วันที่ 24 เมษายน นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานประชุมคณะทำงานศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า จ.เชียงใหม่ ที่ห้องศูนย์อำนวยการสั่งการ ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามแผนการกำจัดวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรของอำเภอ โดยได้กำชับสั่งการแต่ละอำเภอให้ถือปฏิบัติตามแผนทั้งการกำหนดพื้นที่และช่วงเวลาการเผาอย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีหลายพื้นที่ลักลอบเผา โดยเฉพาะพื้นที่ ส.ป.ก. ทำให้แนวโน้มค่า PM10 หรือฝุ่นละอองขนาดเล็กใน จ.เชียงใหม่เพิ่มสูงขึ้น สูงสุดอยู่ที่ 102 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ที่สถานีตำบลช้างเผือก อ.เมืองเชียงใหม่
ในขณะที่ทิศทางลมตะวันตกเฉียงใต้พัดเข้ามาจาก จ.ตาก ทำให้ค่า PM10 เพิ่มสูงขึ้น เพียง 3 วันหลังสิ้นสุด 60 วันห้ามเผา พบจุดความร้อนเกิดขึ้นใน จ.เชียงใหม่ 53 จุด ส่วนใหญ่ยังเกิดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและป่าอนุรักษ์ หากพบว่าค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM10 ใน จ.เชียงใหม่ เพิ่มสูงถึง 110 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ศูนย์อำนวยการสั่งการจะขอให้ทุกพื้นที่หยุดเผาทันที โดยเฉพาะในระหว่างวันที่ 5-7 พฤษภาคม 2560 ที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จะเสด็จมาปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ให้ถือเป็นภารกิจสำคัญไม่ให้เกิดการสะสมของหมอกควัน หากแนวโน้มค่า PM10 ยังสูงต่อเนื่อง ต้องขอให้หน่วยฝนหลวงขึ้นปฏิบัติการลดหมอกควันทันที
รองผู้ว่าฯเชียงใหม่กล่าวว่า เบื้องต้นขอให้นายอำเภอทุกพื้นที่แจ้งท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สื่อสารสร้างความเข้าใจกับประชาชนให้ปฏิบัติตามคิวการเผาอย่างเคร่งครัด และให้หน่วยเสือไฟและหน่วยป่าไม้ ร่วมกับชุดอาสาสมัครยังคงเฝ้าระวังไม่ให้ไฟลุกลามเข้าในพื้นที่ป่า และการเผาป่าสงวนและป่าอนุรักษ์ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ชุดลาดตระเวนทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทหาร และอาสาสมัครในชุมชนลาดตระเวนเข้มข้นต่อไป เพราะถือเป็นพื้นที่พิเศษของ จ.เชียงใหม่

ด้านนายชานนท์ คำทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พบฝุ่นละอองเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ จ.ลำปาง โดยค่าสูงสุดที่ตรวจวัดได้อยู่ที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ 165 ไมโครกรัม/ลบ.ม. โดย จ.เชียงใหม่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน และแพร่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
“สาเหตุหลักมาจากการลักลอบเผาเพื่อหาของป่า ล่าสัตว์ และการเตรียมพื้นที่เกษตร กรมควบคุมมลพิษจึงขอให้ทุกจังหวัดระดมสรรพกำลังเฝ้าระวังการเกิดไฟและดับไฟอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควบคุมกิจกรรมอื่นๆ ที่อาจทำให้เกิดฝุ่นขึ้นในพื้นที่ และขอให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าที่เริ่มสูงขึ้น และแนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งขอความร่วมมือจากประชาชนในการงดเผาป่าและเศษวัสดุการเกษตรในช่วงนี้ต่อไป” นายชานนท์กล่าว

