หน้าแรก ในประเทศ กรมทางหลวง แจ...

กรมทางหลวง แจงเหตุปูนซีเมนต์ไหลลงถนนพระราม 2 ยันไม่ใช่การทรุดตัว ย้ำชัดโครงสร้างแข็งแรง

27.10.25 | 11:30 น.

กรมทางหลวง แจงเหตุปูนซีเมนต์ไหลลงถนนพระราม 2 ยันไม่ใช่การทรุดตัว ย้ำชัดโครงสร้างแข็งแรง

จากกรณี เกิดเหตุปูนซีเมนต์ในไซต์ก่อสร้างทางยกระดับถนนพระราม 2 บริเวณหน้าตลาดทะเลไทย จ.สมุทรสาคร ทรุดลงมากองบนพื้นถนน ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าว – พระราม 2 อีกแล้ว! ปูนซีเมนต์ทรุดตัว ไหลลงมากองบนถนน ทำรถติดหนึบกลางดึก)

ล่าสุด รายงานข่าวจาก กรมทางหลวง เปิดเผยว่า กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างสะพาน ขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชน กรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวผ่านสื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียประจำวันที่ 27 ตุลาคม 2568 เกี่ยวกับเหตุการณ์คอนกรีตไหลลงบนถนนพระราม 2 โดยมีรายละเอียดดังนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.55 น. ของวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ณ พื้นที่ก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 (M82) ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว บริเวณ กม.ที่ 29+600 บนถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) บริเวณหน้าตลาดทะเลไทย ในทิศทางขาเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งอยู่ภายใต้การดำเนินงานของกิจการร่วมค้า ยูเอ็น-เอเอสไอ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติงานเทคอนกรีตสำหรับคานรองรับ (Lower Cross Beam) ในขณะนั้นได้มีคอนกรีตผสมเสร็จจำนวนหนึ่งได้ไหลล้นออกจากแบบด้านข้างและตกลงบนผ้าใบกันวัสดุร่วงหล่น แล้วไหลลงสู่ถนนทางคู่ขนานด้านล่าง ส่งผลให้ช่องทางการจราจรถูกกีดขวางชั่วคราว จำนวน 1 ช่องทาง โดยทันทีที่เกิดเหตุ บริษัทผู้รับจ้าง เจ้าหน้าที่กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงสมุทรสาคร และสำนักก่อสร้างสะพาน ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าทำความสะอาดพื้นที่ในทันที สามารถเปิดให้รถกลับมาสัญจรได้ตามปกติภายในเวลาประมาณ 30 นาที ไม่มีรายงานทรัพย์สินของประชาชนเสียหาย หรือมีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

Advertisement

รายงานจากกรมทางหลวงเผยว่า กรมทางหลวงขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอเรียนยืนยันว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุที่เกิดขึ้นในขั้นตอนการทำงาน ไม่ได้เกิดจากปัญหาความแข็งแรงหรือการทรุดตัวของโครงสร้างทางยกระดับแต่อย่างใด และยืนยันโครงสร้างแข็งแรง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันเหตุซ้ำ กรมทางหลวงได้สั่งการและกำชับไปยังบริษัทผู้รับจ้างให้เพิ่มความเข้มงวด ความระมัดระวัง และความรอบคอบในการปฏิบัติงานทุกขั้นตอน รวมถึงจัดทำมาตรการป้องกันและชี้แจงต่อสาธารณะอย่างเป็นทางการต่อไป