เปิดสาเหตุฝนถล่ม ทำหาดใหญ่จมมิด เผยสูงสุดในรอบ 50 ปี ทำลายสถิติ 2 ครั้งใน 7 วัน
เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน นายสมควร ต้นจาน ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ถึงสถานการณ์ฝนตกหนัก ทำหลายพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เกิดน้ำท่วมหนักในรอบหลายสิบปี ว่า สาเหตุของฝนตกหนักภาคใต้ ช่วงปลายปีต่อต้นปีนั้น ปกติแล้วเกิดจากลมมรสุมกำลังค่อนข้างแรง บวกกับหย่อมความกดอากาศต่ำ แต่คราวนี้มีปัจจัยเสริมเข้ามาคือ ประเทศไทยเข้าสู่ปรากฏการณ์ลานีญา ที่จะทำให้เกิดฝนตกหนักปริมาณมากกว่าปกติ เกิดเป็นฝนตกสุดขั้ว หรือเอ็กซ์ตรีม
“แต่ที่บางคนออกมาบอกว่าเป็นเรนบอมบ์นั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะลักษณะฝนที่ตกนั้น คือตกหนักสะสมมาเรื่อยๆ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤศจิกายนเป็นต้นมา อีกทั้งที่บอกว่าฝนตกหนักในรอบ 300 ปี ก็ไม่แน่ใจว่ามีการเก็บข้อมูลจากไหน แต่ในส่วนของกรมอุตุนิยมวิทยานั้นมีสถิติการเก็บข้อมูลน้ำฝนตั้งแต่ปี พ.ศ.2494 หรือเมื่อ 74 ปีก่อน โดยสถิติน้ำฝนสูงสุดที่วัดได้ตอนนั้นคือ เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2518 วัดได้ 247.1 มิลลิเมตร (มม.)” นายสมควรกล่าว
ผู้อำนวยการส่วนพยากรณ์อากาศกลาง กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า สำหรับปริมาณน้ำฝนที่ถือว่าตกหนักมากในภาคใต้ โดยเฉพาะ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นั้น เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน ตก 155 มม. วันที่ 20 พฤศจิกายน 146.8 มม. แต่วันที่ 21 พฤศจิกายน ตกหนักอีก 370.2 มม. วันที่ 22 พฤศจิกายน 139.6 มม. วันที่ 23 พฤศจิกายน 143.8 มม. วันที่ 24 พฤศจิกายน 262.0 มม. รวมปริมาณน้ำฝนวันที่ 17-24 พฤศจิกายน 1,120.6 มม.
นายสมควรกล่าวว่า ส่วนพื้นที่อื่นๆ ของภาคใต้ที่ปริมาณน้ำฝนสูงเช่นเดียวกันนั้น ฝนเริ่มไล่ตกมาตั้งแต่ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ที่ตก 4 วันติดกัน ปริมาณน้ำฝน 212.6 มม. พัทลุง 245.3 มม. แล้วมาถึง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งปริมาณน้ำฝนจะค่อยๆ ลดลงตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน

