หน้าแรก ในประเทศ แล้งรุนแรง! ม...

แล้งรุนแรง! มะพร้าวทั่วประเทศเกือบ 5 ล้านต้น เสียหายจากแมลงระบาด ‘วีระ’ จี้หน่วยงานแจงขั้นตอนจัดซื้อสารบีที

28.04.17 | 11:15 น.

วันที่ 28 เมษายน 2560 นายสุรจิตต์ อินทรชิต หัวหน้าผู้ตรวจราชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ว่า แนวทางให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว 29 จังหวัดทั่วประเทศหลังจากมีการระบาดของหนอนหัวดำ มีความรุนแรงเข้าขั้นวิกฤตมากที่สุดในรอบ 10 ปี จากสถานการณ์ภัยแล้งและสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้หนอนหัวดำมีการขยายพันธุ์และระบาดอย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีรายงานว่าต้นมะพร้าวทั่วประเทศได้รับความเสียหายรวมกว่า 4.8 ล้านต้น โดยเฉพาะ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีพื้นที่ปลูก 5 แสนไร่ มะพร้าวเสียหายแล้ว 4,020,000 ต้น และหลังจากมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ใช้งบประมาณกว่า 287 ล้านบาท ดำเนินการทั้ง 29 จังหวัดที่มีการระบาดจากฐานข้อมูลจากการสำรวจ เพื่อกำจัดหนอนหัวดำด้วยวิธีผสมผสานโดยการมีส่วนร่วมอย่างยั่งยืน


 

“ยอมรับว่าการดำเนินการอาจล่าช้า ทำให้พื้นที่การระบาดของแมลงดำหนามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นผลมาจากขั้นตอนการดำเนินการด้านงบประมาณและกระบวนการการจัดซื้อจัดจ้างสารเคมี อาจจะต้องใช้วิธีการจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ เพื่อให้ขั้นตอนทั้งหมดเสร็จสิ้นไม่ควรเกิน 3 เดือน ก็จะใช้งบ 287 ล้านบาทได้อย่างเพียงพอ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วนตามแผนงานที่กำหนด เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับผลผลิตในการบริโภคภายในประเทศและอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก” นายสุรจิตต์ กล่าว

 

Advertisement

ด้านนายมงคล จอมพันธ์ เกษตรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ระหว่างการรองบประมาณ ขอให้ชาวสวนช่วยเหลือตนเองด้วยการตัดทางใบที่ถูกหนอนทำลายมาเผาไฟ และใช้สารเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการ เพื่อป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสารตกค้างในผลผลิตที่ส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ขณะเดียวกันปัญหาจากผลผลิตลดลงทำให้ราคาสูงขึ้น โดยมะพร้าวผลใหญ่ที่ อ.ทับสะแก ซึ่งมีการราดของแมลงดำหนามมากที่สุด กำหนดเป็นราคากลาง ราคาผลละ 23-25 บาท และราคาน้ำกะทิสดมีราคาสูงกิโลกรัมละ 50-60 บาท

 

ขณะที่นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น (คปต.) กล่าวว่า หลังจากนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้เดินทางมาตรวจสอบสารบีทีปลอม ซึ่งเป็นวัตถุอันตรายหรือขยะพิษที่ใช้กำจัดหนอนหัวดำ มูลค่า 32.8 ล้านบาท ที่เก็บไว้ในหอประชุมอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ และพบสารชนิดเดียวกันมูลค่า 24.7 ล้านบาท กองไว้ในเมรุร้างใกล้โรงเรียนที่วัดนาหูกวาง อ.ทับสะแก นานกว่า 5 ปี โดยสารดังกล่าวฝ่ายปกครอง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ทำการจัดซื้อจากการประกาศเขตพิบัติฉุกเฉินระดับจังหวัดนั้น ขอเรียกร้องให้กรมวิชาการเกษตรชี้แจงการจัดซื้อสารบีทีในปีงบประมาณ 2553-2554 ว่าทางราชการใช้หลักเกณฑ์ใดในการจัดซื้อกว่า 200 ล้านบาท เนื่องจากเมื่อเดือนสิงหาคม 2555 กรมวิชาการเกษตรมีหนังสือแจ้งไม่รับรองผลิตภัณฑ์สารบีที วัตถุอันตรายประเภท 2 เนื่องจากไม่มีการขึ้นทะเบียน และต่อมากรมวิชาการเกษตรอ้างผลวิจัย ทำให้ปัจจุบันไม่มีการจัดซื้อสารบีทีเพื่อกำจัดแมลงศัตรูมะพร้าวทั่วประเทศ