ส่งเข้ารพ. 1 ใน 3 นักท่องเที่ยวเมืองน้ำหอม เหยื่อแรงงานกัมพูชาทำร้าย ตร.ตั้งข้อหาหนัก

29.02.16 | 17:25 น.
วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ความคืบหน้าเรื่องลูกเรือชาวกัมพูชา 5 คน ทำร้ายร่างกายและข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมานั้น นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยถึงเหตุการณ์ลูกเรือชาวกัมพูชาทำร้ายร่างกายและข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส ในส่วนของการป้องกันและแก้ไข จะต้องมี 3 ส่วน คือ ลักษณะทางกายภาพ เนื่องจากสภาพที่เกิดเหตุเป็นเส้นทางเปลี่ยวแสงสว่างไม่เพียงพอ ส่วนที่ 2 ต้องประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวระมัดระวังด้วยตัวเอง ไม่ให้เดินทางไปพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนหรือทางเปลี่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวบางคนก็ชอบลักษณะแบบนี้ แต่สำหรับเหตุการณ์นี้นักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศส ถือว่าค่อนข้างมัดระวังตัวอยู่แล้ว แต่ก็ยังโดยลูกเรือกัมพูชาทำร้าย ซึ่งลูกเรือชาวกัมพูชาโดยทั่วไปส่วนใหญ่จะไม่ค่อยก่อเหตุในลักษณะนี้ ทุกอย่างต้องทบทวนกันใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการประชาสัมพันธ์ การระมัดระวัง รวมถึงแรงงานที่หายไปจากเรือทั้งตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ จำเป็นต้องรายงานหน่วยราชการให้ทราบ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น
“ทางราชการได้เข้มงวดและระมัดระวังภัยที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้ได้สร้างผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเกาะกูดอย่างมาก และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียหาย พร้อมทั้งจะดูแลเยียวยาอย่างเต็มความสามารถ ส่วนอาการผู้บาดเจ็บ ได้รับรายงานว่า 1 ใน 3 ยังมีเลือดออกในสมอง และเตรียมจะส่งตัวไปรักษาโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครต่อไป ซึ่งในรายของนักท่องเที่ยวผู้หญิงอายุ 57 ปี ถูกทำร้ายตามร่างกาย และศีรษะ รวมทั้งที่อื่นๆ ได้รับบาดเจ็บสาหัสกว่าทุกคน ส่วนชายมีเลือดออกที่ศีรษะ และเจ็บตามร่างกายจากการถูกมีดฟัน และอีกคนถูกข่มขืน และทำร้ายร่างกายหลายแห่ง ทั้งหมดปลอดภัยแล้ว” นายชาญนะกล่าว
ด้านนายจักรพรรดิ ตะเวติกุล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ตราด กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ในนามของผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของนักท่องเที่ยวฝรั่งเศส ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดในเรื่องนี้ต้องยอมรับว่า ในระยะสั้นยังไม่กระทบเท่าไรนัก แต่ในระยะยาว น่าจะมีผลกระทบมากอยู่ อย่างไรก็ตาม การที่สามารถจับกุมคนร้ายได้ทำให้ลดการกดดันทางสังคมลงมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่า หลังเกิดเหตุทุกภาคส่วนได้ช่วยกันดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนเป็นอย่างดี ทำให้สามารถช่วยเหลือนักท่องเที่ยวส่ง รพ.เกาะกูด และนำส่งโรงพยาบาลตราดได้ทันท่วงที
“นับแต่นี้ต่อไปต้องเร่งกันแก้ไข และต้องแก้ไขทั้งระบบไม่ใช่หน่วยใดหน่วยหนึ่ง รวมทั้งผู้ประกอบการท่องเที่ยวต้องเป็นเจ้าภาพในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วย ซึ่งโชคดีที่ผู้ก่อเหตุไม่ใช่ลูกจ้างในโรงแรมหรือรีสอร์ต อีกทั้งวันนี้ ผู้ประกอบการให้ความสำคัญในเรื่องการจ้างแรงงานที่ถูกต้องมากขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีเพราะหากเกิดปัญหาเรื่องนี้ขึ้นจะสามารถติดตามประวัติของแรงงานเหล่านี้ได้ นอกจากนี้ น่าจะต้องมีการทบทวนเรื่องการรักษาความปลอดภัยเพิ่มขึ้น “
201602291617249-20021028190328
อีกด้านหนึ่งที่ อ.เกาะกูด เวลา 14.00 น.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์มาลงที่หน้าที่ว่าการอำเภอเกาะกูด โดยมี พล.ต.ต.ปรีดี พงศเศรษฐสันต์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาติดตามคดี มี พล.ต.ต.นพรัตน์ รินทพล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ตราด และคณะต้อนรับและนำไปที่ สภ.เกาะกูด และรายงานสถานการณ์ให้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทราบถึงเหตุการณ์ ซึ่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้ทำการสอบสวนคนร้ายด้วยตัวเอง และติดตามเหตุการณ์ไปยังที่เกิดเหตุ ท่ามกลางการเฝ้าและรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เนื่องจากยังมีชาวบ้านมาติดตามข่าวจำนวนมากทั้งที่สถานีตำรวจและที่เกิดเหตุ 
   
หลังจากนั้น พล.ต.อ.วุฒิได้กล่าวกับสื่อมวลชนที่เดินทางมาติดตามข่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ได้สร้างความเสียหายและกระทบต่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมด้านการท่องเที่ยวของเกาะกูดอย่างมาก ซึ่งคงพูดรายละเอียดอะไรมากไม่ได้ เนื่องจากผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา ไม่ใช่คนไทย จึงต้องระมัดระวัง จากการสอบถามเจ้าหน้าที่และดูถึงกระบวนการทำงานจากการสอบสวนของทั้งตำรวจภูธรจังหวัดตราด ที่มีการควบคุมโดยตำรวจภูธรภาค 2 สามารถเก็บวัตถุพยาน หลักฐานได้ครบถ้วน ทั้งจากผู้ต้องหา พยานวัตถุในที่เกิดเหตุรวม 50 รายการ ซึ่งจะสามารถดำเนินการด้านคดีได้  รวมทั้งผู้ต้องหาเองก็ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมแล้ว
ในส่วนของการดูแลผู้เสียหาย พล.ต.อ.วุฒิกล่าวว่า ได้มอบหมายให้ตำรวจท่องเที่ยว  และฝ่ายกองการต่างประเทศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าไปประสานและดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนการดำเนินคดีนั้น สำหรับคดีนี้ สามารถจับกุมคนร้ายได้เร็ว และพยานหลักฐานพร้อม ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของตำรวจในพื้นที่ ตำรวจตระเวนชายแดน ฝ่ายปกครอง  อพปร.องค์ปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานอื่นๆ พร้อมกันนี้ได้กำชับให้ ตำรวจภูธรภาค 2  ให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา  สำหรับข้อกล่าวหาเบื้องต้นคือ 2 ประเด็นคือ ทำร้ายร่างกายจนเป็นให้เหตุให้ได้รับอันตรายถึงสาหัส  และกระทำการข่มขืนหรือโทรมหญิง ที่เป็นข้อหาที่หนักสุด
อย่างไรก็ตาม พล.ต.อ.วุฒิกล่าวว่า ระหว่างที่รอง ผบ.ตร.และคณะเดินทางมายังมีชาวบ้านเกาะกูดติดตามสถานการณ์ทั้งในสถานีตำรวจและสถานที่เกิดเหตุจำนวนมาก เนื่องจากยังโกรธแค้นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ และต้องการจะทำร้ายร่างกายคนร้ายทั้ง 5 คน