เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายการฟอกไตฟรีทุกที่ ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งเป้าเป็น KPI ของ รมว.สาธารณสุข ที่ต้องทำให้ได้ใน 2 เดือน ว่า
ผู้สื่อข่าวถามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ขีดเส้นให้นำการฟอกไตฟรีทุกแห่งกลับภายใน 2 เดือน ให้ถือเป็นเคพีไอ มองว่าจะทำทันหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า เรื่องนี้ได้มอบหมายให้ปลัดสธ. และเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ไปดำเนินการทันที ซึ่งขณะนี้ทราบว่า มีการให้บริการฟรีทุกแห่งอยู่แล้ว โดยจะต้องให้ครอบคลุมการฟอกไตทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชน ยืนยันว่า ทำทันภายใน 2 เดือนนี้แน่นอน
“การฟ้องไต ล้างไต เป็นเพียงวิธีการรักษาด้านหนึ่งเท่านั้น ผู้บริหารสธ. รวมทั้งผม และท่านนายกฯ ทราบดีว่า วิธีการแก้ปัญหาของเรื่องนี้ ไม่ได้จบที่การฟอกไตแต่เป็นเรื่องของการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ เรื่องนี้กระทรวง และผม มีการหารือกันว่า จะทำอย่างไรที่จะแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งส่วนนี้จะเป็นนโยบายต่อไปในอนาคต” นายพัฒนา กล่าว
นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า การจัดบริการฟอกไตฟรี เราทำทุกรูปแบบฟอกไตด้วยเครื่อง และการล้างไตทางหน้าท้อง ขณะเดียวกันก็ทำครอบคลุมทุกอำเภอมา 2-3 ปี แล้ว ศูนย์ฟอกไตมีความครอบคลุม มีเพียงประเด็นที่บางครั้งมีการเก็บค่าบริการเพิ่ม เรื่องนี้ได้หารือกับเลขาฯ สปสช. แล้วว่าจะมีการกำชับว่าไม่ให้มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้รับบริการ ย้ำว่า ที่เป็นการรื้อฟื้นโครงการเดิมสมัยนายอนุทิน เป็นรมว.สาธารณสุข
ด้าน นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี กล่าวว่า นโยบายหลักที่ท่านนายกฯ และรมว.สธ.กำหนดคือต้องไม่มีการเก็บเงินกับผู้ป่วย ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องรับบริการล้างไตทุกประเภท อีกประเด็นที่เราจะไปดูเพิ่มเติมคือเรื่องคุณภาพ เพราะที่ผ่านมามีการร้องเรียนไปสู่ส่วนหนึ่งที่ท่านนายฯ ท่านจึงได้มอบนโยบายให้บริการล้างไตฟรีทุกที่อย่างมีคุณภาพ ไม่ใช่ไปรับบริการแล้วไม่มีคุณภาพ
โดยหลักการการล้างไตฟรีสามารถทำได้ทันที ทุกที่ แต่ประเด็นเรื่องของคุณภาพ ตนและปลัดสธ.จะมีการหารืออีครั้ง หากมีประเด็นใดที่เพิ่มเติมมากกว่านั้น ที่ต้องมีการเพิ่มคุณภาพ ยกระดับ ก็ต้องเสนอเข้าที่ประชุมกรรมการสปสช. (บอร์ด สปสช.) เป็นการยกระดับคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นจากเดิม
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะมีการสานต่อนโยบายนับคาร์บ ของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.สาธารณสุข ด้วยหรือไม่ นายพัฒนา กล่าวว่า ถือเป็นความรอบรู้ด้านสุขภาพ เป็นหนึ่งในนโยบายอยู่แล้ว เราควรจะรู้ว่าเรารับประทานอะไรไปเท่าไหร่ ออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหน วันหลังจะชวนผู้สื่อข่าวรับประทานอาหาร และวิ่งด้วย จะได้มานับคาร์บด้วยกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีทัพพีส่วนตัวหรือไม่ นายพัฒนา อมยิ้มพร้อมกล่าวว่า “ปกติผมใช้ช้อนกาแฟ”

