“สองตายาย” คดีเก็บเห็ดที่จ.กาฬสินธุ์ ร้อง “รองปลัด ยธ.” ขอช่วยเหลือเงินประกันตัว ลุ้น ศาลตัดสิน 2 พ.ค.นี้ ระบุ ขอความเป็นธรรมให้ศาลยกฟ้อง ยันไม่ได้ทำผิด
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 1 พ.ค. ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความและประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยนายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน สองตายายเก็บเห็ดที่ตกเป็นจำเลยคดีร่วมกันบุกรุกแผ้วถางป่า จ.กาฬสินธุ์ เมื่อปี 2553 และลักลอบตัดไม้เขตป่าสงวน 72 ไร่ มีไม้หวงห้าม ไม้สัก ไม้กระยา เลย และไม้อื่นๆ จำนวนมาก เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือต่อนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ช่วยเหลือทั้งสองคนในด้านต่างๆ
นายสงกานต์ กล่าวว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม เนื่องจากในวันที่ 2 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์จะทำการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา หลังจากที่เลื่อนฟังคำพิพากษาออกมาเมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2559 เนื่องจากผลรายงานและสืบเสาะและพินิจของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ส่งมายังศาลชั้นต้นเกี่ยวกับความประพฤติของนายอุดมและนางแดงที่ผ่านมาทั้งหมด ต่อมาศาลชั้นต้นก็ได้ส่งมายังศาลฎีกา ซึ่งก็ศาลฎีกาก็ได้ทราบเรื่องทั้งหมดแล้วว่าเป็นมาอย่างไร ซึ่งในวันนี้เราก็เตรียมเผื่อสถานการณ์ไว้ เพราะแนวทางการพิพากษาคงออกมาใน 4 แนวทางที่เราคาดไว้
นายสงกานต์ กล่าวต่อว่า คือ 1.ศาลฎีกาพิพากษายื่นตามศาลชั้นต้น ซึ่งเราก็จะต้องขอประกันตัว และเตรียมยื่นเรื่องของรื้อฟื้นคดีอาญาใหม่ เพราะถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว 2.ศาลพิพากษายกคำฟ้อง 3.ศาลพิพากษาแก้ ซึ่งเดิมโทษจำคุก 30 ปี เหลือ 15 ปี เราก็ต้องดูว่าศาลิพากษาจะแก้อย่างไร และ 4.คำสั่งแก้ของศาลฎีกา ซึ่งเราคาดว่าจะเป็นในลักษณะของการย้อนสำนวนกลับมายังศาลชั้นต้นให้พิจารณาคดีใหม่ ดังนั้น เราจึงคาดว่าคำพิพากษาของศาลในวันที่ 2 พ.ค.นี้ จะออกมาใน 4 แนวทางนี้ อย่างไรก็ตาม เราก็ไม่ได้ประมาทจึงเดินทางมาพบนายธวัชชัย เพื่อให้นายอุดมและนางแดงได้ยื่นเรื่องตรียมขอประกันตัว
นายสงกานต์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่เราเตรียมการไว้คือหากศาลฎีกาพิพากษายื่นตามศาลชั้นต้น ซึ่งก็เท่ากับว่าคดีถึงที่สุดแล้ว เราอาจจะเตรียมทำเรื่องขอรื้อฟื้นคดี ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลานานพอสมควร เพราะจะต้องมีการดำเนินคดีกับพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งมีการเบิกความในชั้นไต่สวนประกอบคำร้องในการขอปล่อยตัวชั่วคราว และก็พยานหลักฐานที่มีการให้การของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ซึ่งเราจะต้องดำเนินคดีให้ถึงที่สุดก่อน อีกทั้ง เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ต้องต่อสู้อย่างถึงที่สุดเหมือนกัน เราก็ต้องทำตามขั้นตอนให้กระบวนสิ้นสุดก่อน
“ดังนั้น ผมเชื่อว่าในวันพรุ่งนี้ หากมองอย่างเป็นกลางโอกาสย้อนสำนวนมีสูง เพราะศาลได้เห็นจากการที่รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มาเบิกความ และพนักงานสอบสวนในคดีนี้ที่ก่อนจะถึงแก่ความตาย ได้ส่งหลักฐานสำคัญก็คือการสอบสวนสดๆ และสำนวนที่เราเห็นว่าผิดปกติ เช่น พบจักรยานยนต์เมื่อวันที่ 22 ก.ค. แค่วันเดียวช่วงเย็นแต่มีการสรุปสำนวนว่าเจอจักรยานยนต์ตั้งแต่วันที่ 12-19 ก.ค. ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งผิดปกติ เราจึงมองว่ามีการแต่งสำนวนหรือไม่ ในชั้นพนักงานสอบสวน ซึ่งทั้งหมดต้องรอดูผลในวันพรุ่งนี้” ทนายสงกานต์ กล่าว
ด้าน สองตายาย กล่าวว่า ตนขอความเป็นธรรมให้ศาลยกฟ้องตน เพราะตนไม่ได้ทำผิด แม้จะเป็นอย่างไรตนก็จะสู้ ตนเป็นคนจนคนลำบากหาเช้ากินค่ำ และจะสู้ต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากที่นายสงกานต์และกระทรวงยุติธรรมได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือตนและนางแดงก็รู้สึกมีความมั่นใจว่าในวันที่ 2 พ.ค.นี้ จะเป็นไปในทิศทางที่ดี

ขณะที่ นายธวัชชัย กล่าวว่า ขณะนี้ตนได้ลงนามอนุมัติเงินช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมแล้ว หากศาลมีคำพิพากษายื่นตามศาลชั้นต้น ทางทนายความก็จะต้องดำเนินการต่อไป โดยกองทุนยุติธรรมก็ได้อนุมัติเงินในเรื่องของการปล่อยตัวชั่วคราวและการรื้อฟื้นคดีใหม่ไว้แล้ว ซึ่งอนุมัติไปแล้วรายละ 1 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ทางกองทุนยุติธรรมจะต้องเข้าไปดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ทั้งนี้ เราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการใช้ดุลยพินิจของศาล หากศาลมีคำพิพากษาออกมาอย่างไร ก็เป็นเรื่องของศาล เราพร้อมจะเข้าไปหาความช่วยเหลืออยู่แล้ว


