หน้าแรก ในประเทศ น่าห่วง! นายอ...

น่าห่วง! นายอำเภอโคราชขับรถไปทำงาน ชนสนั่นกระบะ สาหัส ต้องปั๊มหัวใจยื้อชีวิต

30.04.17 | 15:36 น.

นายอำเภอชุมพวง โคราช ขับรถกลับไปทำงานพุ่งชนประสานงากับรถกระบะบาดเจ็บสาหัส


เมื่อเวลา 14.05 น. วันที่ 30 เม.ย.2560 พ.ต.ท.เด่นชัย ชำนาญในเมือง สารวัตรเวร สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถกระบะ 2 คันชนประสานงามีผู้ได้รับบาดเจ็บติดคาซากรถที่บริเวณหลัก กม.ที่ 14-15 ถนนพิมาย-ชุมพวง บ้านหนองจิก หมู่ 9 ต.โบสถ์ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา จึงรีบรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยพิมาย หน่วยกู้ภัยชุมพวง และหน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดอำเภอพิมาย ในที่เกิดเหตุพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ 4 ประตู สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ฌร 2911 กรุงเทพมหานคร และบริเวณข้างประตูด้านหน้าซ้ายและขวามีโลโก้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สภาพด้านหน้าพังยับ และบริเวณที่นั่งคนขับมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดคาซากรถ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยจึงได้ใช้เครื่องตัดถ่างงัดร่างออกมาใช้เวลานานกว่า 30 นาที และเร่งปั๊มหัวใจช่วยเหลือชีวิตและรีบนำส่ง รพ.พิมาย ทราบชื่อภายหลังคือนายทศพล ยุทธศิลป์กุล อายุ 52 ปี ตำแหน่งนายอำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา สภาพบาดเจ็บสาหัสมีบาดแผลที่ใบหน้าและพวงมาลัยรถกระแทกหน้าอกจนหมดสติ แพทย์ รพ.พิมาย จึงได้ส่งต่อไปรักษาที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ส่วนรถคู่กรณีเป็นรถกระบะ รุ่นดีแมคซ์ 4 ประตู สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กส 8965 กรุงเทพมหานคร มีนายภูเทพ บุญเรือง อายุ 54 ปี ชาว ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เป็นคนขับ และได้รับบาดเจ็บสาหัสขาขวาหักและหมดสติเช่นกัน โดยรถยนต์ของนายภูเทพสภาพด้านหน้าพังยับและตกลงไปข้างทาง โดยหน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งโรงพยาบาลพิมายก่อนหน้านั้น

จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า นายทศพล ยุทธศิลป์กุล นายอำเภอชุมพวง จ.นครราชสีมา ได้ขับรถประจำตำแหน่งออกจากบ้านพักตัวเมืองนครราชสีมาเพื่อเดินทางไปเป็นประธานงานศพที่อำเภอชุมพวงและกลับไปทำงานตามปกติ เมื่อรถวิ่งมาถึงที่เกิดเหตุรถนายอำเภอเกิดเสียหลักพุ่งชนกับรถกระบะที่วิ่งสวนมาอย่างจังเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นเหตุให้นายอำเภอชุมพวงบาดเจ็บสาหัส และนายภูเทพก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเช่นเดียวกัน

หลังเกิดเหตุนายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา ได้รุดไปเยี่ยมอาการนายทศพลนายอำเภอชุมพวงที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา ทันที โดยแพทย์ที่ทำการรักษาระบุว่าอาการยังน่าเป็นห่วงและยังไม่พ้นขีดอันตรายต้องอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์ภายในห้องซีซียู โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

Advertisement