หน้าแรก ในประเทศ จนท.คุมเข้มห้...

จนท.คุมเข้มห้วงครบรอบ 13 ปี เหตุมัสยิดกรือเซะ ปชช.ถึงกับงง บอกไม่เคยนับ ติงมองข้ามมิติด้านดี

28.04.17 | 11:35 น.

วันที่ 28 เมษายน 2560 เมื่อเวลา 08.00 น. บรรยากาศที่มัสยิดกรือเซะ อ.เมืองปัตตานี ตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา กำลังร่วม 3 ฝ่าย ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และ ชรบ. ได้ร่วมกันจัดเวรยามมาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยป้องกันกลุ่มผู้ไม่หวังดีฉวยโอกาสเข้ามาสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายในห้วงครบรอบ 13 ปีเหตุการณ์กรือเซะ และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา บรรยากาศทั่วไปที่มัสยิดกรือเซะ ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตประจำวันและค้าขายตามปกติ ไม่มีการจัดกำลังเสริมเข้ามาดูแลเป็นพิเศษแต่อย่างไร โดยการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย มีเพียงการพบปะพูดคุยกับชาวบ้านตามร้านน้ำชาบริเวณมัสยิดกรือเซะเหมือนทุกๆ วันที่ผ่านมา

 

โดยการจัดกำลังเสริมในช่วงสายที่ผ่านมา เป็นการเข้ามาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนชาวไทยมุสลิม ซึ่งเดินทางมาคอยต้อนรับท่านฮาบิบ อาลี ไซนาล อบิดิน อัล-คัฟ  ผู้มีเชื้อสายท่านศาสดานบีมูฮัมหมัด (ซ.ล.) จากประเทศอินโดนีเซีย เดินทางมาเยี่ยมเยือนมัสยิดกรือเซะในเวลา 11.00 น. อันเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหา จชต. และยังช่วยประชาสัมพันธ์ผ่านคำบรรยายให้กับกลุ่มประเทศมุสลิมรับทราบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่จริง

ขณะที่หน่วยข่าวความมั่นคงได้มีการแจ้งเตือนกำลังทุกฝ่ายเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตรารถและบุคคลต้องสงสัยต่างๆ ทั้งในพื้นที่และรอบนอก ให้จัดแผนเฝ้าระวังป้องกันห้วงครบรอบ 13 ปีเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะไปจนถึงวันที่ 29 เมษายน เนื่องจากมีการรายงานพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มแนวร่วมและแกนนำกลุ่มก่อเหตุรุนแรงในหลายพื้นที่ ยังคงมีความพยายามสร้างเหตุความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์ จึงเน้นย้ำให้ทุกส่วนต้องมีความพร้อม สามารถปฏิบัติงานได้ในทุกรูปแบบ ตลอดจนช่วยในการประชาสัมพันธ์ประชาชนร่วมแจ้งเบาะแสสิ่งผิดปกติ ป้องกันไม่ให้เกิดการสูญเสียด้วย

Advertisement

ด้านนายมาหามัด เจะมามะ ชาวบ้านชุมชนกรือเซะ อ.เมือง จ.ปัตตานี กล่าวว่าไม่ทราบจริงๆ และเพิ่งรู้จากร้านน้ำชาว่าวันนี้เป็นวันครบรอบ 13 ปีเหตุการณ์มัสยิดกรือเซะ และชาวกรือเซะเองที่จริงแล้วทุกคนลืมเรื่องเหล่านี้ไปหมดแล้ว ไม่ว่าจะครบรอบ 12 ปี 13 ปี หรือกี่ปีนั้นทุกคนไม่เคยให้ความสำคัญจนต้องคอยนับ อีกทั้งมิติด้านดีๆ ของคนพื้นที่ หรือตัวมัสยิดเองก็มีความหลากหลายที่ดีๆ แต่ทำไมไม่มองและชอบดึงเอาสถานการณ์มาเกี่ยวข้อง จึงขอวิงวอนทุกฝ่ายว่าชาวกรือเซะเองทุกวันนี้อยู่ดีกินดี ไม่มีเหตุอันใด และอยากให้มองมัสยิดเป็นเพียงสถานที่ดีๆ เป็นที่ประกอบศาสนกิจ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่มีผู้คนมากมายทั้งในและประเทศเพื่อนบ้านผ่านไปมาก็ต่างจอดรถมาท่องเที่ยวกัน ตรงนี้ทำไมไม่นำเสนอกันบ้าง