เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 181 ประชาชนทุกเพศทุกวัยจากทุกสารทิศ ต่างเดินทางมาต่อแถวรอกราบถวายสักการะอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะเป็นวันทำงานวันแรกหลังวันหยุดยาวช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักพระราชวังเปิดประตูวิเศษไชยศรีให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เวลา 05.00 น. จากเปิดปกติเวลา 08.00 น. ขณะที่บริเวณหน้าประตูสรีสุนทร ตั้งอยู่ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นประตูทางออกของพสกนิกรหลังกราบสักการะพระบรมศพ การนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ นำอาหาร ขนม ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน อาทิ ข้าวไก่กระเทียม ข้าวผัดแฮม เส้นใหญ่ผัดขึ้เมาทะเล กระเพราไก่-กุนเชียง เฉาก๊วยชากังราว และมีน้ำดื่มให้บริการตลอดทั้งวัน
นางพรนภัส เบอเดิลท์ อายุ 38 ปี ใช้โอกาสกลับมาประเทศไทย เดินทางพร้อมสามี นายคริสเตียน เบอเดิลท์ ชาวเยอรมัน อายุ 51 ปี พร้อมมารดา นางประสงค์ พันธุ์ธรรม อายุ 68 ปี และนายสุรเดช ราชวงษ์ อายุ 40 ปี จากบ้าน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อมาต่อแถวเข้ากราบสักการะพระบรมศพ โดยนางพรนภัส เปิดเผยว่า ตนย้ายไปอาศัยและทำงานอยู่ที่เยอรมันพร้อมกับสามี กว่า 12-13 ปีแล้ว และจะมาไทยปีละครั้ง เมื่อทราบข่าวในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต ตนก็อยากจะมากราบสักการะพระบรมศพมาก จึงลาพักร้อนกลับมาไทยและมาในวันนี้ ก็รู้สึกปลื้มใจมากที่ในที่สุดก็ได้มา แม้ว่าการมารอต่อแถวและสภาพอากาศจะร้อนบ้าง แต่ก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด
นายคริสเตียน กล่าวว่า ตนเคยมีโอกาสได้เดินทางมาเที่ยวประเทศไทย ทุกครั้งที่เดินทางมาก็รับรู้ได้ถึงความรักที่คนไทยมีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่ดี เป็นเรื่องน่าเศร้าที่พระองค์สวรรคต ซึ่งแม้ตนจะเคยเดินทางมาเยี่ยมชมวัดพระศรีรัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวังหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมงานพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ซึ่งได้เห็นแบบแผนขนบธรรมเนียมของไทย
นางประสงค์ กล่าวด้วยความตื้นตันว่า ได้มากราบสักการระพระบรมศพ ครั้งที่ 2 แล้ว รู้สึกดีและอยากจะเดินทางมาอีกหลาย ๆ ครั้ง ตั้งใจไว้ว่าวันถวายพระเพลิงพระบรมศพจะเดินทางมาให้ได้ เพราะพระองค์ได้ทรงงานหนักเพื่อประชาชนไทยมาตลอด 70 ปี ที่ทรงครองราชย์ ซึ่งตนได้เคยมีโอกาสรับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ครั้งที่เสด็จฯ ไปยังวัดหลวงพ่อโสธร หรือวัดโสธรวรารามวรวิหาร ถือเป็นบุญของตนเอง ทั้งนี้ ตนยังจดจำ วันที่ 13 ตุลาคม 2559 ที่ทางสำนักพระราชวังได้มีการประกาศข่าวในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคต น้ำตาก็ไหลออกมาแบบกลั้นไม่อยู่ ตนยังรักและคิดถึงพระองค์ทุกวัน และน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน

ด้านนางสลิลธร วงศ์อรุโณทัย ชาวอ.หาดใหญ่ จ. สงขลา อายุ 35 ปี เดินทางพร้อมสามี นายอลงกรณ์ เสงี่ยมฝัก อายุ 30 ปี และลูกชาย ด.ช.แสนรัก เสงี่ยมฟัก อายุ 3 ขวบ ด.ช.แสนดี เสงี่ยมฟัก อายุ 1 ปี 7 เดือน และด.ช.อนันดา วงศ์อรุโนทัย อายุ 11 เดือน ตั้งใจเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ โดยเดินทางมาพักอยู่ที่บ้านญาติใน จ.ปทุมธานี โดยนางสลิลธร กล่าวภายหลังเข้ากราบสักการะพระบรมศพครั้งแรกว่า วันนี้ได้เดินมาพร้อมกันทั้งครอบครัวถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ตนรักพระองค์ท่านมากและรู้สึกใจหายที่ต่อไปนี้จะไม่มีพ่อหลวงอีกแล้ว โดยตนตั้งใจจะเดินทางมาอีกครั้งในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้ว่าจะติดภาระกิจอะไรก็จะต้องหามาให้ได้
“ครอบครัวของเราเป็นครอบครัวเล็ก ไม่ได้ร่ำรวย ก็ได้น้อมนำแนวทางความพอเพียงของพระองค์มาใช้ กินอยู่อย่างพอดี ไม่สร้างหนี้สินเกินตัว ซึ่งก็มีความสุขในแบบของตน ทั้งนี้ แม้ว่าลูกยังเล็กแต่ก็ได้สอนให้ลูกๆ รู้จักในหลวงร.9 ผ่านการเล่าเรื่องต่าง ๆ ซึ่งตอนนี้ลูกเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงในสถานที่ต่าง ๆ ก็จำได้ ” นางสลิลธร กล่าว

นายพัฒนพงศ์ กิ่งมณี อายุ 35 ปี ชาวระยอง พนักงานบริษัทเอกชน พร้อมด้วยภรรยา นางจรรยารักษ์ อายุ 35 ปี และลูกๆ ด.ช.ปริวัฒน์ อายุ 7 ขวบ และด.ช.ปิยวัฒน์ อายุ 5 ขวบ กล่าวภายหลังจากเข้ากราบสักการะพระบรมศพว่า วันหยุดยาวที่ผ่านมาได้พาครอบครัวเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อกราบพระบรมศพเป็นครั้งแรก โดยพักโรงแรมใกล้ๆ สนามหลวง แล้วมารอเข้าแถวเวลา 08.00 น.ได้เข้ากราบเวลา 08.30 น. ครอบครัวมีความรักและเทิดทูนในหลวง รัชกาลที่ 9 ส่วนตัวเกิดมาก็เห็นพระองค์ทรงงานมาตลอด อยากให้ลูกๆ ได้มีโอกาสมาแสดงความจงรักภักดีด้วย
“เด็กๆ ชอบดูการ์ตูนซูเปอร์ฮีโร่ หรือเทพเจ้าในจินตนาการ ก็บอกลูกว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ท่านเป็นเทพเจ้านะ วันนี้เรามาไหว้เทพเจ้า ถ้าอยากเก่งเหมือนท่านก็ต้องตั้งใจเรียน เรียนเก่งๆ ว่านอนสอนง่าย ตอนกราบพระบรมศพรู้สึกขนลุก ต่างจากที่เราดูทางทีวีมาก บอกไม่ถูก ตื้นตันมาก เราเรียนรู้เรื่องการทำงานจากพระองค์ท่าน ทรงเป็นต้นแบบทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการช่วยเหลือคนอื่น จำได้ว่ามีอยู่ครั้งหนึ่งบริษัทผลิตรถยนต์ยี่ห้อดังจะโละพนักงาน เพราะประสบปัญหาขาดทุน เศรษฐกิจไม่ดีเลยขายยาก จะมีคนตกงานมากมาย ท่านก็ทรงเป็นพรีเซ็นเตอร์ขับรถยี่ห้อนี้ สุดท้ายก็มีคนซื้อรถตาม ทำให้ไม่ต้องปิดโรงงาน ไม่มีการเลิกจ้าง ความจริงท่านอาจไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นก็ได้ แต่ด้วยพระบารมีของท่าน ทำให้สามารถช่วยคนได้เยอะ” หัวหน้าครอบครัวกิ่งมณี กล่าว

สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม หลังสำนักพระราชวังปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง ในเวลา 21.07 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 34,482 คน รวม 180 วัน มี 6,658,546 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 4,953,383.50 บาท รวม 180 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 534,693,638.26 บาท

