วันที่ 1 มีนาคม มีรายงานว่าจากสภาพที่แห้งแล้งในระยะนี้ ส่งผลให้เกษตรกรชาวสวนบางส่วน เริ่มหยุดการเพาะปลูก จากที่ไม่มีน้ำรดพืชผัก ทำให้ราคาผักสด ที่ จ.ชัยนาท หลายรายการปรับราคาขึ้น 5-10 บาทต่อกิโลกรัม โดยที่ตลาดสดภาษีซุง ในตัวเมืองชัยนาท แหล่งซื้อขายผักและอาหารสดแห่งใหญ่ของ จ.ชัยนาท ราคาซื้อขายผักสดหลายรายการ เช่นกะหล่ำปลี ผัดกกาดขาว คะน้า ผักบุ้งจีน และถั่วฝักยาว มีการปรับราคาขึ้นรายการละ 5-10 บาท ส่วนต้นหอม ผักชี และผักตั้งโอ๋ ที่มีการปรับราคาขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ยังคงจำหน่ายในราคา ก.ก.ละ 80 บ.
โดยแม่ค้าเปิดเผยว่า ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เริ่มมีผักหลายๆชนิดออกสู่ตลาดน้อยลงและราคาส่งหน้าสวนแพงขึ้น เนื่องจากชาวสวนที่ปลูกผักหลายรายหยุดทำการเพาะปลูก เนื่องจากไม่มีน้ำเพียงพอที่จะนำมาใช้รดผักในสวน จากสภาวะภัยแล้งที่กำลังขยายวงกว้างในปัจจุบัน และคาดว่าจะมีผู้ทยอยเลิกปลูกผักอีกจำนวนมาก ทำให้คาดการณ์ว่า ผักสดจะมีราคาแพงขึ้นอีกในเดือนมีนาคมและเมษายน

ส่วนทางด้านพื้นที่บึงบ้านหนอง ต.ตลุก อ.สรรพยา จ.ชัยนาท พบว่าน้ำในบึงดังกล่าวซึ่งเป็นแหล่งน้ำประจำชุมชนขนาด 800 ไร่ มีระดับต่ำลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งบึงน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำสาธารณะของ 3 ชุมชน ที่อยู่รอบบึงใช้งานร่วมกันทั้งการผลิตน้ำประปา การเพาะปลูกพืชผัก และนาข้าวที่มีเกษตรกรฝืนทำนาปรังจำนวนกว่า 1,000 ไร่ ที่มีการสูบน้ำจากบึงบ้านหนองเข้าไปใช้เลี้ยงต้นข้าว ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระดับน้ำลดลงอย่างรวดเร็วอยู่ในขณะนี้
ขณะที่ ชาวบ้านที่อยู่ริมบึงเปิดเผยว่า ในปีนี้ระดับน้ำลดลงมากกว่าปีก่อนๆ ที่ผ่านมา โดยปัจจุบันมีปริมาณน้ำเหลือใช้งานได้จริงเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของความจุ ซึ่งถือว่าลดต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี และหากยังไม่มีฝนตกลงมาเติมปริมาณน้ำในบึง คาดว่าอีกไม่เกิน 2 เดือนบึงแห่งนี้จะเข้าสู่สภาวะวิกฤต และจะส่งผลกระทบกับประชาชนมากกว่า 1,500 ครัวเรือนที่อยู่โดยรอบ

