หน้าแรก ในประเทศ มูลนิธินายช่า...

มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา-อดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร ร้องกมธ.พัฒนาการเมืองฯ สอบกรณีถนนยุบ

1.10.25 | 15:21 น.

มูลนิธินายช่างไทยใจอาสา-อดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร ร้องกมธ.พัฒนาการเมืองฯ สอบกรณีถนนยุบ

เมื่อวันที่ 1 ตลุาคม ที่รัฐสภา นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจาก นายอมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้าง และนายสวัตติ์ กฤษศิริธีรภาคย์ เลขาธิการมูลนิธินายช่างไทยใจอาสา และอดีตนายกสมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร กรณีแผ่นดินทรุดตัว ที่ได้รวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริงมายื่นต่อ กมธ.ฯ

นายอมรได้หยิบยกเหตุการณ์สะพานถล่มที่ลาดกระบัง, โครงเหล็กที่ถนนพระราม2, เหตุการณ์พระราม3, ตึก สตง. และ ล่าสุดเหตุการณ์ถนนยุบหน้าโรงพยาบาลวชิระ พร้อมกล่าวว่า เป็นปัจจัยที่กระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปถึงสาเหตุที่แท้จริง โดยขณะนี้กำลังสืบหาสาเหตุ3 ปัจจัยทั้ง “ชั้นดินอ่อน-น้ำในดิน-การก่อสร้างใต้ดิน” แต่มีการตั้งข้อสันนิษฐาน คือใต้ดินที่อยู่ระหว่างอุโมงค์ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้า

“การเกิดการพังทลาย เกิดขึ้นเนื่องจาก 1.ดินพังก่อน ทำให้อุโมงค์พังตามลงมา และ2.โครงสร้างอุโมงค์เกิดการพังทลายแล้วดินไหลเข้าไป เป็นแนวทางที่จะต้องสอบสวน และกลับไปดูโครงสร้างอื่นว่ามีการก่อสร้างลักษณะเดียวกันหรือไม่ ที่ต้องแก้ไขในความปลอดภัยอย่างไร” นายอมรกล่าว

นายอมรกล่าวต่อว่า มีข้อเสนอ 4 ข้อ คือ 1. ต้องมีการสอบสวนเหตุการณ์นี้โดยคณะกรรมการที่เป็นกลางเป็นอิสระ ประกอบด้วยบุคลากรทางวิชาชีพและภาควิชาการ ต้องมีการเปิดเผยผลการสอบสวนต่อสาธารณชน 2.ต้องมีการตรวจสอบซ้ำในโครงการอื่นที่มีการก่อสร้างลักษณะคล้ายกัน และที่กำลังจะก่อสร้างในอนาคต 3.ต้องยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างโครงสร้างใต้ดิน ชั้นดินอ่อน ให้เพิ่มสัดส่วนความปลอดภัยทางวิศวกรรม และ4.จัดให้มีระบบติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเตือนเรื่องการเคลื่อนที่มวลดินชั้นใต้ดิน ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ตรวจจับชั้นน้ำใต้ดิน ตรวจจับการเคลื่อนที่ของมวลดิน ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อเสนอที่จะเพิ่มความปลอดภัยให้สาธารณะชน

Advertisement

ด้านนายสวัตติ์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้มีการสอบสวนและเฝ้าระวังกรณีถนนแนวรถไฟฟ้าทรุดตัว เพราะห่วงว่าจะเป็นปรากฏการณ์โดมิโน่ ที่ความบกพร่องเพียงเล็กน้อยหากไม่ได้รับการแก้ไขตั้งแต่ต้นจะลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่ และการอ้างว่าเป็นเหตุสุดวิสัยนั้นตนเห็นว่าไม่ควรถูกใช้เป็นข้อแก้ตัว เพราะความเสียหายในลักษณะดังกล่าวสามารถป้องกันไว้ก่อนได้ หากมีมาตรการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด นอกจากนี้ตนยังเห็นแย้งกับรฟม.ที่อ้างว่าการดำเนินการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทุกโครงการอยู่ภายใต้มาตรฐานการออกแบบที่ปลอดภัยตามหลักวิศวกรรมในทุกขั้นตอน หากเป็นไปตามมาตรฐานจริงย่อมไม่เกิดเหตุการณ์ถนนทรุดขึ้นได้ ดังนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความบกพร่องที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างอิสระโปร่งใสและรอบด้าน เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

“จึงเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระ ที่ประกอบด้วยผู้แทนจากภาครัฐ ภาควิชา และภาคเอกชนสอบสวนโดยปราศจากอิทธิพลแทรกแซง และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นอันอาจมีความเสี่ยง และควรมีระบบเฝ้าระวังระหว่างซ่อมแซม โดยหน่วยงานภายนอกเข้ามาตรวจสอบคุณภาพงาน พร้อมเผยแพร่ความคืบหน้าผ่านข้อมูลส่วนกลาง ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ตรวจจับการทรุดตัว หรือระบบGIS แจ้งเตือนอัตโนมัติเพื่อสร้างความมั่นใจแก่ประชาชน ขณะเดียวกันควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการติดตามแสดงความเห็น และในระยะยาวควรจัดตั้งระบบเฝ้าระวังโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่” นายสวัตติ์ กล่าว

ขณะที่นายปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ สส.กทม.พรรคประชาชน กล่าวว่าในช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้ไปให้ข้อคิดเห็นต่อ กมธ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สภาฯ หลังจากที่ได้ลงพื้นที่ถนนยุบ เบื้องต้นทราบว่า รฟท. จะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยกระทรวงคมนาคม จึงได้เน้นย้ำในข้อเรียกร้อง ว่าในคณะกรรมการตรวจสอบจะต้องมีองค์กรอิสระ และองค์กรที่มีผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความเป็นกลาง ผู้แทนประชาชนเข้าไปร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ความมั่นใจต่อประชาชนในการสัญจรทางสาธารณะ ขณะนี้ประชาชนตั้งคำถามถึงความปลอดภัยบนถนนในกทม. ถือเป็นคำถามที่น่ากลัวมาก แสดงถึงความไม่เชื่อมั่น ในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง ในการใช้ทางสาธารณะ จึงเรียกร้องให้มีการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง ทุกรูปแบบที่ก่อสร้างของภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนทั่วไปในการใช้ทางสาธารณะ