ผู้ว่าฯตรังยันเอาผิด ตร.กระทำความผิด ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน ชี้ ไม่มีใครวิ่งเครียร์คดี แต่หากมีต้องรับผิดชอบกันเอง
เมื่อเวลา 15.30น.วันที่ 26 เมษายน นายศิริพัฒ พัฒกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ให้สัมภาษณ์ถึง คดี ร.ต.ต.สุรชิต บุญยเกียรติ อายุ 54 ปี ตำแหน่งรองสารวัตรป้องกันและปราบปรามสถานีตำรวจภูธรห้วยยอด ช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ถูกจับกุมหลังได้รับการร้องเรียนมา เกี่ยวกับพฤติกรรมบางอย่างของต้อง ร.ต.ต.สุรชิต ว่า ก่อนหน้านี้ ทางจังหวัดได้พยายามหาข่าว เพราะว่าเป็นเรื่องสำคัญ เป็นเรื่องที่มีความถูกต้อง เป็นเรื่องของประชาชนและเป็นเรื่องของอาญาแผ่นดินด้วย ซึ่ง ร.ต.ต.สุรชิต มีอาชีพรับราชการด้วย จะต้องระมัดระวัง ทำให้รอบคอบ จะต้องทำอะไรบ้าง
นายศิริพัฒ กล่าวว่า หลังจากสืบข่าวแน่ชัดแล้ว จึงมีการสนธิกำลังทั้งตชด.ทั้งฝ่ายปกครอง ส่วนต่าง ๆ เพราะว่าอย่างที่บอกคนอยู่ในราชการอย่างว่ามีอาวุธด้วยต้องระมัดระวัง อีกทั้งมีเรื่องเกี่ยวกับของป่าไม้ เรื่องของการซื้อเยอะมาก จะว่าเรื่องของจำนำหรือว่าไม่จำนำก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง จะมีใบอนุญาตหรือไม่มีใบอนุญาตไม่เป็นไรหรอก เพราะว่าถึงมีใบอนุญาตแต่พฤติกรรมตัดไม้ทำลายป่าด้วยถ้าสืบการพบการจะได้มีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องของหลักฐาน แล้วก็เล็งเห็นทั้งปืน
“สมมุติว่ามีฐานะครอบครองได้บางอย่างครอบครองไม่ได้ กระสุนเอ็ม 16 ต้องมีที่มาที่ไป เป็นราชการอย่างไรมาอยู่ในที่บ้านได้อย่างไร นี่คือส่วนที่หนักๆ แล้วก็มีเรื่องของรถมอเตอร์ไซด์เยอะแยะเอามาจากไหน เอามาทำอะไร นี้ก็ต้องตรวจสอบว่าตกลงทำอะไรกันแน่ ทีนี้อย่างที่ว่าซึ่งเป็นเรื่องที่รอบคอบเพราะว่าผู้สงสัยผู้ต้องหาตอนนี้สุ่มเต็มที่ ใครมาฝาก ใครมาทำอะไรนี่ พนักงานสอบสวนจะต้องคดีเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา เพราะตอนนี้เป็นข่าวแล้ว ถ้าช่วยเหลือกันหรือเคลียร์กันก็จะโดนเอง” นายศิริพัฒ กล่าว
นายศิริพัฒ กล่าวอีกว่า เรื่องนี้ถือว่าเรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวนของผู้กำกับถ้าทำตรงไปตรงมาก็จะไม่เดือดร้อน แต่ถ้าให้การช่วยเหลือกันอะไรกันต้องรับผิดชอบกันเอง ผมก็ของฝากว่าขณะนี้ไม่มีข่าวมีการเคลียร์กันหรือจะช่วยเหลือกัน แต่ถ้ามีในโอกาสต่อไปอย่างที่ตนเรียนว่าตัวใครตัวมันจะต้องรับผิดชอบกันเอาเอง สมัยนี้จะมาเคลียร์กันมาทำอะไรง่ายมันคงเป็นไปได้ยากแล้ว มีหลายคดีที่เราเห็น ตำรวจสมัยนี้เขาก็ตำรวจน้ำดีพยายามไล่ตำรวจน้ำไม่ดีออกจากวงการเหมือนกัน
“เรื่องนี้ผมก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหาผิดแล้ว เพราะระบบประเทศไทยว่าเขาผิดเมื่อได้รับโทษทางกฎหมาย อันนี้ก็ต้องรอกฎหมาย อยู่ที่พยานหลักฐาน ถ้าพยานหลักฐานไม่สามารถที่จะตอบคดีได้ มันก็ทำให้สำนวนอ่อนได้ มันก็ต้องให้ความร่วมมือกัน ประชาชนพลเมืองดี หรือว่าคนอื่นๆ ถ้าจะเข้าไปให้การช่วยเหลือคนผิดก็ขอร้องอย่าทำ หน้าต่างมีรูประตูมีช่องอะไรต่าง ๆ อย่าไปคิดว่าใครไม่รู้ อันนี้ผมก็คิดว่ามีความผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ จากการข่าวเรามาอย่างนั้น ก็ได้เห็นหลักฐานวัตถุพยานอย่างนั้นแล้วก็ต้องมาดูกันอีกว่าหลักฐานประกอบ” นายศิริพัฒ กล่าว และว่า เรื่องร้องเรียนในลักษณะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพล มีไม่มากส่วนใหญ่เป็นเรื่องส่วนตัวกันเยอะ แต่ส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทำผิด ก็มีเรื่อง ป่าไม้ เรื่องประมง เรื่องหนี้นอกระบบก็มีบ้างแต่ไม่ใช่รายใหญ่ มีรายใหญ่อย่างที่ก็พอทราบ ๆ กันอยู่ พวกนี้หาหลักฐานค่อนข้างยาก ต้องขอความร่วมมือกับผู้ได้รับความเสียหาย จากตรงนี้ก็ต้องอย่าไปเกรงกลัวอิทธิพล อย่าไปเกรงกลัวว่าเขาเป็นข้าราชการหรือเป็นอะไร ผมยืนยันว่าในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดผมก็จะไม่ให้ทางตำรวจเข้าไปช่วยเหลือถ้าเขาทำผิด

