เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 26 เมษายน ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์(ปคม.) นางน้ำเพชร (สงวนนามสกุล)มารดาของด.ญ.เหยื่อ ค้ากาม ในพื้นที่สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน และนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ เดินทางมาที่ บก.ปคม. เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมกับ พ.ต.อ.มนตรี เบ้าทอง ผกก.(สอบสวน)กลุ่มงานสอบสวนบก.ปคม.
โดยนายเกิดผล เปิดเผยก่อนให้ปากคำว่า ที่มีการนำรูปประวัติส่วนตัวและสถานภาพทางครอบครัวผู้เสียหายนำไปลงข่าวหรือลงโซเชียล เป็นการดิสเครดิตและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ผู้เสียหายจะมอบอำนาจให้ตนแจ้งความดำเนินคดีกับสื่อต่างๆที่นำไปลง ทั้งนี้หลังจากให้ปากคำกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)เมื่อช่วงเช้าไปแล้ว ทางดีเอสไอชี้แจงว่า ต้องนำเรื่องดังกล่าวเข้าคณะกรรมการพิจารณาดูว่าเข้าหลักเกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้หรือไม่ แต่ดีเอสไอจะดำเนินการสืบสวนคู่ขนานไปกับตำรวจด้วย
ด้านนางน้ำเพชร กล่าวว่า วันนี้มาให้ปากคำเพิ่มเติมกับตำรวจปคม. เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามีคนที่เป็นข้าราชการที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูง และดูงานด้านความมั่นคง โทรศัพท์เข้ามาหาตน เป็นการโทรผิด คาดว่าจะโทรหากลุ่มแม่เล้าที่เป็นกลุ่มผู้ต้องหา โดยข้าราชการคนดังกล่าวพูดว่าจะช่วยเหลือต่างๆนานา พร้อมทั้งแนะนำให้ไปหาบุคคลหนึ่ง เพื่อวิ่งเต้นทางคดี ตนเปิดสปีคเกอร์โฟน และอัดคลิปไว้เป็นหลักฐานแล้ว เพื่อเตรียมมอบให้เจ้าหน้าที่ โดยข้าราชการคนดังกล่าวเคยเสนอตัวว่าจะช่วยเหลือตน ตั้งแต่ก่อนจะมาแจ้งความที่ปคม. โดยขณะนั้นบอกให้ตนมอบหลักฐานทั้งหมดให้ เมื่อตนมอบให้แล้ว ไม่นานข้าราชการคนดังกล่าวก็โทรศัพท์มาบอกว่ากลุ่มผู้ต้องหาหนีไปประเทศพม่า ทั้งนี้ยืนยันว่าจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด หลังจากนั้นก็ไม่ได้ติดต่อมาอีกเลยกระทั่งวันนี้
ส่วนเรื่องที่ผู้ว่าราชการแม่ฮ่องสอนออกมาชี้แจงว่าไม่ได้ซื้อบริการทางเพศกับลูกสาวตนนั้น เรื่องนี้ลูกสาวบอกว่าผู้ว่าราชการซื้อบริการ นอกจากนี้ในส่วนของตำรวจทั้ง3นาย ที่ระบุไว้เมื่อวันที่ 25เมษายน นั้น อยู่ในส่วนของผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ทางตำรวจยังนำรูปตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ย้อนหลังไป2ปีมาให้ผู้เสียหายชี้เพื่อตรวจสอบว่ามีใครร่วมกระทำความผิดอีกด้วย
“ที่ผ่านมาทำงานเป็นสายลับให้กับตำรวจแม่ฮ่องสอน ไม่เคยอยู่บ้านเลย ต้องอยู่เซฟเฮาส์ตลอด ไม่สามารถบอกได้มากกว่านี้ ส่วนข้อมูลแม่เล้า 11 ซุ้ม ในจ.แม่ฮ่องสอนนั้น คือแม่เล้า 11 คน แต่รู้จักกันหมด บางคนเป็นกระเทย และวันนี้มาให้ปากคำเพิ่มกับตำรวจ บก.ปคม. ส่วนที่ลูกสาวยังไม่ได้มาให้ปากคำนั้น เพราะขณะนี้อยู่ในความดูและคุ้มครองของเจ้าหน้าที่ที่ดิฉันเคยทำงานเป็นสายล่อซื้อยาเสพติดให้ ดิฉันไว้ใจทีมงานมาก แต่ไม่เชื่อใจตำรวจชุดอื่นในการคุ้มครอง หากอยากสอบปากคำลูกสาวตน ต้องประสานไปทางชุดคุ้มครองอีกที”นางน้ำเพชรกล่าว

