กสทช. สร้างปราการป้องกันภัยดิจิทัลทั่วประเทศ ปิดฉากโครงการผู้นำเครือข่าย 5 ภาค มุ่งเสริมศักยภาพผู้บริโภคสู่ยุค AI
สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยคณะกรรมการ กสทช. ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน โทรคมนาคมสิทธิในการควบคุมค่าใช้จ่าย: สิทธิในการรับทราบรายละเอียดค่าบริการที่ชัดเจนถูกต้อง และสิทธิในการควบคุมค่าใช้จ่ายและการยกเลิกบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการถูกเรียกเก็บ ค่าบริการเสริมที่ไม่สมัครใจ หรือปัญหาการโอนย้ายค่ายทั้งนี้ บริการโทรคมนาคมที่ผู้บริโภคสามารถร้องเรียนต่อสำนักงาน
กสทช. มี 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ โทรศัพท์บ้าน, โทรศัพท์เคลื่อนที่, อินเทอร์เน็ต, โทรศัพท์สาธารณะ รวมถึงปัญหาการตั้งสถานีวิทยุคมนาคม หรือเสาส่งสัญญาณมือถือโดย สำหรับนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กสทช. ได้ขับเคลื่อนภารกิจคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคอย่างเข้มข้นตลอดปี พ.ศ. 2568 โดยมุ่งเน้นการรับมือกับความท้าทายในยุคดิจิทัลอย่างชัดเจน ซึ่งผู้บริโภคมีความจำป็นต้องปรับตัวให้เท่าทันกับภัยคุกคามในโลกออนไลน์ ซึ่งการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและศักยภาพให้กับผู้นำเครือข่ายภาคประชาชน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการและผู้สูงอายุ มีเป้าหมายให้เครือข่ายเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น ‘ด่านหน้า’ ในการสร้างความตระหนักรู้และการรับเรื่องร้องเรียนในพื้นที่ ซึ่งจะนำไปสู่การปรับปรุงระบบการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

หัวข้อสำคัญของการอบรม ได้แก่:การรู้เท่าทันภัยไซเบอร์: การรับมือกับกลโกงรูปแบบใหม่ของมิจฉาชีพ เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์, SMS หลอกลวง, และภัยคุกคามที่ใช้เทคโนโลยี AIการคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค: ความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับสิทธิและกลไกการร้องเรียน (รวมถึงสิทธิพื้นฐานและการควบคุมค่าใช้จ่ายข้างต้น) เช่น การระงับซิมม้า และการประสานงานกับ ศูนย์ AOC สายด่วน 1441การกระจายความรู้สู่ชุมชน: พัฒนาผู้นำเครือข่ายให้เป็น “วิทยากรต้นแบบ” (Train the Trainer) เพื่อนำความรู้ไปขยายผลและสร้างความตระหนักรู้แก่สมาชิกในชุมชนอย่างยั่งยืน
ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญ ของการรู้เท่าทันภัยออนไลน์ในโลกปัจจุบัน โดยเฉพาะการถูกหลอกลวงที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา โดยกล่าวว่า ในโลกปัจจุบันมีการใช้งานโทรคมนาคมอย่างมาก แต่ก็ถูกหลอกจากโลกออนไลน์มากมายด้วย และมีช่องว่างที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เราเห็นสิ่งที่ไม่ปกติ ขอให้ตั้งข้อสังเกตไว้ก่อน โดยเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน ให้คิดสักนิดว่าจะถูกหลอกหรือไม่ จุดประสงค์ของการจัดโครงการเพื่อให้ผู้เข้าร่วม ‘รู้เท่าทัน’ เนื่องจากรูปแบบการโกงจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย คนโกงจะพัฒนาไปตามยุคปัจจุบัน ดังนั้นในการจัดอบรมจะได้ประโยชน์ ได้รับความรู้ รู้สิทธิพื้นฐานของตัวเองและรู้ว่าจะรับมือกับปัญหาได้อย่างไร

ด้าน นายต่อพงศ์ เสลานนท์ กรรมการ กสทช. ด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน กล่าวย้ำว่า ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ใช้บริการจำเป็นต้องปรับตัวให้เท่าทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ที่ผู้บริโภค กำลังเผชิญกับความท้าทายรูปแบบใหม่ๆ อาทิ ปัญหาข้อความสั้นหลอกลวง (SMS Scam) และภัยจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งความสำเร็จของการคุ้มครองผู้บริโภคจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของเครือข่ายที่เข้มแข็ง
“สำนักงาน กสทช. มุ่งเน้นการพัฒนาและส่งเสริมเครือข่ายผู้นำภาคประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ผู้นำเครือข่ายแต่ละจังหวัดจะทำหน้าที่เป็นผู้สร้างความตระหนักรู้, ผู้รับเรื่องร้องเรียน, และผู้ถ่ายทอดนโยบายจากส่วนกลางสู่พื้นที่ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ทั้งนี้ กสทช. เน้นย้ำในการสร้างทักษะดิจิทัล และสร้างสมรรถนะพลเมืองดิจิทัล เพื่อเป็นเกราะป้องกันมิจฉาชีพและปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกนำมาใช้เป็นช่องทางในการหลอกลวงประชาชน เพื่อให้กลไกเครือข่ายภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

ดร.ตรี บุญเจือ ผู้อำนวยการสำนักรับเรื่องร้องเรียนและคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคม ได้ชี้แจงว่า การจัดอบรมที่เกิดขึ้นนั้น สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ที่ 5 ของแผนแม่บทกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ 3 ที่มุ่งเน้นการยกระดับการคุ้มครองและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล นโยบายของ กสทช. ประจ าปี 2568 -2569 เน้นการส่งเสริมทักษะ Media, Information and Digital Literacy (MIDL) ให้ประชาชนรู้เท่าทันและปลอดภัยจากการใช้งาน โดยมีเนื้อหาสำคัญที่ตอบโจทย์สถานการณ์ปัจจุบันและอนาคต ทั้งการพัฒนาทักษะ Digital Literacy และสมรรถนะพลเมืองดิจิทัล เพื่อป้องกันตนเองจากมิจฉาชีพ, การสร้างความตระหนักรู้ที่เป็นประโยชน์และภัยจากการใช้งานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ต้องได้รับการคุ้มครองอย่างเข้มแข็งโดย สิทธิขั้นพื้นฐานเหล่านี้เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องได้รับ เช่น บริการที่มีคุณภาพตามที่โฆษณา, ข้อมูลค่าบริการที่ชัดเจนถูกต้อง, และสิทธิในการควบคุมค่าใช้จ่ายและการยกเลิกบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นร้อนอย่างการถูกเรียกเก็บ ค่าบริการเสริมที่ไม่สมัครใจ หรือ ปัญหาการโอนย้ายค่าย เป็นต้น

“ในยุคดิจิทัลนี้ ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น ปัญหาสื่อดิจิทัลหรือภัยออนไลน์อย่างข่าวปลอมและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน และการคุ้มครองสิทธิในด้านต่างๆ ตั้งแต่คุณภาพบริการไปจนถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ความสำเร็จของการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของเครือข่ายที่เข้มแข็ง ร่วมกับทุกภาคส่วน” ดร.ตรี กล่าว
กสทช. ถือว่าภารกิจนี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในยุคดิจิทัล โดยไม่เพียงแต่สร้างผู้นำเครือข่ายที่เข้มแข็งใน 5 ภูมิภาค แต่ยังขยายขอบเขตไปถึงการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเด็กและเยาวชน เพื่อให้ทุกคนได้รับการคุ้มครอง และสามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างปลอดภัยและยั่งยืน




