กรมชลประทานเตือน 4 จว.ยกของขึ้นที่สูง เขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,900 ลบ.ม./วิ ตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป
เมื่อเวลา 13.58 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน กรมชลประทาน อัพเดตสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา ณ เวลา 12.00 น. พบว่า สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,988 ลบ.ม./วินาที ส่วนสถานี Ct.25 แม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 174 ลบ.ม./วินาที
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ไหลมาสมทบอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุ “คัลแมกี” เขื่อนเจ้าพระยาจะทยอยปรับเพิ่มการระบาย ตั้งแต่เวลา 16.00 น. จากอัตรา 2,800 ลบ.ม./วินาที เป็นอัตรา 2,900 ลบ.ม./วินาที ภายในเวลา 02.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (11 พ.ย.68) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง
กรมชลฯจึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นอกคันกั้นน้ำบริเวณ
จ.พระนครศรีอยุธยา คลองบางบาล, ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่, ตำบลบ้านกระทุ่ม อำเภอเสนา, ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล, ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน และตำบลประตูชัย อำเภอเมือง
จ.สิงห์บุรี วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี, อำเภอเมือง, อำเภอพรหมบุรี, วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรี และตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี
จ.อ่างทอง คลองโผงเผง, อำเภอป่าโมก, ตำบลเทวราช อำเภอไชโย, ตำบลตลาดกรวด ตำบลย่านซื่อ ตำบลบ้านแห ตำบลจำปาหล่อ ตำบลมหาดไทย ตำบลโพสะ อำเภอเมือง, ตำบลบางจัก ตำบลสี่ร้อย ตำบลท่าช้าง ตำบลไผ่จำศีล ตำบลศาลเจ้าโรง อำเภอวิเศษชัยชาญ, ตำบลโพธิ์รังนก ตำบลบ่อแร่ ตำบลบางระกำ และตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง
และ จ.ชัยนาท ตำบลโพธิ์นางดำออก, บ้านท่าทราย, ตำบลตลุก ตำบลหาดอาษา และตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา
เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และยกของขึ้นที่สูง หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
ทั้งนี้ กรมชลประทาน ได้เร่งระบายน้ำผ่านสถานีสูบน้ำตามแนวคลองชายทะเล รวมทั้งสถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิออกสู่อ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำให้เร็วที่สุด


