เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน พล.ต.ต.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผบก.ทท.2 เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท. ให้หน่วยงานในสังกัด บช.ทท. กวดขันจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ และปราบปรามจับกุมคดีที่มีการหลอกลวงจองโรงแรม ที่พัก ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแหล่งท่องเที่ยว จึงสั่งการว่าที่ พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เอนสาร ผกก.1 บก.ทท.2 พ.ต.ท.วโรดม ใบเรือ รอง ผกก.1 บก.ทท.2 พ.ต.ท.วัชรธร ธีรเมทถิรชญาภา สว.กก.1 บก.ทท.2 พ.ต.ท.ณัฐภัทร สุขชื่น สว.กก.สืบสวน บช.ทท. ออกสืบสวนหาข่าวในพื้นที่รับผิดชอบ จากการสืบสวนพบว่า น.ส.เอ (นามสมมุติ) ผู้ต้องหาในคดีหลายท้องที่ ซึ่งใช้บัญชีหลอกลวงให้ผู้เสียหายจองที่พักหลายแห่งมูลค่าความเสียหายกว่า 50,000 บาท และสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญากรุงเทพใต้ กระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์บิดเบือนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” หลบหนีมาอยู่ที่ อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงจับกุมนำส่ง พงส.สน.ทองหล่อ ดำเนินคดี เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่าส่งข้อมูลบัญชีของตนเองในแอพพลิเคชั่นกู้ยืมเงิน ไม่ทราบว่าถูกนำบัญชีไปใช้อย่างไร
พล.ต.ต.โอฬารกล่าวอีกว่า เนื่องจากอาชญากรรมทางสื่อโซเชียลมีหลอกหลายรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องการหลอกลวงให้จองที่พัก มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น ตำรวจท่องเที่ยวขอประชาสัมพันธ์เรื่องการจองที่พักผ่านเพจต่างๆ ควรปฏิบัติดังนี้ 1.เช็ก “ข้อมูลเพจ” ตรงแถบ ‘เกี่ยวกับ’ และกดคำว่า ‘ความโปร่งใสของเพจ’ จะเจอประวัติการเปลี่ยนชื่อเพจบ่อยครั้ง และมีผู้จัดการเพจอยู่ต่างประเทศ ให้สงสัยว่าปลอม 2.เช็ก “ผู้ติดตาม” เพจปลอมมักมีการสร้างยอดผู้ติดตามปลอมไว้ที่รายละเอียดของเพจ 3.เช็ก “การตอบโต้” ถ้ามีการกดโกรธในโพสต์ ให้สงสัยได้เลยว่าเป็นเพจปลอม 4.เช็ก “บัญชีก่อนโอน” ให้ดูชื่อบัญชีว่าตรงกับชื่อเจ้าของที่พัก หรือเป็นบัญชีชื่อของที่พักหรือไม่ โปรดระวังบัญชีส่วนบุคคล สามารถตรวจสอบได้ที่ blacklistseller.com / fake-check.ncsa.or.th / checkgon.go.th และ 5.ตรวจสอบก่อนการโอนเงิน หากเป็นที่พักจริงที่ได้มาตรฐาน และน่าเชื่อถือ ส่วนมากจะเป็นบัญชีที่เป็นชื่อเดียวกันกับที่พัก

