หน้าแรก ในประเทศ กทม.ร่วมกับกา...

กทม.ร่วมกับกาชาดไทย ตั้ง 52 จุดรับของช่วยน้ำท่วมใต้ ผู้ว่าฯ เผยใช้ ‘ทราฟฟี่ฟองดูว์’ ประสานแจ้งเหตุได้

26.11.25 | 16:43 น.

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน กรุงเทพมหานครร่วมกับสภากาชาดไทย ชวนบริจาคสิ่งของช่วยน้ำท่วมใต้ 52 ทั่วกรุงเทพฯ จุดหลักที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เปิดรับตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนจุดรับบริจาคที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จะเปิดรับบริจาคทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น.

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ทาง กทม. ร่วมมือกับสภากาชาดไทย โดยกทม. ตั้งเป็นศูนย์การบริจาคสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เราจะมอบส่งสิ่งของเหล่านี้ให้สภากาชาดไทยเพื่อการขนส่งจะได้สะดวก โดยบริจาคได้ที่สำนักเขตทั้ง 50 เขต ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) และศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง)

โดยทางกรุงเทพมหานครไม่รับการบริจาคแบบเงินสด สำหรับของที่ทางสภากาชาดแจ้งมาว่ามีความต้องการ อาทิ หมอน ที่นอน ผ้าห่ม ถุงนอน ไฟฉายเสือ ผ้าอ้อมสำเร็จรูป นมกล่อง นมผง อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม เป็นสิ่งที่ต้องการเร่งด่วน

“กทม. รับหน้าที่การรับบริจาค เพราะเรามี 50 เขตพื้นที่ ก็สามารถไปบริจาคได้ที่เขต และลำเลียงไปส่งให้สภากาชาดไทย หากเราไปเอง ก็ไม่รู้ว่าจะเข้าถึงสถานที่ที่ต้องการหรือไม่ ก็เลยไปที่ศูนย์รวมสภากาชาดไทย ได้เข้าถึงผู้ประสบภัยที่แท้จริง” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า ทาง Drama-addict ได้แนะนำให้ใช้ทราฟฟี่ฟองดูเป็นตัวแจ้งเหตุ ซึ่งจริงๆ ทราฟฟี่ฟองดูว์ไม่ใช่ของ กทม. แต่เป็นของรัฐบาลที่เรานำมาใช้ ก็มีหลายพื้นที่ที่ใช้ทราฟฟี่ฟองดูว์ในการแจ้งเหตุ เช่น ที่หาดใหญ่ก็ใช้ทราฟฟี่ฟองดูว์ เช่นกัน

Advertisement

“ทางทีมงาน กทม. มีประสบการณ์ด้านนี้เยอะ เราก็ช่วยเขาในแง่ของงานแอดมินจากที่เราเชี่ยวชาญ นำข้อมูลคนที่แจ้งและสรุปว่ามีที่ไหนบ้าง ปัจจุบันนี้เรื่องแจ้งทั้งหมด 3,300 เรื่อง เราไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ แต่เราทำหน้าที่เป็นคนกลาง และทำแผนที่ส่งต่อให้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะได้ไปดำเนินการต่อ ทราฟฟี่ฟองว์เป็นการแจ้งเหตุ แต่หัวใจคือการแจ้งปัญหา

ใครช่วยได้ก็ช่วย ตอนนี้เราต้องรวมใจกัน และสถานการณ์ตอนนี้รุนแรงมาก กทม. ไม่เคยเจอเหตุการณ์รุนแรงขนาดนี้ หากเราเจอฝนขนาด 600 มม. ใน 3 วัน คงหนักไม่แพ้กัน เราต้องเรียนรู้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สภาวะโลกร้อนก็อาจจะเกิดภูมิอากาศที่รุนแรงได้อย่างไม่คาดฝัน

คงเป็นบทเรียนที่เราต้องไปเตรียมตัวและเรียนรู้ ส่งกำลังใจให้ทุกคน และเราคอยฟังตลอดว่า ต้องการให้เราช่วยเหลืออะไรไหม ซึ่งเรือก็ต้องดูอยู่ ซึ่งการขนไม่ได้ง่าย ต้องขึ้นเทรลเลอร์ไป ต้องให้หน่วยหน้างานประสานมาอีกทีหนึ่ง” นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวว่า เราทำหน้าที่ได้แค่เป็นแอดมิน จะรวบรวมและส่งต่อให้ทาง ปภ. จะเห็นว่าความเดือดร้อนกระจุกอยู่ในตัวเมือง ถ้าเกิดว่าสรุปแผนที่ส่งให้กับเจ้าหน้าที่จะเห็นได้เลยว่า มีพิกัดแผนที่ มีคำคอมเมนต์ เบอร์ติดต่อ หน้าที่เราคือจะรวบรวมข้อมูลส่วนนี้ ส่งให้ทางหน่วยงาน เพราะเดินทางไปเองไม่ได้ หน้างานคงเต็มที่เหมือนกัน ก็จะพยายามเอาความรู้ที่เรามีมาช่วย คิดว่าหน้างานคงหลายเคสมาก เพราะว่าตรงนี้ก็ 3,300 เคส ที่แจ้งมา คงจะพยายามร่วมมือกันต่อไป ก็จะช่วยให้เห็นการกระจายได้ เราก็อยากช่วยใจจะขาด แต่ก็มีข้อจำกัดด้านทรัพยากร ระยะทาง แต่ส่วนไหนช่วยได้ก็จะพยายามช่วย

“หลักการคือ ก็จะพยายามส่งข้อมูลให้เพื่อลดภาระงานให้กับคนหน้างาน จะได้ทำงานได้สะดวก ส่วนไหนที่พอทำได้ก็จะทำ สุดท้ายก็เจอกันที่ปลายทาง”นายชัชชาติ กล่าว

นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า เป็นบทเรียนสำคัญ ต้องบอกว่าภาวะโลกร้อนมาถึงแล้วจริง ๆ เพราะสถานการณ์ฝนตกขนาดนี้ ต้องบอกตรง ๆ ว่าถ้าตกกรุงเทพขนาดนี้เราก็หนัก เผลอๆ หนักกว่านี้ด้วยซ้ำ ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ยากลำบากเหมือนกัน ก็ต้องเป็นบทเรียน และกทม. เองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้น ต้องมีการคุยกัน ตอนนี้ก็บอกให้ นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร  ให้ศึกษาเป็นบทเรียนว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วเราจะต้องป้องกันอย่างไรในอนาคต เพราะถ้าเกิดที่อำเภอหาดใหญ่ได้ ก็อาจจะเกิดที่กรุงเทพฯได้แน่นอน ต้องเรียนรู้ อนาคตทั้งหมดก็ต้องเตรียมตัว

“ไทยช่วยกัน ผมว่านั่นคือจุดแข็งของคนไทย เราร่วมมือร่วมใจกัน มีคนอยากจะบริจาคเยอะ  แต่ที่ผ่านมาเรายังไม่เปิดรับบริจาค เพราะว่าเราไม่มั่นใจเรื่องโลจิสติกส์ เรายังไม่มั่นใจว่าความต้องการคืออะไร แต่พอเราได้คุยกับทางสภากาชาดเรียบร้อย น่าจะมีแนวทาง แล้วขอให้ฝากไว้ด้วยว่าต้องการอะไรจะได้ส่งให้ถูก ตอนนี้ก็คงเป็นเรื่องที่นอน หมอน มุ้ง ไฟฉาย อาหารแห้ง เสื้อผ้า ก็ขอเป็นเสื้อผ้าใหม่จะได้คัดกรองง่ายหน่อย เสื้อผ้าเก่าก็จะเสียเวลามาแยกอีก มันค่อนข้างจะเสียเวลา เพราะตอนนี้เวลาเป็นเรื่องสำคัญ

“สู้ ๆ ส่งกำลังใจให้ชาวภาคใต้ทุกคนที่ประสบภัยอยู่ เจ้าหน้าที่ทุกคนที่ทำงานหนัก กทม. แม้จะอยู่ไกลก็คิดถึงตลอด พยายามหาทางตลอดว่าจะช่วยอย่างไร แต่อย่างที่บอกว่าระยะทาง ทรัพยากรมันก็จำกัดนิดหนึ่ง พื้นที่มันกว้าง อาจจะไม่เหมือนเชียงรายที่มันมีพื้นที่จำกัด ให้เราเข้าไปตรงจุดไหนได้ แต่ก็รออยู่เสมอ ถ้ามีคำสั่งให้เราทำอะไรเราก็พร้อมสแตนด์บายตลอด ส่งกำลังใจให้ทุกคน หวังว่าทุกอย่างจะผ่านไป แล้วขอให้คนไทยร่วมมือร่วมใจกัน”นายชัชชาติ กล่าว

ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า โดย ปภ. แจ้งมาว่า ข้อความร่วมมือ 2 แพลตฟอร์มหลัก ที่ใช้ในการแจ้งเหตุ ได้แก่ JITASA.CARE และทราฟฟี่ฟองดูว์

ด้านนายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครร่วมกับสภากาชาดไทย เปิดรับบริจาคสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยตั้งจุดรับบริจาค 52 จุด ทั่วกรุงเทพฯ จุดหลักที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า) เปิดรับตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนจุดรับบริจาคที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จะเปิดรับบริจาคทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น. ทั้งนี้ สิ่งของที่กรุงเทพมหานครได้รับบริจาคมา จะส่งมอบให้กับสภากาชาดไทยเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยต่อไป

“ขอเชิญชวนประชาชนชาวกรุงเทพมหานคร ร่วมบริจาคสิ่งของที่ยังขาดแคลน อาทิ เครื่องนอน เช่น เสื่อรองนอน ผ้ารองนอน ถุงนอน ผ้าห่ม หมอน สิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีพ เช่น แปรงสีฟัน ยาสีฟัน สบู่ ผ้าขนหนู ไฟฉาย เสื้อผ้า ผ้าอนามัย ผ้าอ้อมสำเร็จรูป นมผงสำหรับเด็ก นมกล่อง ข้าวสาร อาหารแห้ง อาหารกึ่งสำเร็จรูป เป็นต้น ณ จุดรับบริจาคของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียด โทร. 0 2224 2947 หรือ 0 2224 2953 หรือ 0 2221 2141 – 69 ต่อ 1742 – 3” นายณรงค์กล่าว

นอกจากนี้ สำหรับประชาชนที่ต้องการบริจาคเป็นเงิน สามารถบริจาคกับสภากาชาดไทย ผ่านบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขที่บัญชี 045-3-04637-0 ชื่อบัญชี สภากาชาดไทย เพื่อภัยพิบัติ (กระแสรายวัน) โดยกรณีการโอนเงิน หากต้องการใบเสร็จรับเงิน กรุณาแจ้งชื่อ-นามสกุล หรือชื่อหน่วยงาน หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (เพื่อใช้ในการยื่นลดหย่อนภาษี) ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล โดยระบุว่า “ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม” พร้อมแนบหลักฐานการโอนเงินมาทาง E-mail: [email protected] หรือ Line ID: @redcrossfund