หน้าแรก ในประเทศ ป่าไม้จับมือเ...

ป่าไม้จับมือเพชรบูรณ์-ทหาร คิกออฟแก้ที่ดิน รอส.เขาค้อ สแกนพื้นที่ 1.2 แสนไร่ ภายใน 90 วัน

29.04.17 | 10:35 น.

วันที่ 29 เมษายน นายชลทิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมคณะผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กล่าวแถลงถึงแนวทางและขั้นตอนการแก้ปัญหาที่ดินราษฎรอาสาสมัคร(รอส.)เขาค้อ หลังเสร็จสิ้นการประชุมร่วมกับคณะผู้แทนหน่วยงานในจังหวัดเพชรบูรณ์และผู้แทนทหารกองพลทหารม้าที่ 1 เมื่อช่วงเย็นวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมาว่า จากการประชุมได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า จากอดีตพื้นที่เขาค้อกองทัพภาค 3 ขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ และในพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ 126,360 ไร่ จะมีการเข้าไปตรวจสอบสิทธิและคุณสมบัติของรอส.และคุณสมบัติพื้นที่ โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการภายใน 90 วัน โดยจะเริ่มช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม หลังการสำรวจเสร็จสิ่นแล้วจะกำหนดมาตรการบังคับใช้กฎหมายและการใช้ประโยชน์ที่ดิน


นายชลทิศกล่าวว่า ในขั้นตอนแรกจะเป็นการสำรวจว่ามีราษฎรหรือรอส.รายใดบ้างที่เข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ 1.2 แสนไร่เศษ โดยพื้นที่ทั้งหมดไม่ได้เป็นผืนเดียวติดต่อกัน ฉะนั้นจึงต้องใช้ระยะเวลาโดย 60 วันแรกจะเอาบัญชีรายชื่อ รอส.เดิมมาสำรวจก่อน หลังจากนั้นจะสำรวจส่วนที่เหลือโดยทำคู่ขนานกันไป เพื่อให้ได้ข้อยุติว่าพื้นที่ทั้งหมดมีใครใช้ประโยชน์และประเภทไหนบ้างไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านพัก พื้นที่เกษตรกรรม เพื่อจะนำมาพิจารณาพร้อมๆกัน และเมื่อได้ข้อมูลมาแล้วจึงค่อยมาพิจารณาในขั้นตอนคุณสมบัติของราษฎรและคุณสมบัติของพื้นที่ เหมาะสมกับรายที่จะได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่เขาค้อต่อไปหรือไม่


“หากมีรายใดไม่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขรอส.กำหนดหรือที่กองทัพภาคที่ 3 กำหนดไว้ บุคคลผู้นั้นก็จะคงต้องมีมาตรการการใช้ในข้อกฎหมายต่อไป ส่วนคำถามเรื่อง พ.ร.บ.โรงแรมก็ดีหรือเรื่องการเสียภาษีก็ดี เป็นมาตรการที่ทางจังหวัดและกรมป่าไม้พูดคุยกันว่า หลังจากการสำรวจแล้วหากว่าพื้นที่มีการขออนุญาตถูกต้องแล้ว มาตรการเหล่านั้นจะต้องดำเนินการให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับผู้ประกอบการทั่วๆไป”อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว พร้อมย้ำว่า เบื้องต้นจะทำการสำรวจก่อนส่วนเงื่อนไขจะเป็นไปตามที่ราชการมีกฎระเบียบไว้ โดยเฉพาะในเงื่อนไขรอส.มีครอบคลุมทุกเรื่องหรือไม่ ถ้ามีราษฎรรายใดไปใช้โดยไม่ถูกเงื่อนไขก็ต้องเสนอให้กองทัพฯพิจารณาว่า ยังอยู่ในขอบข่ายของกองทัพฯได้ใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้หรือไม่

ด้านพ.อ.ถนัดพล โกศัยเสวี รอง ผบ.พล.ม.1 กล่าวตว่า ในขั้นตอนการปฏิบัติทั้งหมดทางกองทัพภาคที่ 3 ยังยึดถือวัตถุประสงค์ที่ใช้ขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ เพื่อการเกษตรและข้อบังคับของกอ.รมน.ภาค 3 ปี พ.ศ.2521 จำนวน 9 ข้อ เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและข้อมูลเป็นปัจจุบัน โดยในขั้นตอนการแรกคือการสำรวจพื้นที่ทั้งหมดราว 1.2 แสนไร่ โดยจะดำเนินการกับรอส.เป็นอันดับแรก และพื้นที่นอกแปลงทั้งหมดในพื้นที่ที่กองทัพภาค 3 ขอใช้ประโยชน์ จะดำเนินการภายใน 90 วัน ปัจจุบันมีข้อมูลพื้นฐานอยู่แล้วในเบื้องต้น และจะมีการปิดประกาศเพื่อให้แสดงตนและนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการ หลังจากนั้นก็จะตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อดำเนินการสำรวจพื้นที่ทั้งหมด เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยขั้นตอนการปฏิบัตินี้จะขอใช้อำนาจของทางผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ออกคำสั่ง

Advertisement

ในขณะที่นายพิบูลย์ หัตถกิจโกศล ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า เนื่องจากที่ดินรอส.เขาค้อมีประวัติความเป็นมาเกือบ 40 ปีแล้วจึงต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบและรัดกุม ซึ่งทางกรมป่าไม้เข่ามาช่วยเติมเต็มและเสริมในส่วนนี้คิดว่าการแก้ไขปัญหาจะเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดและจะยังประโยชน์ให้เกิดกับผู้ใช้ในพื้นที่

นายชลทิศยังตอบข้อซักถามถึงแนวทางการเพิกถอนรอส.ใช้ที่ดินผิดประเภทหรือไม่ว่า พื้นที่บริเวณนี้มีทั้งที่เป็นกลุ่มรอส.ใช้ประโยชน์และกลุ่มที่ไม่ได้เป็นรอส. หลังคัดกรองออกมาแล้วก็จะนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งว่าเป็นบุคคลประเภทใด และสำคัญที่สุดคือมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นมาตรฐานเดียวกัน และจะพิจารณาลงลึกไปอีกว่าเป็นผู้ยากไร้หรือไม่ หากเป็นผู้ยากไร้แม้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มรอส. ก็จะนำมาพิจารณาประกอบด้วย การพิจารณาขอดูในข้อเท็จจริงเป็นหลักก่อนเพื่อจะได้พิจารณาในระดับนโยบายว่าจะมีมาตรการในแต่ละกลุ่มอย่างไร เพราะมาตรการทั้งหมดก็ใช้เหมือนกันกับพื้นที่อื่นทั้งประเทศ


อย่างไรก็ตามขณะแถลงข่าว นายประสม ประคุณศึกษา กรรมการผู้จัดการบริษัทเมาเท่นพาร์คอินเตอร์เนชั่นแนลกอล์ฟแอลรีสอร์ทจำกัด อ.เขาค้อ ซึ่งเข้าร่วมรับฟังได้จี้ให้คณะผู้แถลงเร่งปฏิบัติตามเงื่อนไข 9 ข้อ ที่กำหนดไว้ในหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินรอส.เขาค้อ พร้อมจี้อีกว่าตามหนังสือดังกล่าวเขียนระบุชัดเจนถึงอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดตามเงื่อนไขหนังสือฯ สามารถเพิกถอนได้หากมีการกระทำผิดเงื่อนไข ซึ่งนายชลทิศชี้แจงว่า “ปัญหาที่กำลังพบกันอยู่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้นถามว่าเกิดอะไรขึ้นในอดีต ปัญหาได้เกิดขึ้นที่เขาค้อที่เดียวแต่ยังเกิดที่เกาะพนันหรือที่กาญจนบุรีหรือที่ภูเก็ต ซึ่งปัญหาเหล่านี้ที่รัฐบาลให้ความสำคัญคือสร้างมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ในอดีตที่ผ่านมาเราพบการกระทำหลายอย่างและไม่กล่าวถึงการทำผิดในกรณีใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการสร้างสิ่งก่อสร้างบ้านพัก แต่หมายถึงการสร้างเพื่อประโยชน์ในประเภทต่างๆไม่ว่าเป็นเพื่อเกษตรกรรมอะไรทั้งสิ้

“วันนี้ทางกรมป่าไม้ใช้หลักการเดียวกันทั้งประเทศ คือการพิสูจน์ความจริงก่อน ในกรณีที่เขาค้อหากจะถามย้อนหลังไปในอดีตว่า ทำไมไม่ดำเนินการผมคงตอบแทนคนอื่นไม่ได้ แต่อยากเรียนว่าวันนี้ได้มีการตกลงกันแล้วว่า จะมีการตรวจพิสูจน์เรื่องคุณสมบัติเป็นเรื่องที่ 1 ทั้งคุณสมบัติของรอส.และคุณสมบัติของพื้นที่ ฉะนั้นจึงอยากให้ใจเย็นๆและหากย้อนไปกล่าวอ้างคนนั้นหรือคนนี้ผิดทำไมไม่ทำอะไร เราคงเดินก้าวต่อไปไม่ได้ วันนี้ระยะเวลาเหลืออีก 90 วัน ก็จะเอาความจริงมาปรากฏ หลังได้ความจริงเราคงไม่สามารถปฏิเสธความจริงได้ว่า หากบุคคลใดที่ไม่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขของรอส.แล้วจะอยู่ต่อไปได้”อธิบดีกรมป่าไม้กล่าว

 

ขณะเดียวกันนายประสมยังจี้ถามถึงร่างแผนแม่บทที่อำเภอเขาค้อจัดทำขึ้น โดยอ้างว่าผู้ร่วมจัดทำร่างฯส่วนหนึ่งเป็นผู้ส่วนได้ส่วนเสียร่วมด้วย และส่อมีขบวนการต้องการใช้ช่องทางนี้ฟอกที่ดินและรับประโยชน์อยู่ นอกจากนี้่ยังทักท้วงถึงกรณีที่มีการนำงบฯจากกระทรวงพม.ลงมาให้คณะบุคคลกลุ่มหนึ่งสำรวจรังวัดแทนที่จะผ่านทางจังหวัดมีนักวิชาการร่วมด้วย โดยนายประสมอ้างว่าทำให้เสียของและเสียงบฯแผ่นดิน

 

กระทั่งนายชลทิศขอให้นายประสมหยุดพูดและย้ำว่า “อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นก่อนผมมาให้ถือว่าต้องรับในสิ่งที่ทำ แต่วันนี้เมื่อผมมาแล้วขอให้เชื่อใจว่าเรากำลังทำอะไร หากคุณประสมคิดว่าสิ่งที่ทำมาไม่ถูกต้อง ขบวนการจะมีขบวนการตรวจสอบเอง แต่วันนี้ขอแค่นี้ก่อนเพื่อจะมาบอกประชาชนและชาวเขาค้อว่า อย่าตกใจอย่าเพิ่งคิดไปเอง ขอให้ดูมาตรฐานที่กรมป่าไม้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางจังหวัดร่วมกับกองทัพฯ ว่าจะเดินต่อไปอย่างไรและมาตรฐานที่จะเกิดขึ้นตรงนี้ไม่ใช่คิดแต่เพียงรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว อย่างกรณีภูทับเบิกสุดท้ายก็มีพี่น้องภูทับเบิกมาช่วยกันคิดว่าสิ่งที่เขาค้ออนาคตอยากเห็นคืออะไร

 

“ผมก็ทราบดีว่าอาจจะปัญหาในอดีต แต่วันนี้ก็อนุญาตไม่พูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่เรากำลังจะพูดถึงว่าสิ่งที่เรากำลังจะทำ หากใครทำอะไรไปไม่ถูกต้องขอให้รับกรรมนั้นไปเอง กรรมจะตามไปถึงคนนั้นเอง อันนี้ไม่เกี่ยวกับเราเพราะเราไม่ได้ทำ” นายชลทิศ กล่าว

ทั้งนี้ นายชลทิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้พร้อมคณะผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะลงพื้นที่อำเภอเขาค้อเพื่อสำรวจติดตามสภาพพื้นที่ป่าเขาปางก่อ-วังชมภูและป่าเขาโปลกหล่น ที่ทหารขอใช้ประโยชน์จากกรมป่าไม้ รวมทั้งดูข้อเท็จจริงถึงสภาพการบุกรุกครอบครองที่ดิน รอส. เพื่อก่อสร้างรีสอร์ทและบ้านพักหรูโดยไม่ถูกกฎหมาย