เมื่อวันที่ 26 เมษายน พญ.ปานใจ โวหารดี ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนางานนิติวิทยาศาสตร์ ในฐานะรองโฆษกสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ (สนว.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ สนว.จะเปิดให้บริการประชาชนทั่วไปในการตรวจพิสูจน์ทราบดีเอนเอ การตรวจหาสารเสพติดในเส้นผม และการตรวจพิสูจน์ลายเซ็น เนื่องจากที่ผ่านมา การให้บริการของรัฐจะมีเพียงนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ โรงเรียนแพทย์ และโรงพยาบาลเอกชนบางแห่งเท่านั้น มีค่าบริการค่อนข้างสูง เช่น การตรวจดีเอ็นเอจะมีราคาประมาณ 4,000-8,000 บาท สำหรับโรงพยาบาลเอกชน ดังนั้น สนว. เป็นหน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านและมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนได้เข้าถึงความยุติธรรม จึงเห็นความจำเป็นในเรื่องดังกล่าว เพราะขณะนี้มีผู้เสียหายจากคดีอาญา คดีแพ่ง คดีมรดก การทำพินัยกรรม และคดีฉ้อโกง พบว่ามีการปลอมเอกสารและลายเซ็น โดยเฉพาะคดีมรดกในแต่ละปีมีข้อพิพาทจำนวนมาก
พญ.ปานใจ กล่าวว่า การตรวจพิสูจน์ทราบเกี่ยวกับลายเซ็นนั้นใช้เวลาในการตรวจสอบค่อนข้างนาน และมีราคาแพง ส่วนคดีแพ่งหากต้องการจะตรวจนั้น ต้องรอให้ศาลมีคำสั่งเท่านั้น โดยหน่วยงานของเอกชนไม่สามารถตรวจให้ได้
“การตรวจดีเอ็นเอของเราสามารถใช้วิธีการทางชีววิทยาตรวจได้ทั้งดีเอ็นเอของคน สัตว์ และพืช หรือการตรวจดีเอ็นเอเพื่อหาสารเสพติดในเส้นผมโดยสามารถตรวจย้อนหลังได้นาน 3-4 เดือน จนกว่าจะมีการตัดผม และแม้ว่าจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่หากเส้นผมยังอยู่สามารถตรวจได้ตลอด หรือศพจะถูกฝังไปแล้วก็ตาม ที่ผ่านมาทางสถาบันฯได้เข้าไปช่วยกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่ระบบบังคับบำบัดตรวจพิสูจน์ว่าเด็กหรือเยาวชนยังกลับไปใช้ยาเสพติด เช่น ยาไอซ์ ยาบ้าหรือไม่” รองโฆษก สนว. กล่าว
พญ.ปานใจ กล่าวว่า สำหรับค่าบริการในการตรวจแต่ละครั้งจะมีอัตราแตกต่างกันไป โดยการตรวจพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอและการหาสารเสพติดในเส้นผมราคาจะสูงกว่าการตรวจลายเซ็น โดยการตรวจลายเซ็นเจ้าหน้าที่จะต้องใช้ระยะเวลานานในการตรวจสอบ ส่วนผลตรวจที่ได้ออกมานั้น จะมีความแม่นยำและมาตรฐานสูง เพราะมีการตรวจโครโมโซมทั้งหมด23จุด แต่โรงพยาบาลทั่วไปจะทำการตรวจ 18 จุด ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีฐานะยากจน ทางสนว.มีนโยบายที่จะงดหรือลดค่าบริการ หากพิสูจน์ทราบได้ว่าเป็นคนจนตามฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยจริง จะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายและสามารถมายื่นคำร้องเพื่อขอหลักฐานไปใช้ในการต่อสูคดีในชั้นศาลได้ อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ คณะกรรมการของสถาบันฯจะกำหนดราคากลาง จะไม่แพงกว่าราคาเอกชน เบื้องต้นจะเปิดรับบัตรคิวให้บริการ หากเป็นการตรวจดีเอ็นเอสามารถขอรับบัตรคิวได้เฉลี่ยเดือนละ 50 คน ส่วนตรวจพิสูจน์เอกสารจะให้รับบัตรคิวได้เพียงเดือนละ 10 คน และการตรวจหาสารเสพติดในเส้นผมจะให้รับบัตรคิวได้เดือนละ 20 คน

