จากกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีอาญากับตำรวจสน.บวรมงคล ตั้งแต่ระดับสารวัตร (สว.) ถึงระดับผู้กำกับการ (ผกก.) ถึงการค้าสำนวนยัดข้อหาผู้ต้องหาแล้วรีดเงิน 2.4 ล้านบาท โดยมีคลิปวิดีโอ คลิปเสียง และหลักฐานการโอนเงิน ต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)
ล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มีนาคม พ.ต.อ.ภิญโญ ใหญ่ไล้บาง ผกก.สน.บวรมงคล เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับรายงานแล้วว่าทางชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางไปร้องเรียนกับ ป.ป.ท. คดีดังกล่าวเกิดขึ้นปี 2557 เป็นคดีลักพระพุทธรูปภายในวัดพระภคินีนาถวรวิหาร มีผู้ต้องหา 2-3 คน เกิดขึ้นก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่ง แต่เมื่อเข้ามารับตำแหน่งในปี 2558 ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป ยึดพยานหลักฐานเดิมที่มีอยู่ จากนั้นได้ส่งคดีไปให้กับทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดำเนินการต่อ ขอชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องกับตนเนื่องจากคดีเกิดในขณะที่ยังไม่ได้รับตำแหน่ง อีกทั้งยังไม่เคยพูดคุยกับผู้ต้องหา ไม่ทราบว่ามีเจ้าหน้าที่เรียกรับเงิน ส่วนผู้ต้องหาจะไปร้องเรียนต่อ ป.ป.ท.ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. เปิดเผยว่า เบื้องต้น พล.ต.ต.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 7 (ผบก.น.7) รายงานเรื่องดังกล่าวมายังตนแล้ว หลังรับคำร้อง ทางกองบัญชาการนครบาล (บช.น.) ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากเข้าข่ายผิดวินัยร้ายแรง ขณะนี้ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแจ้งกับประธานกรรมการว่า ขอดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ทั้งนี้ ขอให้การตรวจสอบมีความรอบคอบ นัดสอบปากคำผู้ร้องและผู้ถูกร้อง โดยผู้ร้องติดต่อมาว่าจะเข้าให้ปากคำในวันที่ 4 มีนาคม ทั้งนี้ หากสอบแล้วพบว่ามีมูลจะตั้งคณะกรรมการสอบสวน ระหว่างนี้ถ้าผู้ร้องประสงค์จะให้ดำเนินคดีอาญา ให้แจ้งความร้องทุกข์ที่สถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุ ส่วนบทลงโทษทางการปกครอง หากมีมูลอาจสั่งให้ไปช่วยราชการหรือหยุดปฎิบัติหน้าที่ จะมีบทลงโทษทางวินัยตามขั้นตอนต่อไป

