หน้าแรก ในประเทศ กทม. ขอรัฐ-เอ...

กทม. ขอรัฐ-เอกชน WFH ช่วงฝุ่นทะลุเกณฑ์ ยัน ลุย ‘หลายมาตรการเข้ม’ ตลอดปี

3.12.25 | 14:24 น.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนธันวาคมถึงมีนาคมของทุกปี พื้นที่กรุงเทพมหานครจะประสบปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดฝุ่น PM2.5 มาจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่

1. ปัจจัยด้านสภาพอากาศในช่วงเวลาดังกล่าว มักเกิดภาวะอากาศปิดจากมวลอากาศเย็นกดทับ ส่งผลให้ฝุ่นที่มีอยู่ในอากาศถูกอัดแน่นมากขึ้น
2. ปัจจัยจากยานพาหนะ ส่วนใหญ่เกิดจากรถยนต์ดีเซลเก่าที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ ทำให้ปล่อยฝุ่นจำนวนมากสู่ท้องถนนและกระจายเข้าสู่บรรยากาศ
3. ปัจจัยจากการเผาชีวมวล เช่น การเผาในจังหวัดใกล้เคียง หรือในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีลมพัดพาเข้าสู่กรุงเทพมหานคร เมื่อทั้ง 3 ปัจจัยเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 สูงขึ้นถึง 90 มคก./ลบ.ม. อย่างไรก็ตาม แม้ว่ามีเพียง 2 ปัจจัย เช่น ในวันที่มีอากาศปิด และมลพิษจากรถยนต์ ยังส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 สูงถึง 60 มคก./ลบ.ม. ซึ่งอยู่ในระดับสีส้ม

กรุงเทพมหานคร จึงได้ดำเนินการเพิ่มเข้มข้นในหลายมาตรการที่ทำตลอดทั้งปี หนึ่งในมาตรการที่ดำเนินการคือการ Work From Home (WFH) ซึ่งในปี 2569 กรุงเทพมหานครได้เพิ่มแนวทางการ WFH โดยขอความร่วมมือและเป็นทางเลือกให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนร่วมดูแลอากาศสะอาด ดังนี้
1. WFH เมื่อกรุงเทพมหานครประกาศขอความร่วมมือ ภายใต้เงื่อนไข หากพบค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ในระดับสีส้ม (ค่า PM2.5 ตั้งแต่ 37.6 – 75.0 มคก./ลบ.ม.) จำนวน 35 เขตขึ้นไป (70% ของพื้นที่กรุงเทพฯ) อัตราการระบายอากาศ (VR) ไม่ดี คือ น้อยกว่า 2,000 ตารางเมตรต่อวินาที และพบจุดความร้อน (จุดเผา) เกินวันละ 80 จุด ติดต่อกัน 3 วัน
2. หน่วยงาน WFH อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน ระหว่างเดือนม.ค. 68 – มี.ค. 69 โดยสามารถรวบรวมรายละเอียดจำนวนวันที่ WFH จำนวนพนักงาน ระยะทาง และประเภทการเดินทางของพนักงาน เพื่อให้องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) คำนวณการลดคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าจากการลดการใช้เชื้อเพลิงของบริษัทหรือหน่วยงานได้

โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อปี 2568 กรุงเทพมหานคร ประกาศเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนร่วมลงทะเบียนเป็นเครือข่าย WFH ซึ่งมีหน่วยงานร่วมลงทะเบียนเป็นภาคีเครือข่าย 133 แห่ง โดยมีการประกาศขอความร่วมมือ WFH ระหว่างวันที่ 20 – 21 ม.ค. 68 และในปีนี้เพื่อเตรียมความพร้อมแก้ไขสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 จึงขอเชิญหน่วยงานภาครัฐเอกชนร่วมลงทะเบียนเป็นเครือข่าย WFH ตั้งเป้า 300,000 คน โดยสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://u.bangkok.go.th/WFH2569 ปัจจุบันมีหน่วยงานร่วมลงทะเบียนเป็นภาคีเครือข่ายแล้ว 62 แห่ง

Advertisement

ทั้งนี้ นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า เพื่อบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ยกระดับการดำเนินตามมาตรการและแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2569 ดังนี้
1. เข้มงวดการตรวจบังคับสถานที่ก่อสร้างให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น การฉีดพ่นน้ำ ปิดคลุมบริเวณก่อสร้าง รวมถึงรถ 6 ล้อขึ้นไปที่เข้าไซต์ก่อสร้างต้องลงทะเบียน Green List ทั้งหมด
2. ตรวจสอบพื้นที่เผาขยะ เผาหญ้า โดยเฉพาะพื้นที่เผาซ้ำซาก หากพบให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
3. เข้มงวดการตรวจบังคับสถานประกอบกิจการที่เป็นแหล่งกำเนิดฝุ่น เช่น กิจการประเภทการผสมซีเมนต์ กิจการที่มีหม้อไอน้ำ หรือกิจการที่มีการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ปฏิบัติตามมาตรฐานการระบายมลพิษทางอากาศ
4. ห้ามจอดรถเด็ดขาดในถนนสายหลักและสายรอง เนื่องจากทำให้เกิดการจราจรติดขัด ส่งผลให้เกิดมลพิษสะสมในพื้นที่มากขึ้น
5. เพิ่มรอบการล้างถนนช่วงกลางคืนเพื่อลดการสะสมฝุ่นขนาดใหญ่ และป้องกันการฟุ้งกระจายกลับของฝุ่นสู่ผู้สัญจรบนถนน
6. แจ้งโรงเรียน ศูนย์เด็กเล็กก่อนวัยเรียนในพื้นที่งดกิจกรรมกลางแจ้งทุกประเภท และให้เด็กเล็กหรือกลุ่มเสี่ยงอยู่ในห้องปลอดฝุ่น พร้อมประชาสัมพันธ์สถานการณ์รวมถึงการปฏิบัติตัวให้ผู้ปกครองรับทราบ
7. ประชาสัมพันธ์ประชาชนให้ทราบ กรณีพบอาการผิดปกติ เช่น ตาแดง ผื่นคัน หายใจติดขัด สามารถโทรสายด่วนสุขภาพ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร โทร. 1646

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 และการประกาศ Work From Home ของกรุงเทพมหานคร ได้ที่กลุ่มไลน์ WFH BKK หรือกดติดตามเพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร หรือ สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. หรือ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2203 2951