ้านต้นแบบย่านสุขสวัสดิ์ 30 เห็นผล ขยะลดลงจริง
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 29 กันยายน ที่เขตราษฎร์บูรณะ นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
โดยเริ่มจากตรวจจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA บริเวณหน้าโลตัสบางปะกอก เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ซึ่งเขตฯ ได้ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน จัดเจ้าหน้าที่เทศกิจตรวจตราในจุดดังกล่าว ส่งผลให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนเท้าลดลง
จากนั้น นายจักกพันธุ์ ติดตามการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ วินซอยราษฎร์บูรณะ 44 ผู้ขับขี่ 30 คน สถานที่ตั้งวินและจุดจอดรถจักรยานยนต์อยู่ในพื้นที่เอกชน ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 43 วิน ผู้ขับขี่ 1,287 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 10 วิน ซึ่งเขตฯ ได้ตรวจความเรียบร้อยตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง หากพบว่ามีข้อใดไม่เรียบร้อยให้แจ้งข้อบกพร่องแก่ผู้ขับขี่ เพื่อดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องเรียบร้อย โดยแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ประกอบด้วย 1.ด้านความสะอาด ได้แก่ สถานที่ตั้งวินและโดยรอบต้องมีความสะอาด ไม่มีการตอกผูกยึดโยง 2.ด้านความเป็นระเบียบเรียบร้อย ได้แก่ จอดรถจักรยานยนต์เป็นระเบียบ ไม่กีดขวางทางเท้าหรือพื้นผิวจราจร ตั้งวางม้านั่งเป็นระเบียบ 3.ด้านกฎหมาย ได้แก่ การแต่งกายถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด เสื้อวิน เบอร์เสื้อถูกต้องตามบัญชี ไม่ขับขี่บนทางเท้า ป้ายทะเบียนถูกต้อง สวมหมวกนิรภัย ป้ายอัตราค่าโดยสารถูกต้อง ไม่เก็บค่าโดยสารเกินราคา ไม่นำเสื้อวินไปเช่าช่วงต่อ 4.ด้านอื่น ๆ ได้แก่ ไม่ดื่มสุรา กริยามารยาทสุภาพ

ทั้งนี้ นายจักกพันธุ์ รองผู้ว่าฯกทม. ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตรวจตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างเคร่งครัด เน้นย้ำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กฎหมายกำหนด อาทิ การแต่งกาย ป้ายทะเบียนรถ อัตราค่าโดยสาร สถานที่ตั้งวิน วินัยจราจร
ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 บริษัท จงรวมชัย จำกัด ถนนเสรีไทย ซึ่งประกอบกิจการผลิตกาวเคลือบเส้นด้าย ลักษณะของสถานประกอบการมีการใช้หม้อไอน้ำ (Boiler) โดยใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต มีกระบวนการเผาไหม้ที่อาจก่อให้เกิดฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศ ซึ่งผู้ประกอบการให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเคร่งครัด ตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของหม้อไอน้ำตามแผนงานที่กำหนด

ทั้งนี้ นายจักกพันธุ์ได้เน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 อย่างเนื่อง ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกขนส่งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานประกอบการที่มีการใช้หม้อไอน้ำ (Boiler) 8 แห่ง ประเภทแพลนท์ปูน 3 แห่ง ประเภทสถานที่ก่อสร้าง 4 แห่ง ประเภทท่าทราย 1 แห่ง พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 กำชับสถานประกอบการในพื้นที่ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อควบคุมค่าฝุ่น PM2.5 ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

จากนั้น นายจักกพันธุ์ ตรวจเยี่ยมการพัฒนาสวน 15 นาที สวนหน้าหมู่บ้านโกลเด้นทาวน์ ซอยสุขสวัสดิ์ 30 ซึ่งเขตฯ พัฒนาพื้นที่ว่างริมไหล่ทาง ตั้งวางม้านั่ง ปูหญ้าสนาม ปลูกไม้พุ่มขนาดเล็ก รวมถึงอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นอยู่เดิมภายในสวน ในโอกาสนี้ ได้ร่วมกันปลูกต้นเฟื่องฟ้า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างกำแพงกรองฝุ่น เพิ่มความร่มรื่นและสวยงามให้กับสวนดังกล่าว ปัจจุบันเขตฯ มีสวน 15 นาที (สวนใหม่) จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ 1.สวนสุขเวชชวนารมย์ ซอยสุขสวัสดิ์ 26 แยก 2 พื้นที่ 2 ไร่ 2 งาน 23 ตารางวา 2.สวนวัดแจงร้อน ซอยราษฎร์บูรณะ 37 พื้นที่ 1 ไร่ 3.สวนซอยราษฎร์บูรณะ 1 พื้นที่ 1 ไร่ 1งาน 82 ตารางวา 4.สวนหน้าคอนโดแชปเตอร์วัน ซอยราษฎร์บูรณะ 33 พื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน 34 ตารางวา 5.สวนซอยสุขสวัสดิ์ 26 แยก 9 พื้นที่ 2 งาน 61 ตารางวา 6.สวนซอยสุขสวัสดิ์ 30 แยก 8 พื้นที่ 1 งาน 7.สวน 15 นาที หน้าหมู่บ้านโกลเด้นทาวน์ พื้นที่ 1 งาน 77 ตารางวา 8.สวนโรงเรียนวัดบางปะกอก พื้นที่ 2 งาน 47 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 9.สวนเสือรอด วัดสารอด ซอยสุขสวัสดิ์ 44 พื้นที่ 50 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ 10.สวน 15 นาที ข้างสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ พื้นที่ 65 ตารางวา อยู่ระหว่างดำเนินการ
ทั้งนี้ นายจักกพันธุ์ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดทำสวน 15 นาที ให้ครบทั้ง 10 แห่ง ตามนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในสวนให้ตรงกับความต้องการของชุมชน โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในการเข้ามาใช้บริการอย่างแท้จริง

ต่อมา นายจักกพันธุ์เยี่ยมชม ‘ต้นแบบการคัดแยกขยะ’ หมู่บ้านเอเวอร์ซิตี้ ซอยสุขสวัสดิ์ 30 แยก 10 บ้านเรือ 98 หลังคาเรือน เข้าร่วมโครงการคัดแยกขยะ ตั้งแต่ปี 2568 โดยจำแนกตามประเภทของขยะ ดังนี้ 1.ขยะอินทรีย์ คัดแยกขยะเศษผัก ผลไม้ เศษอาหาร เขตฯ จัดเก็บ 2.ขยะรีไซเคิล คัดแยกขยะรีไซเคิล แม่บ้านนำไปจำหน่าย 3.ขยะทั่วไป ขยะที่เหลือจากการคัดแยกแล้ว มีห้องพักสำหรับพักขยะ เขตฯ จัดเก็บทุกวันจันทร์และวันศุกร์ 4.ขยะอันตราย มีถังแยกประเภทสำหรับทิ้งขยะอันตราย นัดหมายเขตฯ จัดเก็บ
สำหรับ ปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก แบ่งเป็นดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 100 กิโลกรัม/วัน หลังคัดแยก 80 กิโลกรัม/วัน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 1.5 กิโลกรัม/วัน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 1 กิโลกรัม/วัน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 1 กิโลกรัม/3 เดือน ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้คำแนะนำในการคัดแยกขยะประเภทต่างๆ เพื่อให้จัดเก็บมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งปริมาณขยะที่คัดแยกจะมีผลต่ออัตราค่าธรรมเนียมในการจัดการมูลฝอยฉบับใหม่
พร้อมทั้งมอบหมายให้เขตฯ ลงพื้นที่ตามชุมชนต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์เชิญชวนประชาชนลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น BKK WASTE PAY เข้าร่วมโครงการ “บ้านนี้ไม่เทรวม : แยกขยะลดค่าธรรมเนียม” ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อัตราค่าธรรมเนียมใหม่ในเดือนตุลาคมนี้
ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น BKK WASTE PAY ได้ทั้งระบบ IOS และ Android
– ระบบ IOS : https://u.bangkok.go.th/Appbkkwastepay
– ระบบ Android : https://u.bangkok.go.th/Wastepayforandroid


พร้อมกันนี้ ได้สอบถามถึงการจัดระเบียบพื้นที่ทำการค้า ปัจจุบันเขตฯ มีพื้นที่ทำการค้า จำนวน 1 จุด คือหน้าโรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ ผู้ค้า 9 ราย ช่วงเวลาทำการค้า 06.00-19.00 น. ในปีงบประมาณ 67 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 1 จุด บริเวณซอยราษฎร์บูรณะ 16 ผู้ค้า 4 ราย ยกเลิกวันที่ 30 เม.ย.67 ในปีงบประมาณ 68 เขตฯ ยกเลิกจุดทำการค้า 1 จุด บริเวณซอยสุขสวัสดิ์ 26 ผู้ค้า 22 ราย ยกเลิกวันที่ 31 ธ.ค.67 นอกจากนี้ เขตฯ ได้จัดทำ Hawker center จำนวน 3 จุด ได้แก่ 1.บริเวณซอยราษฎร์บูรณะ 22 พื้นที่ 30 ตารางวา สามารถรองรับผู้ค้าได้ 60 ราย ช่วงเวลาทำการค้า รอบเช้า 06.00-14.00 น. รอบบ่าย 15.00-21.00 น. มีผู้ค้าเข้าไปทำการค้า 24 ราย 2.บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 วัดแจงร้อน รองรับผู้ค้าได้ 4 ราย มีผู้ค้าเข้าไปทำการค้า 4 ราย 3.บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 สุขสวัสดิ์ 26 รองรับผู้ค้าได้ 9 ราย มีผู้ค้าเข้าไปทำการค้า 4 ราย 4.บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 ซอยราษฎร์บูรณะ 23 รองรับผู้ค้าได้ 8 ราย มีผู้ค้าเข้าไปทำการค้า 5 ราย จัดเก็บค่าเช่าในอัตราที่เจ้าของพื้นที่กำหนด ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบพื้นที่ทำการค้าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขทำการค้าปี 67 เพื่อความสะอาดและเป็นระเบียบในพื้นที่
ในการนี้ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่เขตราษฎร์บูรณะ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และให้ข้อมูล


