จ่อทุบ สน.สามเสน! ชัชชาติ-รฟม.แถลงหลังเสาเข็มต้นที่ 3 ขาด ดินทรุดเพิ่ม ‘เสี่ยงตึกถล่ม’
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ รพ.วชิรพยาบาล อาคารเพชรรัตน์ ชั้น 1 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมแถลงความคืบหน้า กรณีถนนสามเสนทรุดตัว โดยมี รฟม. เป็นผู้ให้ข้อมูลหลัก พร้อมด้วย สำนักงานเขตดุสิต รพ.วชิรพยาบาล และ สน.สามเสน ภายหลังการประชุมสรุปงานประจำวัน กรณีพิจารณาความมั่นคงของอาคาร สน.สามเสน (หลังใหม่) บริเวณจุดถนนทรุด ซึ่งล่าสุดมีความเห็นว่าต้องทุบตึก เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัว
นายชัชชาติกล่าวว่า เมื่อวานนี้ ท่านนายกฯ ก็ได้กรุณมาเยี่ยมตอนเวลา 22.00 น. แต่ตนไม่ได้อยู่ในพื้นที่ในเวลานั้น ซึ่งท่านก็ได้มีข้อสั่งการให้ดูเรื่อง สน.สามเสน ให้ดี เพราะมีการทรุดตัวเพิ่มขึ้น
เมื่อเช้าเราก็มีการประชุม คณะทำงานตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคารบริเวณโดยรอบ กรณีเหตุภัยพิบัติถนนทรุดตัวที่ตั้งขึ้นมาเสริม โดยมีคณะทำงานคานเทคนิค ทั้งตำรวจ รฟม. กรมโยธาธิการ กทม. และผู้รับเหมาก่อสร้าง ประชุมร่วมหารือกัน
“ที่ผ่านมามันก็มีเหตุการณ์ ซึ่งเราถมทรายเข้าไปประมาณ 3,000 ลบ.ม. แล้วก็พยายามไป Underpin หรือว่าทำเข็มเพิ่มเติม ตรงเสาเข็มที่ขาด แล้วทรายที่ถมไปเริ่มมีรอยร้าว และตัวดินที่สไลด์ อย่างเมื่อคืนนี้ที่มีดินสไลด์ ทำให้เสาเข็มต้นที่ 3 ของสถานีตำรวจ มีการขาดเพิ่มเติมขึ้น” นายชัชชาติเผย

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า เมื่อเรามานั่งประเมินสถานการณ์ จริงๆ แล้วเรื่องการรื้อถอน สน.สามเสน ตอนแรกเราคิดว่าจะประเมินอีกทีหลังจากถมดินกลับคือแล้วเสร็จ ว่าควรจะต้องรื้อถอนหรือไม่ แต่เมื่อเช้าจากการประเมินโดยฝ่ายเทคนิค คิดว่าถ้าเราไม่รื้อถอนตอนนี้ จะมีอุปสรรคในการเอาดินกลับคืน
“มันมีความเสี่ยงที่ตึกจะถล่มลงมา ระหว่างการแก้ไขได้ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจ ทำให้การดำเนินการสะดวกมากขึ้น ก็ตัดสินใจว่าจะมีการรื้อถอนบางส่วนของ สถานีตำรวจก่อน ซึ่งก็เป็นความเห็นร่วมกัน ทาง ตร.ก็ไม่ขัดข้องกับข้อสรุปสถานการณ์” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ในส่วนของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ทาง รฟม.กับผู้รับเหมาฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบอยู่แล้ว ดังนั้น สถานการณ์ตอนนี้คงจะมีการรื้อถอนสถานีตำรวจออกก่อน เพื่อลดน้ำหนัก และทำให้การทำงานต่อไปปลอดภัยมากขึ้น โดยสุรปแล้วที่ประชุมก็ได้สั่งการ 6 ข้อ ได้แก่
1.ให้เอารถทั้งหมด รวมถึงจักรยาน ที่อยู่บริเวณรอบ สน.สามเสน ทั้งสิ้น 30 คัน จากนั้น ดำเนินการโดยเจาะกำแพงด้านหลัง ซึ่งคาดว่าในช่วงวันนี้น่าจะแล้วเสร็จ
2.ทาง รฟม. และผู้รับเหมาฯ เริ่มรื้อถอนอาคารบางส่วน เช่น ส่วนช่วงขวาสุดของอาคาร ซึ่งเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงสุดออกไป เพื่อลดน้ำหนักและความเสี่ยงที่อาคารจะพังถล่มลงมา
3.ทาง รฟม. และผู้รับเหมาฯ ทำการเสริมความมั่นคง ด้านซ้ายมือ ของฝั่งถนนสามเสนที่ติดกับสี่แยกวชิรฯ ซึ่งมีดินถล่มลงมา
4.เสริมความแข็งแรงเพิ่มเติมของอุโมงค์และสถานีด้านล่าง เป็นหน้าที่ของทาง รฟม. และผู้รับเหมาฯ ดำเนินการ
5.ติดตามอาคารแฟลตของตำรวจที่อยู่ด้านข้าง ซึ่งยังไม่มีอันตราย แต่ ‘เสาเข็มไม่ยาวนัก’ จึงให้มอนิเตอร์และประเมินสภาพความมั่นคงปลอดภัยของอาคาร
6.ตรวจความปลอดภัยของอาคาร รพ.วชิระ และอาคารทีปังกร อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันพบว่านิ่ง ไม่มีการขยับ ซึ่งแม้จะมีการติดอุปกรณ์ตรวจจับความสั่นไหวเป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องมีการมอนิเตอร์ต่อเนื่อง
นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ทั้ง 6 กระบวนการ จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่เช้าวันนี้ ส่วนการถมดินเพิ่มจะต้องชะลอไว้ก่อน จนกว่าการรื้อถอนสถานีจะทำได้ตามเป้าหมาย
ส่วนกำหนดการในการแล้วเสร็จ จากเดิมคืนถนนสามเสนภายใน 8 ตุลาคมนี้ ก็อาจจะมีขยับ เคลื่อนบ้างเล้กน้อย ขอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง แต่คาดว่าไม่นานมาก เพราะการรื้อถอนเมื่อทำไปได้ระดับหนึ่ง จนมั่นใจในความปลอดภัย ก็สามารถดำเนินการถมดินต่อได้
“ก็อาจจมีขยับเวลาบ้างเล็กน้อย แต่ไม่มีผลอะไร ทั้งหมดต้องเน้นความปลอดภัยเป็นหลัก เรื่องกำหนดเวลาต้องดูตามสถานการณ์ ซึ่งจะรายงานต่อไป” นายชัชชาติกล่าว


