หน้าแรก ในประเทศ อุตุฯประกาศ พ...

อุตุฯประกาศ พายุ ‘โคโตะ’ ไม่เคลื่อนเข้าไทย ส่วนตอนบนของประเทศจะมีอุณหภูมิลดลง

26.11.25 | 17:44 น.
ภาพจาก ventusky.com

อุตุฯ ประกาศ พายุ ‘โคโตะ’ ไม่เคลื่อนเข้าไทย คาดอ่อนกำลังลงรวดเร็วบริเวณชายฝั่งตอนใต้เวียดนาม ส่วนตอนบนของประเทศจะมีอุณหภูมิลดลง

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 พฤศจิกายน กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง พายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 1

เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (26 พ.ย. 68) พายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” (KOTO) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 115.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามและทะเลจีนใต้ คาดว่าพายุนี้จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26-29 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลง และมีอากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 5-8 องศาเซลเซียส ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

Advertisement

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงให้ระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง เกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง