สภากทม.เสียงไม่แตก โหวตขานรับร่างข้อบัญญัติใหม่ หนุน ‘ตรวจเข้มตู้กดน้ำ’ ทุกเดือน! – รองผู้ว่าฯ หวังช่วยบังคับ เจ้าหน้าที่ – หลัง ส.ก.เผย เขตอ้าง ‘หาเจ้าของตู้ไม่เจอ’
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยผู้บริหาร ตลอดจนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สี่ (ครั้งที่ 3) พ.ศ. 2568
โดยหนึ่งในวาระการประชุมที่น่าสนใจ ได้แก่ ญัตติ ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมกิจการผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายน้ำดื่มอัตโนมัติ พ.ศ. …. เสนอโดย นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา หรือ ดร.จอห์น ส.ก.เขตลาดกระบัง ซึ่งมี ส.ก.หลายท่าน ร่วมแสดงความคิดเห็นสนับสนุนญัตตินี้อย่างต่อเนื่อง
ในตอนหนึ่ง ดร.เมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.เขตปทุมวัน กล่าวเสริมญัตติดังกล่าวว่า เรื่องนี้ตนเคยนำเข้าสภาฯ เพื่อพิจารณามาแล้ว 1 ครั้ง ได้รับการไขแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงที่สุด ซึ่งหากมีร่างข้อบัญญัตินี้ขึ้นมา ตนคิดว่าการแก้ไขจะดีกว่าที่เคยเป็น ในครั้งที่อภิปรายไปต้องขอบคุณท่านรองฯ ทวิดา ก็ได้สั่งการลงไปให้เขตตรวจ แต่การตรวจก็ยังไม่เข้มข้นเท่าที่ควร

“อีกสิ่งอย่างเครื่องที่ชำรุด หรือใช้ไม่ได้แล้ว ควรจะต้องนำออกไป แต่เขตก็จะบอกว่า ‘หาเจ้าของไม่เจอ’ ดิฉันไม่เชื่อว่าหาไม่เจอ เนื่องจากว่าข้อที่ 1.มีสติ๊กเกอร์ 2.ก่อนที่จะติดตั้ง ต้องไปขออนุญาต ถ้ากรณีที่แอบไปติดตั้ง เขาก็ต้องเชื่อมกับบ้านที่ให้น้ำใช้ ซึ่งก็จะทราบดีว่า เครื่องนี้มาจากไหน รวมถึงการดูแลบำรุงรักษาเครื่องอย่างไร เขาต้องทราบ มันไม่น่าจะมีเรื่องนี้เกิดขึ้น” ดร.เมธาวีกล่าว
ดร.เมธาวีกล่าวต่อว่า ตนอยากเรียนว่า หลายปีที่ผ่านมาเราอาจจะละเลยเรื่องนี้ไป ทำให้เกิดปัญหาตู้น้ำอย่างนี้ ในเขตของดิฉันเองก็เช่นเดียวกัน อาจจะมากกว่านี้ก็ได้ จึงอยากฝากไว้และขอสนับสนุนญัตตินี้
โดย น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า จากคำถามของท่านสมาชิก ขออนุญาตตอบสั้นๆ ก่อน จากการที่ท่าน ส.ก.เมธาวี ให้เราตรวจสอบ ทำให้เราได้ทำการตรวจสอบทุกเขต ซึ่งจริงๆ ก็เป็นอย่างที่ท่าน ส.ก.สุรจิตต์กล่าว คือเขตที่มีเครื่องตู้จำหน่ายน้ำหยอดเหรียญมากที่สุด อยู่ที่เขตลาดกระบัง จำนวน 179 ตู้ โดยที่เขตปทุมวันเอง ก็มีเป็นจำนวนมาก จาก 89 ตู้ที่มี ไม่ได้รับใบอนุญาตอยู่ถึง 60 ตู้

ตอนนี้เราอยู่ระหว่างให้หยุด แล้วให้มาขอใบอนุญาตให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับที่เรามีอยู่ โดยปกติแล้ว กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่จะเป็น พ.ร.บ.สาธารณสุข และมีเรื่องของ ประกาศสาธารณสุข (สธ.) ปัจจุบันนี้ที่ทำเรื่องน้ำบริโภคจาก ตู้น้ำดื่มอัตโนมัติอยู่ รวมถึงยังมี ข้อบังคับที่สำนักงานเขต ฝ่ายสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ต้องออกไปตรวจ
“ทางฝ่ายผู้บริหารเอง ต้องขอบคุณสมาชิกเป็นอย่างมาก ที่เสนอข้อบัญญัตินี้เข้ามา เพราะจะทำให้เป็นการบังคับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตเองด้วย ว่า ‘จะต้องมีการตรวจ’ เพราะในรายละเอียดของร่างข้อบัญญัติ จะเพิ่มการตรวจไปถึงลักษณะ ‘ความถี่ที่เป็นรายเดือน’ ซึ่งก็จะพ้องกันกับประกาศของ สธ. ที่ตอนนี้ กรมอนามัย ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นอยู่ เพื่อทำประกาศของกระทรวง เรื่อง มาตรการควบคุมการประกอบกิจการผลิตน้ำดื่ม ออกมาพอดีเหมือนกัน กำลังรับฟังความคิดเห็นอยู่ ถึงสิ้นเดือนนี้ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 2 เดือน

“สิ้นเดือนนี้น่าจะสามารถดำเนินการต่อได้ในแง่ ประกาศกระทรวง ซึ่งจะมาพ้องกันพอดีกับการที่เราจะเสนอให้มีข้อบัญญัติของ กทม. ที่น่าจะมีความเข้มข้นและรัดกุมมากว่า” น.ส.ทวิดากล่าว
จากนั้น ที่ประชุมร่วมออกเสียงลงคะแนน ผลสรุปที่ประชุมมีมติ เห็นชอบรับหลักการแห่ง ร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมกิจการผลิตน้ำดื่มจากเครื่องจำหน่ายน้ำดื่มอัตโนมัติ พ.ศ. …. โดยเห็นชอบ 27 เสียง ไม่เห็นชอบ 0, งดออกเสียง 1 และไม่ลงคะแนน 2 จากจำนวนผู้ลงคะแนน 28 และ ผู้เข้าร่วมการประชุม 30 เสียง



