เจ้าของสวนทุเรียนเมืองจันท์ เผยรับสั่ง ‘ในหลวงร.9’ ทำให้ตั้งใจทำสวนจนวันนี้มี 800 ไร่ ส่งออกทุเรียน เงาะไปจีน

27.04.17 | 15:04 น.

เมื่อวันที่ 27 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 176 ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศยังเดินทางมาเพื่อต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แม้ว่าจะเป็นวันทำงานและสภาพอากาศร้อนอบอ้าว โดยทางสำนักพระราชวังได้เปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 05.00 น.จากเวลาปกติ 08.00 น. ขณะที่บริเวณหน้าประตูสรีสุนทร ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นประตูทางออกของประชาชนหลังกราบสักการะพระบรมศพ การนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่างและน้ำดื่ม พระราชทานมาแจกจ่ายให้กับประชาชน อาทิ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ผัดผักรวมมิตร บะหมี่หมุกรอบราดหน้าข้าวผัดมันกุ้ง

นายจิรเดช รอดตะเภา นักกีฬายิงปืนคนพิการทีมชาติไทย ที่อยู่ในช่วงพักจากการฝึกซ้อม เดินทางพร้อมครอบครัวจาก จ. นครปฐม เพื่อมากราบสักการะพระบรมศพ และเปิดเผยว่า เป็นครั้งแรกที่ได้มากราบพระบรมศพ โดยตั้งใจอยากจะมากราบพระองค์ท่านนานแล้ว แต่ยังติดภาระกิจการแข่งขัน หลังจากที่จบรายการแข่งขันและเป็นช่วงที่ยังไมได้เริ่มฝึกซ้อมจึงมีโอกาสได้เดินทางมากราบสักการะพระองค์ ทั้งนี้ แม้ว่าตนเองจะไม่ได้เข้าไปด้านในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท แต่ได้อธิษฐานถึงพระองค์ท่านว่า เรามาส่งพ่อได้เท่านี้ และขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย

“คนไทยถ้าไม่ได้มาส่งพ่อสักครั้ง ก็เหมือนไม่ได้ทำคุณทดแทนแผ่นดิน เพราะที่ผ่านมาพ่อลำบากเพื่อประชาชนคนไทยทุกคน ความเมื่อยล้าที่ต้องรอหรืออากาศร้อนแค่นี้ ไม่เทียบเท่ากับที่พ่อทรงงานหนักเพื่อพวกเรา ซึ่งตนซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และได้น้อมนำแนวทางพระราชดำรัสของพระองค์ท่านมาใช้ในการฝึกซ้อม โดยยึดหลักความอดทนและมีระเบียบวินัยเหมือนพระองค์ท่าน ส่วนในชีวิตประจำวันก็ได้น้อมนำหลักความพอเพียงมาประยุกต์ใช้ ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟื่อย” นายจิรเดช กล่าว

ขณะที่ นางสาวภัสตราภรณ์ ชัยลำยา อายุ 54 ปี ชาวจ. สงขลา เดินทางพร้อมญาติและหลาน จากจ.ปัตตานี รวม 5 คน เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นบุญวาสนาของครอบครัวและตนเองที่ได้เข้ามากราบพระบรมศพอีกครั้ง ภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยและได้อยู่ใต้พระบารมีของท่านและจะขอเป็นข้ารองพระบาทของพระองค์ท่านทุกชาติไป แม้ว่าช่วงนี้รายได้จะไม่ค่อยดีเพราะกรีดยางไม่ได้ แต่ก็ตั้งใจมาด้วยใจรักพระองค์ท่าน โดยเดินทางมาโดยรถไฟฟรี

“ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จฯไปเยี่ยมประชาชนที่จ.นราธิวาสพร้อมด้วยสมเด็จพระราชินีนาถ พ่อของป้าทำงานอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมสุคิริน ซึ่งขณะนั้นพ่อป่วย โดยมีอาการขาเปื่อย ได้รับพระกรุณาธิคุณจากทั้งสองพระองค์แนะนำให้พบหมอ ทำให้พ่อหายเป็นปกติ เป็นความประทับใจที่ไม่เคยลืมและตั้งใจจะมากราบพระองค์ท่านให้ได้ ทั้งนี้ ได้อธิษฐานขอให้พระองค์ท่านดูแลประชาชนคนไทยให้อยู่เย็นเป็นสุขทั่วทุกคน” นางสาวภัสตราภรณ์กล่าว

Advertisement

ด้าน นายวิวัฒน์ อัครทัตตะ อายุ 79 ปี เจ้าของสวนทุเรียนลุงวัฒน์ ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี กล่าวว่า รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ตนและครอบครัวได้มีโอกาสร่วมเป็นเจ้าภาพ พร้อมเล่าความประทับใจว่า ช่วงที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงผนวช ได้เสด็จฯไปในค่ายทหารในการทำฝนเทียมที่ จ.จันทบุรี ตนได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จพร้อมกับประชาชน พระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับตนว่า “มีอาชีพอะไร ซึ่งตนกราบทูลว่า อาชีพทำสวนทุเรียน และพระองค์ก็ตรัสต่อว่า ทำสวนดีแล้ว จ.จันทบุรี อุดมสมบูรณ์ ขอให้มีความเจริญ” จากที่เข้าเฝ้าฯวันนั้นเป็นต้นมา พระองค์ก็ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้ตนมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาสวนทุเรียน เริ่มทำเพียง 70 ไร่ ปัจจุบัน มีส่วนทุเรียนและเงาะ รวม 800 ไร่ เพื่อส่งขายในประเทศและส่งออกไปจีน ซึ่งตนยึดถือซื่อสัตย์เป็นเกษตรกรไทยที่ไม่เอาเปรียบชาวบ้าน ไม่ขายทุเรียนอ่อนขายแก่ผู้บริโภค

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 26 เมษายน หลังปิดการขึ้นกราบถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.01 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 30,209 คน รวม 175 วัน มี 6,480,765 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 1,870,384.50 บาท รวม 175 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 523,143,781.51 บาท

 

คณะเจ้าภาพจากสวนทุเรียนลุงวัฒน์ ต.ท่าใหม่ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี
จิรเดช รอดตะเภา นักกีฬายิงปืนคนพิการทีมชาติไทย (กลาง)
ภัสตราภรณ์ ชัยลำยา อายุ 54 ปี ชาวจ. สงขลา (คนที่สองจากซ้าย)