กรมสุขภาพจิตชี้ ‘แพร่ภาพสดฆ่าตัวตาย’ ก่อพฤติกรรมเลียนแบบมากขึ้น

25.04.17 | 18:00 น.

เมื่อวันที่ 25 เมษายน  น.ต. นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงการแพร่ภาพสด (live) การฆ่าตัวตายผ่านโซเชียลมีเดีย ว่า ปัจจุบันมีมากขึ้นเฉลี่ยเดือนละ 1-2 ราย ส่งผลให้เกิดการเลียนแบบ เพราะเข้าใจผิดว่าเป็นทางออกของปัญหา โดยเฉพาะผู้ที่มีสภาพจิตใจเปราะบาง มีปัญหาทุกข์ใจคล้ายๆ กัน หรืออาจเคยมีความคิดอยากตาย ถ้าเป็นเด็ก เยาวชนที่ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ไม่ระมัดระวังในการรับสื่ออาจเข้าใจผิดคิดว่าการฆ่าตัวตายเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ง่าย การตอบรับจากผู้ชมจำนวนมากทำให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบได้ง่ายยิ่งขึ้น ดังนั้นหากพบเห็นต้องรีบยับยั้ง อย่าส่งต่อ และไม่ดูการถ่ายทอดสดจนจบเพราะอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจตนเองในอนาคต เช่น รู้สึกสะเทือนใจ เก็บไปเป็นความเครียดฝังใจ ครุ่นคิด จนนอนไม่หลับ เป็นภาพติดตาซึ่งไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพจิต

อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวต่อว่า ผู้ที่ฆ่าตัวตายมักจะส่งสัญญาณเตือนมาก่อน เช่นจากคำพูด การเขียนจดหมาย การส่งเอสเอ็มเอส การส่งไลน์ การโพสต์ข้อความบนโซเชียลฯ เป็นต้น แต่ก่อนลงมือมักจะลังเล พะวักพะวง ในระยะนี้การช่วยเหลือจากคนใกล้ชิดจึงสำคัญ และป้องกันการฆ่าตัวตายที่ดีที่สุด ทั้งนี้การปรากฏตัวในโลกโซเชียลฯ เป็นสัญญาณหนึ่งที่บอกได้ว่าเขาอาจยังมีความลังเลอยู่ กำลังร้องขอความช่วยเหลือ ดังนั้นให้ช่วยประวิงเวลา ให้กำลังใจ ให้ข้อคิด สนทนาเรียกสติ ยับยั้งความคิด ให้หลุดพ้นห้วงอารมณ์นั้น ให้ผ่านพ้น 24 ชั่วโมงไปให้ได้ อย่านิ่งเฉย ท้าทาย เยาะเย้ย ด่าว่า หรือตำหนิ ควรโทรแจ้ง 191 หรือขอความช่วยเหลือจากสายด่วนสุขภาพจิต 1323

น.ต.นพ.บุญเรือง กล่าวว่า จากข้อมูลโรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ พบว่าสถานการณ์การฆ่าตัวตายของคนไทยมีแนวโน้มค่อยๆ สูงขึ้น ล่าสุด ปี 2558 ฆ่าตัวตายสำเร็จเฉลี่ยเดือนละ 350 คน หรือ ทุกๆ 2 ชั่วโมง ฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ผู้ชายมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นและสูงกว่าผู้หญิง 4 เท่า สาเหตุเกิดจากปัญหาความรัก ความหึงหวง ร้อยละ 20 รองลงมา คือโรคซึมเศร้า น้อยใจคนใกล้ชิดดุด่า ผู้ชายที่ฆ่าตัวตายสำเร็จมักจะมีการทำร้ายคนอื่นร่วมด้วย การดื่มสุราเป็นปัจจัยกระตุ้นสำคัญ