เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)ด้านความมั่นคง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี เพื่อให้กำลังใจและรับฟังความคิดเห็นมวลชน หลังก่อนหน้านี้ บก.ภ.จว.ปัตตานี มีคำสั่งย้าย ผกก.สภ.กะพ้อ ช่วยราชการที่ บก.ภ.จว.ปัตตานี
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เกิดเหตุวางระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ(นปพ.) สภ.กะพ้อ ถึง 2 ครั้ง ก่อนเหตุระเบิดฐาน นปพ.ที่อ.เมืองปัตตานี ต้องสืบสวนสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกันหรือไม่อย่างไร เหตุใดจึงเกิดเหตุระเบิดกับ นปพ.ต่อเนื่องกัน ส่วนเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ล่าสุดนั้นสั่งการให้รวบรวมพยานหลักฐาน ดีเอ็นเอทั้งหมดเท่าที่เก็บได้ซึ่งมีพอสมควรเปรียบเทียบกับเหตุก่อนหน้านี้ เพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าเป็นกลุ่มไหน ที่น่าสังเกตคือตั้งแต่เหตุระเบิดในอ.กะพ้อ ต่อเนื่องมาครั้งนี้พุ่งเป้าที่ชุดนปพ.ทั้งนี้อยู่ระหว่างสืบหาสาเหตุที่แท้จริง แต่คาร์บอมบ์ที่ปัตตานีให้น้ำหนักไปที่การจับกุมกลุ่มขบวนการก่อความไม่สงบของเจ้าหน้าที่ก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ตัดประเด็นอื่นๆ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวต่อว่า ให้ขยายพื้นที่การตั้งด่านในจ.ปัตตานี ไปอีกชั้น โดยให้ตำรวจประสานงานกับกองทัพภาคที่ 4 จัดกำลังตั้งด่านเพิ่มไปยังถนน 20 สายใน จ.ปัตตานี ให้เฝ้าจับตาปั๊มหลอด การขนบรรทุกน้ำมัน หรือสาร อุปกรณ์อื่นที่ขยายแรงระเบิด และให้หน่วยนปพ.ทุกพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวอีกว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งการให้ตนประสานกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) และศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศชต.)ตรวจสอบจุดเสี่ยง พื้นที่ละประมาณ 10 จุด เพื่อศึกษาและเตรียมนำระบบเตือนภัยก่อการร้ายที่ใช้ในสหพันธรัฐรัสเซียมาใช้งาน จากนั้นจะพิจารณาจัดหามาใช้งานต่อไป เท่าที่ทราบเบื้องต้นเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ระวังเหตุ มองว่าคุ้มค่าหากเทียบกับการป้องกันการสูญเสีย

