●…“เราต้องช่วยเดี๋ยวนี้ ไม่ใช่ช่วยทีหลัง ความเดือดร้อนของประชาชน นับเป็นเงินไม่ได้” ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำริแก้ปัญหาอุทกภัยกรุงเทพมหานคร ปี 2538
●…ปลุกทุกองคาพยพ กรูลงไปช่วยมหาภัยพิบัติหาดใหญ่ หลัง พล.อ.อ.สถิตย์พงษ์ สุขวิมล เลขาธิการพระราชวัง ร่วมประชุมแก้ปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ นั่งหัวโต๊ะคู่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ เชิญพระราชกระแสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้พระราชทานความช่วยเหลือทั้งหมดกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน พร้อมให้ระดมสรรพกำลังทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจและข้าราชการต่างๆ ได้นำเรือเข้าไปช่วยเหลือราษฎรให้ออกมาจากพื้นที่อันตรายไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย และให้จัดสรรเสบียง ทั้งอาหาร น้ำดื่ม ลงไป ทั้งกองทัพเรือกองทัพอากาศ และมหาดไทย ที่มีหน้าที่ดูแลประชาชนด้วยความรวดเร็วที่สุด พร้อมทรงชื่นชมจิตอาสาทั่วประเทศที่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจท่วมใต้รอบนี้ 9 จังหวัด กว่า 1.4 แสนล้านบาท เฉพาะสงขลามากสุด 7.5 หมื่นล้านบาท
●…พระมหากรุณาธิคุณ นายกฯอนุทิน เผยแพร่หนังสือสำนักพระราชวังผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใหญ่ราษฎรประสบเหตุอุทกภัยภาคใต้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม รับศพผู้เสียชีวิตจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ทุกราย ไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ พร้อมพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรทางการแพทย์ ร.พ.หาดใหญ่ และร.พ.สงขลานครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ทรงชื่นชมบุคลากรทางการแพทย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่และจิตอาสาผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคน ที่เสียสละอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือประชาชน และพระราชทานเงิน 100 ล้านบาท แก่ร.พ.หาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูและซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ทดแทนที่เสียหากนอกจากนี้ ได้พระราชทานอากาศยานไร้คนขับ สำหรับค้นหา ขนส่งอาหาร แก่กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้บรรเทาอุทกภัยภาคใต้ และบรรเทาสาธารณภัย
●…สรุปบทเรียน มหาวิปโภคเมืองหลวงภาคใต้ การเตือนภัยท้องถิ่นล่าช้า สื่อสารไปถึงประชาชนไม่ทันกาล ทำให้ชาวบ้านประเมินสถานการณ์ความรุนแรงไม่ได้ว่าขั้นไหน เคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง อพยพไม่ทัน มวลน้ำทะลักท่วม จาก “เรนบอมบ์” หลายลูก พื้นที่แอ่งกระทะรับน้ำทุกทิศทาง ระดับน้ำขึ้นไวมาก ครอบครัวที่มีผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก ออกจากที่พักลำบาก สิ่งกีดขวางรถยนต์จมน้ำมองไม่เห็น เรือกู้ภัยเข้าไม่ถึง ไฟฟ้าดับทั้งเมือง สัญญาณโทรศัพท์ล่ม จนมีเคสดำ ที่สลดใจ นายกฯอนุทินขอโทษ ยอมรับความผิดพลาด ทั้ง พ.ต.อ.ธรรมรัตน์ เพชรหนองชุม ผกก.หาดใหญ่ และ “เอก ยังอภัย ณ สงขลา” นายอำเภอหาดใหญ่ ถูกเด้ง เหตุทิ้งพื้นที่ ต่อมาให้นายอำเภอหาดใหญ่ออกจากราชการ แต่ความไม่พอใจการเมืองท้องถิ่น และระดับชาติไปไกล รอดูวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ประชาชนจะให้บทเรียนอย่างไร
●…กระแสธารน้ำใจ จากเพื่อนร่วมชาติหลั่งไหลช่วยเหลือชาวหาดใหญ่และพี่น้องชาวใต้ทั่วทุกสารทิศ แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจและความสามัคคีของคนไทยที่ไม่ทอดทิ้งกันในยามประสบภัย วัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวน เป็นหนึ่งในนั้น ส่งเรือท้องแบน 14 ลำ พร้อมเครื่องยนต์ 1 ลำ ขนยาสามัญประจำบ้าน ผ้าอ้อมเด็ก, ผู้ใหญ่ผ้าอนามัยสตรี ผ้าห่ม พาวเวอร์แบงก์พร้อมชุดชาร์จ มาม่าคัพ ชุดข้าวสาร ปลากระป๋อง น้ำดื่ม อาหารแมว, สุนัข ไปส่งให้ถึงมือผู้ประสบภัย หลายบ้านชมบอกว่า เรือบรรทุกของไปครบที่สุด ถามถึงอะไรมีหมดทุกอย่าง
●…เรียบร้อย ควิก บิ๊ก วิน ทันอายุรัฐบาล 4 เดือน ก.ตร.ตีกลับรายชื่อนายพลนอกวาระ 25 พ.ย. เหตุตำแหน่งว่างเพิ่ม จาก “3 พลัส” เป็น “6 พลัส” งอกเป็น 17 เก้าอี้ หลัง บิ๊กต่าย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ชงกลับมาให้ที่ประชุม ก.ตร.เคาะใหม่หลังจาก 3 วัน 28 พ.ย.ไฟเขียว พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา. ผช.ผบ.ตร. ขยับรองจเรตำรวจแห่งชาติ “บิ๊กโบ๋” พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบช.กมค. ขึ้น. ผช.ผบ.ตร. คนวงใน บิ๊กโบ๋ ใกล้ชิดนายกฯคนที่ 32 วันก่อนมานั่งประธาน ก.ตร.ครั้งแรก มีเรื่องเล่าขาน คนนั่งหัวโต๊ะเอ่ยขอ ก.ตร.ตร.เปิดตำแหน่งว่าง หลังมีว่าง 3 เก้าอี้ เว้ากันตรงๆ มาประชุมครั้งแรกอย่าให้เสียฟอร์ม กลับมือเปล่า งานนี้มีส้มหล่นหลายนาย ทั้ง พ.ต.อ.วุฒิชัย จันโทภาส รอง ผบก.ภ.จว.หนองคาย เป็น ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด, พ.ต.อ.พิชัย กิระวานิช รอง ผบก.ภ.จว.สงขลา เป็น ผบก.กค.ภ.8 พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน รอง ผบช.ภ.5 เป็น ผบช.กมค.
●… ลุ้นกันข้ามวันข้ามคืน กดจอมือถือจนนิ้วโป้งเจ็บ ถึงคิวบัญชีแต่งตั้งโยกย้าย ระดับรองผบก.-สว. จัดทัพวางขุน โคน อย่างตลบอบอวลกันทั่วประเทศ หลังบิ๊กต่าย เรียกเพื่อนร่วมรุ่น 41 มาสอบถามกระแสข่าวอื้ออึงโซเชี่ยล ช่วยปรามๆ ภาคอื่น ๆไปด้วย อย่าโฉ่งฉ่าง เพราะฉะนั้น ภาพรวมแต่ละบช.เป็นไปตามกฎก.ตร.แต่งตั้งโยกย้าย และพ.ร.บ.ตำรวจปี 2565 ไม่กล้าแหกกฎ เพราะบทเรียนเจ็บผ่านกันมาเยอะแล้ว แต่ถ้านายตำรวจรายใดเห็นว่าโดนรังแก มีหลักฐานชัดผู้บังคับบัญชาใช้อำนาจทางการปกครองไม่เป็นธรรม ยังมีก.พ.ค.ตร. พอจะเป็นที่พึ่งได้อยู่
●…สู่อิสรภาพ จากเหตุเแผ่นดินไหวกรุงเทพฯ 28 มี.ค. เสียหายหนักสุด ตึก สตง.ถล่ม แรงงานเสียชีวิต 95 ราย บาดเจ็บอื้อ นำไปสู่การจับกุมผู้เกี่ยวข้องสร้างตึก 23 ราย หนึ่งในนั้น เปรมชัย กรรณสูต เจ้าสัวอิตาเลียนไทย จำเลยทั้งหมดฝากขังและไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว เกรงยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน ต่อมาทีมทนายความได้ทยอยยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว กลุ่มวิศวกรได้ปล่อยไปก่อนหน้า ก่อนที่หัวเรือใหญ่แห่งอิตาเลียนไทยจะได้รับอิสรภาพ ภายหลังจากศาลเห็นว่าเจ้าตัวป่วยหลายโรค อีกทั้งเสี่ยงที่จะหลบหนีหรือไปยุ่งกับพยานหลักฐานอยู่ระดับปานกลาง จึงอนุญาตให้ติดกำไลอีเอ็มพร้อมทั้งห้ามออกนอกประเทศถ้าไม่ได้รับอนุญาต
●… ลุยปราบ รองจ๋อ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบด้านยาเสพติด เป็นตัวแทน บช.น.รับมอบโล่เชิดชูเกียรติผลงานปราบปรามยาเสพติดดีเด่นประจำปี 2568 จาก ผบ.ตร. ด้านการดำเนินคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด และคดีฟอกเงินมีมูลฐานจากยาเสพติด หลังทลายเครือข่ายยาบ้ายึด 10 ล้านเม็ด-ยาไอซ์ล็อตใหญ่ สัปดาห์ถัดมา พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. นำแถลงจับยาบ้า 5 ล้านเม็ด บรรทุกรถ 12 ล้อแบบกั้นคอกขนพืชผลการเกษตร จากลำปางวิ่งถนนสายรองลัดเลาะตามหมู่บ้านผิดสังเกต ตรวจค้นที่ถนนหน้า ม.มหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ อ.พยุหะคีรี จ.นคร สวรรค์ เจอยาบ้า 25 กระกสอบ ซุกกระสอบข้าวเหนียวอำพราง ผู้ต้องหารับสารภาพสิ้น
●…โดดเด่น ผลงานผู้ช่วย ผบ.ตร. “บิ๊กก้อง” พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ ร่วมประชุมรัฐมนตรี 6 ชาติ จีน เมียนมา ลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม เผยว่า. “สแกมเซ็นเตอร์” ภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงมิใช่เพียง “เครือข่ายอาชญากรรมข้ามพรมแดน” แต่ทำร้ายประชาชนทุกประเทศ ในเมื่อเป็นอาชญากรรมไม่มีพรมแดน ปราบปรามต้องไม่มีพรมแดนเช่นกัน เสนอตั้งทีม ฉก.ระหว่างประเทศร่วมมือกัน แต่ไฉน กัมพูชาทำแผนงานร่วม แต่ไม่ตรงไปตรงมา ชี้เป้าฐานสแกมเมอร์ไป 2 เป้าหมาย แต่เมื่อมีปฏิบัติการกลับรายงานมาเป้าเดียว ผลการปฏิบัติพบผู้ต้องหา 30 คน แต่ไม่มีคนไทย ดูแล้วยังล่าช้าและรายงานผลไม่เป็นไปตามความจริง
●…หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ยังพบข้อมูลอีกว่า บัญชีม้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเปิดมากกว่าทุกภาคในประเทศไทย ทั้งนี้อาจเนื่องจากฐานะความเป็นอยู่ ต้องเร่งสร้างความรับรู้ให้ประชาชนตระหนักถึงความผิดตามกฎหมาย ฝากเตือนประชาชนผู้เปิดบัญชีม้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนผู้จัดหาหรือ “คอกม้า” มีโทษหนักกว่า จำคุก 2-5 ปี ปรับ 200,000-500,000 บาท พร้อมขอให้พึงระลึกว่า “ค่าตอบแทนเล็กน้อยไม่คุ้มกับการถูกดำเนินคดี และเป็นฟันเฟืองให้เกิดอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายมหาศาล”

