หน้าแรก ในประเทศ โฆษกกทม. FC ม...

โฆษกกทม. FC มติชน อ่านครบ ‘นสพ.-ออนไลน์’ อัพเดตฟีดแบ๊กชาวกรุง กระซิบ พาดหัว ‘คมมาก’

12.11.25 | 00:07 น.

โฆษกกทม. FC มติชน อ่านครบ ‘นสพ.-ออนไลน์’ อัพเดตฟีดแบ๊กชาวกรุง กระซิบ พาดหัว ‘คมมาก’

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ห้องคริสตัล บ็อกซ์ (Crystal Box) เกษร เออร์เบิน รีสอร์ท ชั้น 19 เขตปทุมวัน เครือมติชน จัดงาน Matichon Open House 2025 ภายใต้แนวคิด The Bloomer for All สะท้อนพลังการทรานส์ฟอร์มองค์กรสู่สื่อดิจิทัลเต็มรูปแบบพร้อมเปิดแผนขยายคอนเทนต์-กิจกรรมในทุกแพลตฟอร์ม

โดยไฮไลต์ได้แก่ เวลา 17.50 น. นายปราปต์ บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ประกาศทิศทางและแผนงานที่จะขับเคลื่อนโปรเจ็กต์ สำคัญในปี 2569 ทั้งนี้ เพื่อสื่อสารพาร์ตเนอร์ ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และสาธารณชนเกี่ยวกับทิศทางและความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ภายในเครือมติชน โดยภาพรวม ‘เครือมติชน’ จะมีการปรับเปลี่ยนและทรานส์ฟอร์มไปสู่สื่อออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียในทุกแพลตฟอร์มรองรับ รวมถึง Facebook, YouTube, Instagram และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียใหม่ๆ

ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคส่วนการเมือง ธุรกิจ การศึกษา กีฬา ตลอดจนบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงสังคม และอุตสาหกรรมต่างๆ หลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 300 คน

ซึ่งหนึ่งในนั้นได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วย นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร และ นางวรญาณี กลิ่นหอมหวล ผู้อำนวยการสำนักปกครองและทะเบียน กรุงเทพมหานคร

Advertisement

นายเอกวรัญญู กล่าวว่า ตนมองว่าการเปิดบ้านในวันนี้ทำให้เห็นภาพรวมอนาคต ว่าเครือมติชนจะเดินไปในทิศทางไหน ซึ่งนับว่าเป็นภารกิจ (mission) อนาคตไกล ได้เห็นทิศทางของมติชนที่ยังมีความสำคัญต่อวงการการเมือง

“คนที่เป็นแฟนคลับของมติชนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของการเมืองเป็นหลัก ซึ่งในอนาคตจะตอบโจทย์กลุ่มคนที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น มีรายการใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาด้วยหลายรายการ และหลายโปรแกรมทีเดียว

“ผมเชื่อว่ามติชนนี่แหละ ที่จะเป็นคนคอยให้ความรู้ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และความคิดให้แก่ผู้อ่านได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมเองคงเป็นหนึ่งในนั้น ที่เสพข่าวมติชนมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วัย 10 กว่า จนทุกวันวันนี้ 40 ก็ยังเสพข่าวของมาได้ชนอยู่ อันนี้พูดเรื่องจริง ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์หรือทางหนังสือพิมพ์

หวังว่ามติชนจะอยู่คู่สังคมไทยต่อไป จะเป็นหนึ่งในสื่อแกนหลัก ที่จะคอยสร้างความคิด ไอเดีย และความรู้จริงรวมไปถึงความตระหนักรู้อย่างยั่งยืน”นายเอกวรัญญูกล่าว

เมื่อถามว่า ในมุมของ กทม. การข่าวของมติชนเป็นอย่างไรบ้างในช่วงที่ผ่านมา คิดว่ามีในมุมไหนที่จะสามารถช่วยกันส่งเสริม ประชาสัมพันธ์การทำงานของกรุงเทพมหานครให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากขึ้นได้บ้าง ?

นายเอกวรัญญูกล่าวว่า ต้องบอกว่าที่ผ่านมา มติชนถือว่าเป็นสื่อที่น่ารักกับเรามาตลอด มติชนคอยติดตามข้อมูลข่าวสารจากทางกรุงเทพมหานคร อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

“เพราะว่าลักษณะการทำงานของกรุงเทพมหานคร นั้น เป็นการทำงานที่เรียกว่า หนึ่งคือ มันต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนที่อยู่อาศัยด้วย อย่างเช่น โครงการไม่เทรวม แยกขยะ, โครงการเรื่องฝุ่น Pm 2.5 หรือแม้กระทั่งเรื่องของการระบายน้ำ ที่ประชาชนอาจจะต้องการทราบว่า ตอนนี้มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

รวมไปถึงเรื่องเย็นๆ อย่างเรื่องของฟุตปาธ ที่ถือว่าเป็นเรื่องเย็น ทางมติชนก็คอยอัพเดตข้อมูลให้ หรือว่าจะเป็นอย่างเรื่องการศึกษา สาธารณสุขต่างๆ ผมว่ามติชนคอยอัพเดตข้อมูลให้ผ่านทางหน้าฟีดออนไลน์ แล้วพาดหัวข่าวได้คม แม้กระทั่งคมกว่าทีมผมทำเองด้วย ซึ่งต้องขอบคุณอย่างยิ่ง” นายเอกวรัญญูกล่าว และว่า

ส่วนว่าอนาคต อยากให้มีอะไรเพิ่มเติมนั้น ถ้าดีมานด์ ตนมองว่า ก็คงมีคอนเทนต์มาเรื่อยๆ เพียงแค่ทุกวันนี้ก็รู้สึกเกรงใจ ด้วยทางมติชนให้การสนับสนุน กทม.เป็นอย่างดี

“ผมเชื่อว่าจะมีโปรเจ็กต์อีกหลากหลาย ที่สามารถร่วมมือกันได้ในอนาคต ทุกวันนี้มติชนช่วยผ่านออนไลน์ อนาคตมีโปรเจ็กต์อะไร ก็ยินดีและหวังว่าจะร่วมมือกับมติชนต่อไป”

ส่วนตัวมองว่า อะไรที่เป็นจุดเด่น เป็น DNA ของมติชนที่ควรจะคงไว้ หรือพัฒนาต่อ ?

นายเอกวรัญญูกล่าวว่า ถ้าเป็นในมุมข่าว ที่ส่วนตัวรู้สึกคือ 1 .เร็ว 2.ข้อมูลถูกต้อง

“และที่ 3.ไม่แน่ใจว่าพูดได้ไหมแต่รู้สึกว่า พาดหัวมันกระชับ อ่านและผมเข้าใจเลยว่ามันคืออะไร

“ผมว่า 3 สิ่งนี้มันเป็นจุดหลักที่ตอบคำถามว่า ทำไมผมถึงเสพมติชน ผมรู้สึกว่าอันนี้เป็น 3 หัวใจหลักของมติชน ซึ่งยังไม่รวมไปถึงบทความ เพราะหลักๆ ผมจะอ่านตัวข่าว

อีกอันหนึ่งที่เป็นจุดเด่นของมติชนที่เราทราบกัน ดีคือเรื่องของ ‘การเมือง’ ซึ่งวันที่เธอจะมีข่าวเชิงลึกเชิงข้อมูลที่มาก่อนใครก่อนเพื่อน อันนี้ผมถือว่าเป็นจุดเด่น ที่ผมมองว่าในฐานะแฟนที่ยังเป็นคอการเมือง ก็ต้องตามมติชน โดยเฉพาะ มติชนสุดสัปดาห์ ที่บทวิเคราะห์ต่างๆ มากมาย

ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะต้องตามอยู่ เป็น Core หลัก ที่ผมว่าน่าจะพยายามเก็บไว้” นายเอกวรัญญูเผย

ส่วนอนาคตจะแตกไลน์กลุ่มเป้าหมาย target อย่างไร ตนเชื่อว่ามติชนเก่งอยู่แล้ว คงไม่สามารถแนะนำอะไรได้

แต่ต้องยอมรับว่า ในเรื่องของสื่อดิจิทัล ต้องเรียนรู้จากทาง กทม. เพราะสำนักงานเขต ทุกวันนี้ทำ content ดีมาก เป็นคนทำงานจริง พี่ๆในแต่ละสำนักงานเขตทำเองเลยหรือไม่ ต้องบอกว่าเป็นปรากฏการณ์ศึกษาอย่างยิ่ง ?

นายเอกวรัญญเผยว่า พี่ๆ ในเขตทำเอง ตนไม่ได้คนที่มีหัวคิด creative แต่อย่างใด เพียงแต่เราเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงศักยภาพ

อย่างสมมติ ในสำนักเอง เวลาส่ง content อะไรมา เราก็พยายามเปิดโอกาสให้เขาสามารถโพสต์ได้

“หลายๆ ครั้ง ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันนะ ว่าเขาเขียนอะไร แต่พอโพสต์ปุ๊บ โห! มันไวรัลมาก สนใจเยอะ เพียงแต่ว่าเราก็ต้องมีการกำหนดขอบเขตให้ดีพอ ซึ่งบางครั้ง ตอนใหม่ๆ เราก็ตกใจ ในช่วงหลังๆ เราก็เริ่มคุยกับเขาว่าขอบเขตอยู่ประมาณไหน คำประมาณไหนที่เราคิดว่าอันตรายไม่อยากใช้

ส่วนของสำนักงานเขต เราก็โชคดีที่เรามี 50 สำนักงานเขตแต่ละเขต เขาก็จะมีประชาสัมพันธ์เขตอยู่ 1-2 ท่านที่ช่วยกันคิด

ต้องบอกว่าเราให้ความชอบธรรม เราก็ช่วยกันพยายามโปรโมตอะไรที่ทำดี มันคือหน้าที่ของเขา แล้วก็ส่งเสริม เราต้องไม่ไปเคลม หัวใจคือใครทำดีและต้องให้เครดิตเขา”

นายเอกวรัญญู เผยว่า อย่างกรณีล่าสุด มีโพสต์ที่ใช้คำว่าไอร่า ตนก็ยังไม่เก็ทเท่าไหร่ แต่เมื่อคอนเทนต์ออกไปปุ๊บ มีสื่อมาขอสัมภาษณ์

“เราบอกว่าไม่ต้อง ให้ไปสัมภาษณ์น้องๆ เขาเลย เพราะผมไม่ได้มีส่วนร่วม เขาคิดกันมาแล้วเสนอกัน เขาผ่านแล้วเราก็ลุย

ถ้าเรามีลิมิตกับคนรุ่นใหม่เยอะ ผมว่า อะไรที่มันสร้างสรรค์ ก็อาจจะถูกลิมิต ถูกจำกัดไป” นายเอกวรัญญูกล่าว

เพราะจริงๆ แล้วคนไทยเราครีเอต (creative) มาก ถ้าเราเปิดพื้นที่ให้คนทุกวัยได้มีพื้นที่สื่อสาร ?

นายเอกวรัญญูกล่าวว่า จริง ซึ่งมันเปิดได้มากกว่านี้อีก อย่างตนเองในฐานะโฆษกกทม. อาจจะไม่กรอบบางอย่างที่ทำให้เขาไม่สามารถ create ได้เต็มที่ เรา

“ก็ตอบไม่ได้ว่าเป็นกรอบไหน ต้องถามเขา ถ้ามีโอกาสก็อยากให้มติชนไปสัมภาษณ์ผู้ปฏิบัติการ และผมว่าเราจะได้รู้เลยว่า เราไม่ได้มีเอเจนซี่ อันนี้คือทีมข้าราชการทำเอง” นายเอกวรัญญูเผย

จากหน้ากระดาษ ก้าวสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ส่วนตัวมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของมติชนอย่างไรบ้าง?

นายเอกวรัญญูเผยว่า ตนเป็นคนชอบอ่านหนังสือพิมพ์ เป็นนิสัยที่ติดมาตั้งแต่เด็ก

“มันทำให้เรามีโฟกัสมากกว่าไหม ? มันได้จับ ได้สัมผัส ได้หมุน แต่ถ้าอ่านในหน้าจอ มือถือไม่ค่อยได้อ่าน เด็กรุ่นใหม่เข้าผ่านเฟซบุ๊ก แต่ผมเข้าผ่านเว็บไซต์ เพราะเฟซบุ๊กต้องไถ

แต่พอเปิดเว็บไซต์ เปิดมาผมจะเห็นหมดทั้งภาพรวม ฮอตนิวส์ ข่าวเซ็กชั่นไหน การเมือง บันเทิง ก็ว่าไป ผมว่าเข้าอันนี้แล้วเห็นภาพรวมหมด

แต่ถ้าเข้าเฟซบุ๊ก ข้อดีคือเราได้เห็นเอ็นเกจเมนต์ ได้เห็นคนคอมเมนต์ มันก็เป็นข้อดีที่แตกต่างกัน

ผมว่าถ้าเราชอบสไตล์ไหน ชอบอ่านข่าวแบบไหน ก็เลือกแบบนั้น” นายเอกวรัญญูกล่าว

เมื่อถามว่า ได้อ่านคอมเมนต์ ข่าวกทม. จากมติชนไหม ?

นายเอกวรัญญูกล่าวว่า อ่านแน่นอน

“โห งานเข้ามาหลายครั้งแล้ว แต่ผมว่าดีนะ ที่พอข้อมูลอะไรไม่ครบถ้วน เราจะได้ feedback จากสื่อนี่แหละ ที่จะได้ไปตอบประชาชน อธิบายให้ถูกต้อง

“ผมว่า feedback จากหลายๆ สื่อ เป็น feedback ที่น่ารัก ไม่ได้ตั้งโจทย์เพื่อจะโจมตีเป็น feedback จากคนจริงๆ เข้ามา แก้ไขให้เมืองของเราดีขึ้น” นายเอกวรัญญูเผย