กวฉ.คณะ3สั่งศาลฎีกาเปิดคำสั่งแนวทางพิจารณาคำร้องขอฎีกาคดีอาญาทุจริตฯ

6.10.25 | 13:12 น.

กวฉ.คณะ 3 สั่งศาลฎีกาเปิดเผยคำสั่งศาลฎีกาเรื่องแนวทางการพิจารณาคำร้องขอฎีกาในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการได้เผยแพร่คำวินิจฉัยที่ สค 379/2568 ของ คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย คณะ 3 ที่มีคำวินิจฉัยสั่งให้ศาลฎีกาเปิดเผยคำสั่งศาลฎีกา ที่ 32/2560 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 เรื่อง แนวทางการพิจารณาคำร้องขอฎีกาในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ

สาระสำคัญของคำวินิจฉัยดังกล่าวมีดังนี้ ผู้อุทธรณ์ ได้มีหนังสือกราบเรียนประธานศาลฎีกา แจ้งว่า ผู้อุทธรณ์เป็นผู้เสียหายและเป็นโจทก์ในคดีอาญาของศาลแขวงพระนครเหนือ มีความประสงค์ขอสำเนาข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับคำสั่งศาลฎีกา ที่ 32/2560 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 โดยให้เหตุผลว่า รัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่เกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารดังกล่าวได้โดยสะดวก ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้คัดถ่ายสำเนาคำสั่งดังกล่าว ผู้อุทธรณ์จึงได้อุทธรณ์คำสั่งมิให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารของศาลฎีกาดังกล่าว

คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย คณะ 3 พิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์มีลักษณะเป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติในการพิจารณาคำร้องขอฎีกาในประเภทคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อให้การพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง การทำคำสั่งและการดำเนินการอื่นเกี่ยวกับการขอฎีกาในประเภทคดีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และมีรูปแบบเดียวกัน ซึ่งใช้กับทุก ๆ คดีอันเป็นประเภทคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของศาลฎีกา มิได้ใช้เฉพาะกับคดีใดคดีหนึ่งเป็นการเฉพาะเท่านั้น และมิใช่เป็นการใช้อำนาจทางตุลาการอันจะถือว่าเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดีแต่อย่างใด

เมื่อข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์ดังกล่าวอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของศาลฎีกา ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานของรัฐและมิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาคดี ตามนัยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ดังนั้น คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารจึงมีอำนาจรับเรื่องอุทธรณ์ดังกล่าวไว้พิจารณาวินิจฉัยได้ตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 การที่ศาลฎีกาโต้แย้งว่าไม่ใช่หน่วยงานของรัฐและเป็นข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการพิจารณาพิพากษาจึงไม่อาจรับฟังได้

Advertisement

สำหรับข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์เป็นแนวทางการพิจารณาคำร้องขอฎีกาในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ มีเนื้อหาและรายละเอียดเกี่ยวกับการดำเนินงานธุรการในส่วนของการลงรับ ลงสารบบคำร้อง จัดทำเอกสารเพื่อเสนอประธานศาลฎีกาจ่ายสำนวน กำหนดแนวทางในส่วนงานตุลาการให้องค์คณะ ผู้พิพากษาประชุมปรึกษาคดี กำหนดรูปแบบของคำสั่งในกรณีต่าง ๆ กำหนดเวลาที่องค์คณะผู้พิพากษาพึงพิจารณาวินิจฉัยคำร้องและมีคำสั่งให้แล้วเสร็จ กำหนดกระบวนการตรวจร่างคำสั่ง การลงนามในคำสั่งที่ส่งให้ศาลชั้นต้นอ่าน การส่งคำสั่งไปยังศาลชั้นต้นและการดำเนินการต่อไป ในกรณีที่มีคำสั่งอนุญาตให้ฎีกา ซึ่งมีลักษณะเป็นการกำหนดแนวทางการปฏิบัติตั้งแต่ชั้นเจ้าหน้าที่ของศาลไปจนถึงการพิจารณาคำร้องขอฎีกาในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบของศาลฎีกาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของศาลและผู้พิพากษาสามารถนำไปปฏิบัติให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถูกต้อง และมีรูปแบบเดียวกัน จึงเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการที่เป็นการกำหนดแนวทางการบริหารงานคดีทั่วไปของศาลฎีกา

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ยุติธรรม และสอดคล้องกับกฎหมาย ประกอบกับผู้อุทธรณ์เป็นผู้เสียหายและเป็นโจทก์ในคดีอาญาของศาลแขวงพระนครเหนือ ย่อมเป็นผู้ได้รับผลกระทบถึงสิทธิและหน้าที่ในการดำเนินกระบวนการยุติธรรม จึงควรได้รับทราบข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาคำร้องขอฎีกาในคดีทุจริตและประพฤติมิชอบเพื่อใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและสร้างความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทุกฝ่ายในกระบวนการยุติธรรม

ดังนั้น เมื่อพิเคราะห์ถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐ ประโยชน์สาธารณะและประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบกันแล้วเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารตามอุทธรณ์ดังกล่าวเปิดเผยให้ผู้อุทธรณ์ทราบได้

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย คณะ 3 จึงวินิจฉัยให้ศาลฎีกาเปิดเผยคำสั่งศาลฎีกา ที่ 32/2560 ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 เรื่อง แนวทางการพิจารณาคำร้องขอฎีกาในคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ พร้อมทั้งให้สำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องแก่ ผู้อุทธรณ์

สำหรับคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย คณะ 3 เป็นคณะที่เคยวินิจฉัยสั่งให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูลนาฬิกาหรูของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ

อ่านคำวินิจฉัยฉบับเต็มได้จากลิงค์ https://www.oic.go.th/web2017/iwebform_viewer.asp?i=41111%2E21129705218112161211211