กลับมาอีก ลอบจับลิงแสมขายเขมร ส่งห้องทดลองยา ไซเตสเตรียมประชุมต่อต้านปลายปี
วันที่ 15 พฤศจิกายน นายสุขี บุญสร้าง ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยว่า กรณีนายสมฤกษ์ ศุภมิตรกฤษณา ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) รายงานการจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน คือ 1.นายสุวัฒน์ อายุ 38 ปี 2.นายสืบพงษ์ อายุ 40 ปี พร้อมของกลางเป็นลิงแสม เพศผู้ 30 ตัว เพศเมีย 51 ตัว รวม 81 ตัว ยาบ้า ยาไอซ์ จึงได้ตรวจยึดนำของกลางทั้งหมดมาตรวจสอบที่กองร้อยทหารพรานที่ 1204 จากการตรวจสุขภาพลิงพบว่าร่างกายค่อนข้างอ่อนแรง เจ้าหน้าที่ทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมดที่ สภ.คลองน้ำใส ส่วนลิงแสมทั้งหมดได้นำส่งมอบศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 2 (กระบกคู่) ตำบลคลองตะเกรา อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา
เมื่อถามว่า ผู้ต้องหาจะนำลิงจำนวนมากเหล่านี้ไปทำอะไร นายสุขีกล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาอ้างว่าไปรับลิงมาจาก จ.ลพบุรี ซึ่งเบื้องต้นได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าลิงทั้งหมดไม่มีร่องรอยการทำหมัน หรือทำเครื่องหมายใดๆ คาดว่าน่าจะมีการคัดเลือกจับลิงตัวที่ยังไม่มีการทำหมันหรือทำเครื่องหมายมา แต่ยังไม่ปักใจว่าลิงทั้งหมดจะมาจากลพบุรี ทั้งนี้ สำนักป้องกันฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว
“ส่วนจะเอาไปทำอะไรนั้น คาดว่าน่าจะมีการส่งลิงเหล่านี้ไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้กัมพูชามีการรับซื้อลิงแสม เพื่อส่งขายให้กับห้องปฏิบัติหรือห้องแล็บ เพื่อการวิจัยทางการแพทย์และเภสัชกรรม โดยก่อนหน้านี้ อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส เคยประกาศต่อต้านการค้าลิงที่ไม่ได้มาจากการเพาะเลี้ยงของประเทศกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าประเทศแคนาดามีการรับซื้อลิงจากประเทศกัมพูชาจำนวน 680 ตัว ทำให้เกิดการลักลอบจับลิงแสมในป่าออกมาขายกันมาก รวมทั้งมีการประกาศรับซื้อลิงแสมจากประเทศไทยด้วย ทั้งนี้ พบว่าลิงที่ทางพ่อค้ากัมพูชาส่งไปขายให้แคนาดา เพื่อทดลองยานั้น ขายกันในราคาตัวละ 2 หมื่นเหรียญ จึงเป็นที่มาการต่อต้านการรับซื้อลิงแสมจากกัมพูชาจากทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้มีการกวดขันการลักลอบจับลิงและขนลิงแสมออกนอกประเทศ และจับผู้ต้องหาได้จำนวนมากมาแล้ว จนกระทั่งวันนี้ พบว่ามีการลักลอบจับลิงแสมเกิดขึ้นอีก
ทั้งนี้ ในประเทศไทย ลิงแสมจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ผู้ใดครอบครอง หรือทำร้ายมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท (หนึ่งล้านบาท) หรือทั้งจำทั้งปรับ

