นครบาลฟิตรวบโจ๋พม่าขับปิกอัพขนกะหล่ำปลีซุกไอซ์ 300 โล ยาบ้า 2.4 ล้านเม็ด

13.11.25 | 19:53 น.

รอง ผบ.ตร. นำทีม บิ๊กเปีย, น.1 แถลงสืบ 1 รวบหนุ่มสาวพม่าขับปิกอัพขนกะหล่ำปลีซุกยาไอซ์ 300 โล ยาบ้า 2.4 ล้านเม็ด

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผบ.ตร. ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร. รอง ผอ.ศปอส.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น .ดูแลงานยาเสพติด พล.ต.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.ต.อ.วิชัย สนสกุล ผกก.สส.บก.น.1 และชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.1 แถลงจับกุม นายจาย หนุ่มแลง (Mr.Sai Num Hlaing) อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา น.ส.หอม ไม่มีนามสกุล อายุ 20 ปี สัญชาติเมียนมา พร้อมด้วยของกลาง ยาไอซ์ 300 ห่อ น้ำหนักห่อละประมาณ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม และยาบ้า จำนวน 2,400,000 เม็ด โทรศัพท์ 2 เครื่อง รถบรรทุก 1 คัน จับกุมได้บริเวณริมถนน นบ.10002 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 01.00 น. ที่ผ่านมา

พล.ต.อ.สำราญเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากชุดสืบสวนนครบาล 1 ได้ทำการเฝ้าดูพฤติกรรมเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล แกะรอยกลุ่มขบวนการลักลอบนำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือเพื่อลำเลียงเข้าพื้นที่ชั้นในกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งสืบสวนทราบว่ามีลักลอบจำหน่ายยาเสพติดครั้งนี้โดยมีการใช้รถยนต์ยี่ห้อ อีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีขาว หมายเลขทะเบียน บร 5646 ลำพูน ขับขี่จากภาคเหนือเพื่อมาจำหน่ายยาเสพติดให้ลูกค้าโดยจะซุกซ่อนกับกะหล่ำปลี เป็นพืชผลทางการเกษตรใช้อำพรางเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ โดยนัดส่งมอบยาเสพติดบริเวณถนนกาญจนา ช่วงบางบัวทอง จ.นนทบุรี จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปตรวจสอบ บริเวณถนนกาญจนาฯ ช่วงบางบัวทอง จ.นนทบุรี โดยสังเกตรถขาเข้าพื้นที่ชั้นในและเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณโดยรอบตลาดดังกล่าวไปตลอด

Advertisement

ต่อมาวันที่ 12 พ.ย. เวลาประมาณ 23.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมพบรถยนต์ดังกล่าวจากการแกะรอยเชิงลึกพบเดินทางมาจากภาคเหนือตรงตามการรวบรวมข้อมูลที่ได้จากขยายผลเครือข่ายตามที่ที่สืบสวนก่อนแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอทำการตรวจค้น พบผู้ขับขี่คือนายจายและ น.ส.หอม ชาวเมียนมา นั่งโดยสารพบผลการตรวจค้นรถยนต์คันดังกล่าว พบกระสอบซุกซ่อนอยู่โดยใช้กะหล่ำปลีอำพรางยาเสพติดพบยาไอซ์และยาบ้าดังกล่าว คดีดังกล่าวเป็นการขยายผลติดตามจากคดีจับยาไอซ์ 173 กิโลกรัม เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา มีชาวเมียนมาอยู่เบื้องหลังคุมของเอง เนื่องจากไม่สามารถว่าจ้างคนไทยนำส่งได้ จากการตรวจสอบรถคันดังกล่าวเคยขับไปที่ จ.สตูล จากการสอบสวนให้การรับสารภาพว่า ได้ค่าจ้าง 20,000 บาท แบ่งกับเพื่อผู้หญิงโดยสารมาด้วยคนละ 10,000 บาท อ้างบอกทำเพียงครั้งแรกโดยรับจ้างคนสั่งการเป็นชาวสัญชาติลาว

อย่างไรก็ตาม จำนวนยาค่อนข้างมากลักษณะนี้ ต้องเอายาเสพติดไปทำลายเหมือนเมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา เผาทำลายไปแล้วกว่า 22 ตัน รวมที่ บช.ปส. อนุมัติให้ทำลาย เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา 191 จับกุม จ.พระนครศรีอยุธยา วันนี้จับกุมได้ที่ จ.นนทบุรี ภายหลังจากนี้การปราบปรามจับกุมคดียาเสพติด ที่เน้นการดำเนินการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง พร้อมขยายผลปิดล้อมตรวจค้นในรายย่อย ฝากถึงพี่น้องประชาชน มีความเดือดร้อนเรื่องยาเสพติด โทรมาที่ 191 โดยตรงปัจจุบันใช้การจ้างคนขนเป็นต่างด้าว ยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการทำให้ปัญหาลดน้อยถอยลง

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “ร่วมจำหน่ายย่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) และยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน เป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป” นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป