เล็งตั้งกก.สอบตร.สั่งด้วยวาจาปิดร้านฮังเลย์ คาด 7 วันรู้ผล นอภ.ยันไม่ได้ทำผิดกม.

27.04.17 | 14:50 น.

วันที่ 27 เมษายน 2560 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานตำรวจภูธร ภาค 2 พล.ต.ต.ฉัตรพัฒน์ จารุเรืองพงศ์ ผู้บังคับการอำนวยการสำนักงานตำรวจภูธร ภาค 2 เปิดเผยความคืบหน้ากรณีที่ น.ส.เกศิญาภรณ์ ปัจจะเรือง เจ้าของร้านอาหารฮังเลย์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต.ดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี ได้เดินทางมาพบพร้อมทั้งยื่นหลักฐานเกี่ยวกับกรณีที่มีตำรวจ สภ.ดอนหัวฬ่อ สั่งปิดเป็นเวลา 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมาว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สร้างความเดือดร้อนให้กับพนักงานภายในร้านต้องตกงานไม่มีเงินใช้จ่ายในครอบครัว ว่า ในเรื่องนี้ภายหลังจากได้รับการร้องเรียนแล้วได้เสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นคือ เสนอ พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 ให้รับทราบ หลังจากนั้นส่งเรื่องให้ พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 ดูแล และได้ส่งเรื่องให้ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริง คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน

 

“ส่วนผลจะเป็นอย่างไรนั้นอยู่ที่ข้อเท็จจริงปรากฏตามหลักฐาน ช่วงนี้ยังไม่สามารถสรุปได้ ต้องรอคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาทำการสอบสวนก่อน อย่างไรก็ตามความว่าจะรวดเร็ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนร้านผู้ประกอบการร้านอาหารใดไม่ได้รับความเป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนได้”  พล.ต.ต.ฉัตรพัฒน์ กล่าว

 

ต่อมาสถานีตำรวจภูธรดอนหัวฬ่อ จ.ชลบุรี ได้มีการโพสต์ข้อความลงในเวฟไซด์เกี่ยวกับการข้อชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับร้านฮังเลย์ว่า 1.ร้านฯฮังเลย์ เป็นร้านเปิด (Open Air) มีการแสดงดนตรีสด มีพนักงานไว้คอยให้บริการ… ลักษณะประกอบกิจการหมิ่นเหม่ต่อการเป็นสถานบริการ ทั้งที่ร้านฮังเลย์ ไม่เคยได้รับอนุญาตให้เป็นสถานบริการแต่อย่างใด 2.เนื่องจากได้รับการร้องเรียน จากประชาชนในพื้นที่ว่า ร้านฮังเลย์มีการแสดงดนตรีเสียงดังรบกวนผู้พักอาศัย ในละแวกใกล้เคียง รวมทั้งได้บอกกล่าวตักเตือน ให้แก้ไขด้วยวาจาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทั้งๆ ที่เคยถูกคำสั่งทางปกครอง จาก อ.เมืองชลบุรี ให้ปิดร้านมาแล้วเป็นเวลา 30 วัน เนื่องจากได้กระทำผิดกฎหมาย

Advertisement

 

3.การแจ้งเตือน เพื่อต้องการให้ปรับปรุงแก้ไข ไม่ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากไปกว่าที่เป็น 4.ถ้าร้านฮังเลย์ประกอบกิจการมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายก็ไม่ต้องปิดร้านแต่อย่างใด 5.การให้ผู้ประกอบการแก้ไขในลักษณะอย่างเดียวกันนี้ ไม่ใช่มีร้านฮังเลย์เพียงร้านเดียว 6.ตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมายมีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน ต้องควบคุมไม่ให้มีการกระทำผิดกฏหมาย ***หมายเหตุ : ขอเรียนว่าการโพสต์หรือแชร์ข้อความที่เป็นเท็จ และก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคลอื่นเป็นความผิดและมีโทษตามกฎหมาย

 

ด้านนายศิรัษฏ์ ประสพเนตร นายอำเภอเมืองชลบุรี กล่าวว่า กรณีของร้านฮังเลย์นั้นเป็นสถานประกอบการประเภทบริการ มีคาราโอเกะ ต่อมาได้มีการมีการปิดประกาศขอเซ้งร้าน เพราะมีเจ้าหน้าที่สั่งปิดนั้น ทางอำเภอเมืองชลบุรีได้รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว และได้ลงไปตรวจสอบพบว่า สถานประกอบการดังกล่าว ไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนมาทางอำเภอ รวมทั้งไม่ได้สั่งปิดแต่อย่างใด การที่เจ้าของร้านปิดบริการนั้นเพราะเป็นคำสั่งด้วยวาจาจากหน่วยงานอื่นไม่ใช่อำเภอ เพราะการจะปิดสถานบริหารร้านอาหารได้นั้นต้องเป็นคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีเท่านั้น

 

“อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเกี่ยวกับสถานบันเทิงต่างๆ นั้น จะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทางราชการกำหนด เช่น การดูแลลูกค้า ห้ามใช้เสียงดัง ซึ่งได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวดขันดูแล หากมีการฝ่าฝืนเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จะต้องถูกปิดสถานบริการเช่นกัน” นายศิรัษฏ์ กล่าว