ชัชชาติเสนอร่างข้อบัญญัติ ขอตั้งงบฯเพิ่ม ‘3.2 หมื่นล้าน’ จ่ายหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุม สภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2568 โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย เป็นประธานสภา กทม.
โดยหนึ่งในวาระการประชุมที่น่าสนใจ นายชัชชาติ ผู้ว่าฯกทม. เสนอญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พ.ศ. … ซึ่งเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ประชาชนจับตา คือคำพิพากษาเรื่องหนี้รถไฟฟ้าสายสีเขียว
นายชัชชาติกล่าวว่า หลักการคือ ตั้งงบรายจ่ายเพิ่มเติมเป็นจำนวนไม่เกิน 32,625,106,200 บาทถ้วน เป็นรายจ่ายพิเศษ จ่ายจากเงินจ่ายขาดสะสมของ กทม.

โดยเหตุผล เนื่องจากการประชุมสภา กทม.สมัยประชุมวิสามัญสมัยแรก ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 เมื่อ 2 ก.ย.ที่ผ่านมา คณะกรรมการวิสามัญฯ ศึกษาปัญหาของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว บางส่วน ได้รายงานผลการศึกษาปัญหาเกี่ยวกับ ‘ภาระหนี้ค่าจ้างเดินรถ’ และ ‘ซ่อมบำรุง O&M’ ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ในส่วนที่ กทม.ยังไม่ได้ชำระหนี้ ซึ่งบางส่วนอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง และบางส่วนได้ถึงกำหนดชำระแล้ว ทั้งสองส่วนมีภาระดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะกระทบต่อสถานะการเงิน
เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและไม่ให้เกิดความเสียหาย จึงขอให้ผู้บริหาร กทม.เร่งรัดดำเนินการตามผลเจรจาเพื่อเกิดผลประโยชน์สูงสุดแก่ กทม. โดยมอบหมายให้ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เจรจากับบริษัท ขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด เป็นผู้เจรจา

“ผลการเจรจาโดยสรุปคือ กรณีบริษัทกรุงเทพธนาคมต้องชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมพร้อมดอกเบี้ย ภายในเดือนตุลาคม 2568 โดยให้ กทม.ชำระตรง กับ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด เพื่อลดขั้นตอนและภาระทางการเงิน พิจารณาปรับลดดอกเบี้ย ในช่วงตั้งแต่ 1 เม.ย.2568-30 พ.ย.2568 จาก MLR +1 ให้เหลือเพียง MLR ซึ่งจะลดภาระดอกเบี้ยได้ประมาณ 286.4 ล้านบาท” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ 2505/2565 และคดีหมายเลขแดงที่ 22666/2568 เมื่อ 29 ก.ย.68 พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีคือ กรุงเทพมหานคร และ บจก.กรุงเทพธนาคม ชำระหนี้สำหรับหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ของงวดเดือนมิถุนายน 2564-ตุลาคม 2565 รวมเป็นเงิน 11,068,469,938.83 บาท

ซึ่งคำพิพากษาเป็นไปตามแนวทางเดียวกับที่ศาลปกครองสูงสุดได้เคยมีคำพิพากษาให้ กทม.ชำระหนี้ดังกล่าวเป็นเงิน 14,549 ล้านบาท ตามคดีหมายเลขดำ ที่ อ 2226/2565 และคดีหมายเลขแดงที่ อ 725/2567
“ดังนั้น กทม.จึงมีความจำเป็นต้องชำระหนี้ค่าจ้างดังกล่าวทั้งสองส่วนต่อขยาย ตั้งแต่เดือน มิ.ย.64-ส.ค.68 ตามที่หน่วยงานเสนอ จำนวน 32,625,106,200 ล้านบาทถ้วน ซึ่งเป็นวงเงินที่รวมดอกเบี้ย คำนวณถึงวันที่ 30 พ.ย.68
กระผมจึงขอแถลงในรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการคลัง ความสัมพันธ์ระหว่างฐานะเงินสะสม และงบรายจ่ายที่ขอตั้งโดยสังเขป ต่อที่ประชุมสภา กทม.ดังนี้”

จากนั้น นายชัชชาติเผยถึง ‘ฐานะการเงินการคลัง’ ณ วันที่ 24 ก.ย.68 กทม.มีเงินฝากธนาคาร 86,575.52 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินประเภทต่างๆ ดังนี้
1.รายรับหักรายจ่ายสุทธิ คงเหลือ 19,159.42 ล้านบาท
2.รายรับพิเศษหักรายจ่ายพิเศษสุทธิ 72.62 ล้านบาท
3.เงินนอกงบประมาณที่มีภาระผูกพัน 2,038.32 ล้านบาท
4.เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีที่ยังไม่เบิก 4,056.69 ล้านบาท
5.เงินสะสมกรุงเทพมหานครคงเหลือในธนาคาร 51,679.94 ล้านบาท
6.ทุนสำรองเงินคงคลังกรุงเทพมหานคร 9,568.53 ล้านบาท
นอกจากนี้ กทม.ยังมีภาระหนี้ตามโครงการต่อเนื่อง ที่ได้ก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว ณ วันที่ 30 ก.ย.2567 จำนวน 192 โครงการ เป็นเงิน 75,698.52 ล้านบาท แบ่งได้เป็น 3 ประเภทดังนี้
1.โครงการที่มีวงเงินสูงกว่า 1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน 32 โครงการ 54,989.73 ล้านบาท
2.โครงการที่มีวงเงิน 500-1,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 5 หน่วยงาน 26 โครงการ 10,153.72 ล้านบาท
3.โครงการที่มีวงเงิน ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ประกอบด้วย 25 หน่วยงาน 134 โครงการ 10,555.07 ล้านบาท
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า สำหรับ ‘รายงานฐานะเงินสะสมประจำปี 2568’ ณ วันที่ 24 ก.ย.68 เงินสะสมยกมาต้นปีงบ 1 ต.ค.67 83,604.80 ล้านบาท หักเงินกันไว้เบิกเหลื่อมปี 17,132.19 ล้านบาท, หักภาระผูกพันและการสำรองเงินที่ทำให้ยอดเงินสะสมลดลง 32,727.42 ล้านบาท, สำรองค่าจ้างเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยยังชีพ ค่ารักษาพยาบาล และเงินบำเหน็จข้าราชการ กทม. สรุปแล้วเงินคงเหลือ 33,741.18 ล้านบาท อาศัยอำนาจตามความใน ม.97 และ ม.103 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ กทม. พ.ศ.2528
“กรุงเทพมหานครจึงขอเสนอร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 พ.ศ. … เพื่อให้สภา กทม.ได้โปรดพิจารณาต่อไป” นายชัชชาติกล่าว


