ส.ก.สวนหลวง หวั่น จุดที่ไม่เคยก็ท่วม น้ำขึ้นเร็ว-ไหลย้อนตามท่อ ผู้ว่าฯ ชี้ คลองพระโขนง รับหลายทาง – ปชช.ยังไม่เข้าใจ ต้องเบรกทำ ‘ประตูกั้นคลองย่อย’
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานครสมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 2) ประจำปีพุทธศักราช 2568โดยมี นายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก พรรคเพื่อไทย เป็นประธานสภากทม.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนึ่งในวาระการประชุมที่น่าสนใจ ได้แก่ กระทู้ถามสดของ นางสาวปิยะวรรณ จระกา ส.ก.เขตสวนหลวง เรื่อง การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมริมคลองพระโขนง เขตสวนหลวง
น.ส.ปิยะวรรณกล่าวว่า เนื่องด้วย เขตสวนหลวง เป็นพื้นที่ที่มีคลองหลักและย่อยเป็นจำนวนมาก รวมทั้งยังเป็นพื้นที่รับน้ำ ก่อนปล่อยระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ดิฉันในฐานะตัวแทนพี่น้องเขตสวนหลวง จึงมีความกังวลว่า หากระดับน้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น บวกกับฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 วันนี้ จะทำให้การระบายน้ำลงสู่เจ้าพระยาไม่ได้ และอาจส่งผลให้บ้านเรือนพี่น้องประชาชนเกิดน้ำท่วม

จากช่วงเดือน ก.ย.เป็นต้นมา รวมถึงเมื่อคืน มีฝนตกอย่างต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลาหลายวัน ตลอดสัปดาห์ หลายพื้นที่ หลายจุด น้ำท่วมขัง บางจุดที่ไม่เคยก็ท่วม บ้านที่อยู่ริมคลอง ไม่ว่าจะเป็นคลองหลักหรือคลองย่อย เวลาระดับน้ำสูง น้ำจะไหลย้อนกลับเข้าตามท่อระบายน้ำ บางซอยไม่มี flap gate ก็ไหลเข้าบ้านเรือน หรือซอยที่พี่น้องที่ประชาชนอยู่อาศัย ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และน้ำขึ้นเร็วมาก
“อย่างบางซอยที่น้ำท่วมหนัก ในช่วงปี 2565 อย่างอ่อนนุช 39 ท่วมขังตอนกลางคืน ดิฉันได้ไปลงพื้นที่ รถดับ ทั้งมอเตอร์ไซค์และรถใหญ่ หลังจากนั้นก็มีการผลักดันเรื่องงบประมาณ ซึ่งต้อบขอบคุณทางฝ่ายบริหารด้วย ได้รับการดำเนินการปรับปรุงผิวถนน วางท่อใหม่แล้ว แก้ปัญหาน้ำท่วมถนนสายหลัก ในซอยทางลัด แต่ว่ายังมีบางจุดที่ยังไม่มีเขื่อนเชื่อมต่อ ซอยอ่อนนุช 39
อย่างภาพด้านขวาสุด ช่วงวันที่ 6 ต.ค.ที่ฝนตกอย่างต่อเนื่อง แล้วน้ำเอ่อขึ้นมา เพราะตรงบริเวณเชิงสะพานทางข้ามคลองไม่มีเขื่อน ทำให้ผิวถนนที่น้ำท่วมขัง” น.ส.ปิยะวรรณเผย

น.ส.ปิยะวรรณกล่าวว่า ตนขอกล่าวถึงอีกกรณี คือ การขุดลอกคลองในพื้นที่เขตสวนหลวง ซึ่งมีคลองหลักและย่อยเป็นจำนวนมาก ซึ่งสีเขียว – สำนักงานเขตสวนหลวงดูแล น้ำเงิน-สำนักการระบายน้ำดูแล โดยจากข้อมูลของสำนักการระบายน้ำ ได้เข้ามาดำเนินการขุดลอกคลองไปทั้งหมดแล้ว บางคลองอยู่ในแผนดำเนินการ
ในส่วนคลองย่อย หลายคลองได้รับการขุดลอกนานหลายปี ทำให้คลองตื้นเขิน ไม่สามารถรองรับน้ำได้ เมื่อฝนตกหนัก จึงอยากให้ทางฝ่าย ช่วยดูในส่วนนี้ ให้มีการขุดลอกคลองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบาย ในช่วงฝนตกหลักให้ดียิ่งขึ้น
“ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่ฝนตกหลัก ดิฉันและชาวบ้านผวา ที่น่าตกใจคือ ระดับน้ำในคลอง พอสูงขึ้น น้ำเข้าบ้านเรือนเร็วมาก ในช่วงที่ผ่านมา จุดที่ไม่เคยท่วมก็มีน้ำท่วม จากภาพทิศทางการระบายน้ำ จะเห็นได้ว่า คลองพระโขนง เป็นปลายน้ำก่อนที่จะระบายน้ำลงสู่เจาพระยา และรับน้ำมาจากหลายๆ เขตหลายพื้นที่
ดิฉันจึงขอสอบถามฝ่ายบริหารว่า ปัจจุบัน คลองพระโขนงของเรา รับน้ำมาจากเขตใดบ้าง และท่านสามารถแจ้งแผนบริหารจัดการน้ำ ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบล่วงหน้าได้หรือไม่” น.ส.ปิยะวรรณชี้

ด้าน นายชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ขอบพระคุณสำหรับกระทู้ ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด มีการหารือเรื่องการบริหารจัดการน้ำในเขตสวนหลวง ซึ่งจริงๆ แล้วหัวใจของการระบายน้ำ คือ คลองประเวศบุรีรมย์ ซึ่งวิ่งจากทางฝั่งตะวันออก มาฝั่งตะวันตก เชื่อมเข้าคลองพระโขนง และออกประตูระบายน้ำที่พระโขนง จะมีคลองย่อยในพื้นที่ เป็นตัวน้ำลงมาที่คลองประเวศบุรีรมย์
ซึ่งปัญหาหลักของคลองประเวศฯ คือ ช่วงสุดท้ายก่อนออกสู่ประตูระบายน้ำพระโขนง มีความคดเคี้ยวมาก ทำให้น้ำระบายออกช้าในช่วงปลาย พอน้ำเท้อ จึงย้อนกลับในคลองย่อย เข้าท่วมพื้นที่
ดังนั้น หากจะทำให้น้ำสวนหลวงลงได้ หลักๆ ต้องดึงน้ำ ในประเวศบุรีรมย์ ให้ลงเร็วที่สุด ปัญหาอีกอย่างที่เราพยายาม คือ ‘ทำประตูน้ำกั้นคลองย่อย’ เหล่านี้ แต่มีประชาชนในบางที่พื้นที่กังวล เพราะยังใช้เรือสัญจรอยู่ แล้วกังวลว่าทำแล้วจะท่วมมากขึ้น
“หลายโครงการที่จะลดการเกิดน้ำท่วม จึงทำต่อไม่ได้ เนื่องจากประชาชนยังไม่เข้าใจ การทำประตูน้ำที่คลอง อาจจะต้องทำความเข้าใจเพิ่มให้มากขึ้น”

นายชัชชาติกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ น้ำในคลองประเวศบุรีรมย์ ไม่ได้มาจากสวนหลวงอย่างเดียว จริงๆ รับมาจากลาดกระบัง ประเวศ ไล่ลงมาตลอด เพราะว่าการระบายน้ำในคลองประเวศมี 2 ทาง คือ 1.ระบายออกไปที่ประตูท่าถั่ว จ.ฉะเชิงเทรา ผ่านประตูระบายน้ำของกรมชลประทาน 2.ระบายกลับเข้ามา คลองประเวศ แล้วมาที่คลองพระโขนง ไล่มาสถานีสูบน้ำพระโขนง
“ปัจุบันการออกไปทาง จ.ฉะเชิงเทรา แล้วแต่กรมชลฯ ถ้ามีน้ำท่วมด้านนอกเขาจะไม่ปล่อยออกไป ส่วนการออกด้านล่างไปที่ปากน้ำ จ.สมุทรปราการ สภาพของคลองสำโรง ก็ระบายได้ยาก
สุดท้ายแล้วน้ำก็ต้องเก็บเพิ่มเติมมาจากเขตลาดกระบัง เขตประเวศ และมาที่เขตสวนหลวงด้วย ทำให้บางครั้งแม้สวนหลวงจะตกไม่เยอะ แต่ถ้าลาดกระบังตกเยอะ ก็ต้องไหลมาที่สวนหลวง ก่อนออกที่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ สวนหลวงจึงคล้ายกับเป็นที่รับน้ำจากหลายจุดเหมือนกัน” นายชัชชาติกล่าว และว่า ในประเด็นคำถามแรก มี 3 เขตดังกล่าว


