10 อันดับอุทยานฯ ยอดนิยมปีงบ 68 รายได้พุ่ง 2 พันล้านบ. มากกว่าปี 67 กว่า 8 ล้านบ. อช.หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี สร้างรายได้สูงสุด ส่วนเริ่มฤดูกาลท่องเที่ยวใหม่ เดือนต.ค. 68 อช.สิมิลัน รายได้พุ่ง เก็บได้มากกว่าปีก่อน 11.53% ย้ำ! ทุกอุทยานพร้อมเดินหน้า Zero Food Waste
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรมอุทยานฯ จัดเก็บรายได้จากค่าธรรมเนียมการเข้าใช้บริการอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศในปีงบประมาณ 2568 (ต.ค. 67 – ก.ย. 68) ได้สูงถึง 2,208,128,028.86 บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีงบประมาณ 2567 ถึง 8,399,101.87 บาท ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในการเดินทางท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ และความสำเร็จของนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนภายใต้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับ อุทยานแห่งชาติ ที่สร้างรายได้สูงสุด 10 อันดับแรกในปีงบประมาณ 2568 ได้แก่ 1. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี : 648,920,480 บาท 2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน : 197,258,000 บาท 3. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ : 138,428,250 บาท 4. อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ : 131,210,638 บาท 5. อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด : 121,542,460 บาท
6. อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา : 115,150,150 บาท 7. อุทยานแห่งชาติเขาสก : 99,807,806 บาท 8. อุทยานแห่งชาติเอราวัณ : 93,746,395 บาท 9. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง : 45,391,920 บาท 10. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา : 37,879,350 บาท

นายอรรถพล ระบุว่า ส่วนฤดูกาลท่องเที่ยวที่เปิดไปเมื่อต.ค. 68 พบว่า อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จัดเก็บรายได้รวม 11,069,800 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เก็บได้อยู่ที่ 9,925,150 บาท คิดเป็นการเติบโต 11.53% หรือเพิ่มขึ้นกว่า 1.14 ล้านบาท ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้าเยี่ยมชมในเดือนนั้น มีทั้งสิ้น 23,578 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 285 คน หรือเติบโต 1.2%
อธิบดีกรมอุทยานฯ เผยอีกว่า สำหรับระบบ E-Ticket อุทยานได้มาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส และลดการใช้กระดาษในการจัดเก็บค่าธรรมเนียม การปรับปรุงระบบจองที่พัก เพื่อให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น การดูแลความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวก ทบทวนและวางแผนมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยว การยกระดับการบริการ มุ่งเน้นการให้บริการที่ได้มาตรฐานเพื่อความพึงพอใจควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติ
นายอรรถพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ในส่วนของการอนุรักษ์ธรรมชาติ ทุกอุทยานฯ ทางทะเล ได้ดำเนินกิจกรรมภายใต้โครงการ “อนุรักษ์ ทะเล” ตามแนวพระราชดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ราชกัญญา ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลไทยผ่านการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน นอกจากนี้ตามนโยบายของ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯและรมว.ทส. เรื่องการจัดการขยะ โดยเฉพาะขยะอาหาร (Zero Food Waste) เพื่อเป้าหมายประเทศไทยไร้ขยะอาหาร ซึ่งมีคำสั่งให้ทุกอุทยานแห่งชาติทั่วประเทศจัดทำแผนปฏิบัติการกำจัดขยะ ในพื้นที่รับผิดชอบให้เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพไปก่อนนี้แล้ว





