หน้าแรก ในประเทศ รองผู้ว่าฯ กท...

รองผู้ว่าฯ กทม. ลุย ‘บางกระดี่’ เช็คอิน ซ. 35/1 เจอร้อง ‘พื้นที่รกร้าง-ลักลอบทิ้งขยะ’ พรึบ 23 จุด เร่งสืบหาเจ้าของให้ล้อมรั้ว

3.12.25 | 16:32 น.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดระเบียบในพื้นที่เขตบางขุนเทียน โดยในช่วงหนึ่งได้ตรวจมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 บริษัท จงสถิตย์ จำกัด ถนนบางขุนเทียน-ชายทะเล ซึ่งประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพประเภทฟอกย้อมกัดสีผ้า พิมพ์ผ้า และสิ่งทอ ปั่นด้าย กรอด้าย ทอผ้าด้วยเครื่องจักร ผลิตเส้นด้ายใยโพลีเอสเตอร์ กำลังเครื่องจักรโดยรวม 77,351 แรงม้า ลักษณะอาคารเป็นเอกเทศ พื้นที่ 8 ไร่ มีคนงาน 700 คน มีการใช้หม้อไอน้ำ (Boiler) 2 เครื่อง ในกระบวนการฟอกย้อม โดยใช้กะลาปาล์มเป็นเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ โรงงานได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันฝุ่น PM2.5 ที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้กำชับผู้ประกอบการให้ตรวจวัดค่าควันดำรถบรรทุกขนส่งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามรอบที่กำหนด นอกจากนี้เขตฯ ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตรวจสอบและควบคุมสถานประกอบการที่ก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ประเภทสถานประกอบการ/โรงงาน ประเภทแพลนท์ปูน/สถานที่ก่อสร้าง/ควันดำในสถานที่ต้นทาง พร้อมทั้งรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับฝุ่น PM2.5 ควบคุมไม่ให้ปล่อยมลพิษในอากาศเกินค่ามาตรฐานที่กฎหมาย
จากนั้น นายจักกพันธุ์ เยี่ยมชมต้นแบบการคัดแยกขยะ ตลาดกรีนเวลท์ ถนนพระรามที่ 2 ซึ่งเป็นตลาดขายผักผลไม้ สินค้าอุปโภคบริโภค ผู้ใช้บริการ 10,000 บาท/เดือน ซึ่งเจ้าหน้าที่ของตลาดรวบรวมและคัดแยกขยะแต่ละประเภทก่อนใส่ในภาชนะรองรับมูลฝอยขนาด 8 ลบ.ม. บริเวณจุดพักขยะด้านท้ายของตลาด เขตฯ จัดเก็บขยะทุกวัน ส่วนลังโฟม ส่งให้สถานประกอบการเอกชน ตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้สีขาว ส่งเกษตรกร จ.นครราชสีมา เพาะชำกล้าไม้ ตะกร้าพลาสติกใส่ผลไม้สีดำและสีอื่น ๆ ส่งเกษตรกร จ.ชลบุรี เพาะเห็ดนางฟ้า

สำหรับปริมาณขยะก่อนคัดแยกและหลังคัดแยก ดังนี้ ขยะทั่วไปก่อนคัดแยก 59,400 กิโลกรัม/เดือน หลังคัดแยก 28,500 กิโลกรัม/เดือน ขยะรีไซเคิลหลังคัดแยก 125 กิโลกรัม/เดือน ขยะอินทรีย์หลังคัดแยก 30,770 กิโลกรัม/เดือน ขยะอันตรายหลังคัดแยก 5 กิโลกรัม/เดือน
นอกจากนี้ นายจักกพันธุ์ เข้าตรวจสอบพื้นที่รกร้างและการลักลอบทิ้งขยะ บริเวณซอยบางกระดี่ 35/1 ซึ่งเขตฯ ได้รับการร้องเรียนเรื่องการลักลอบทิ้งขยะ จากการสำรวจในพื้นที่เขตฯ พบว่ามีพื้นที่รกร้างและมีการลักลอบทิ้งขยะ 23 จุด ดำเนินการแก้ไขแล้ว 16 จุด
ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้เขตฯ ปฏิบัติตามหนังสือสั่งการของสำนักเทศกิจ ดำเนินการตามข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ พัฒนาทำความสะอาดจัดเก็บขยะให้เรียบร้อย ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์ห้ามทิ้งขยะ สืบหาเจ้าของอาคารให้ดำเนินการล้อมรั้วโดยรอบให้มิดชิด ฝ่ายรายได้สำรวจการใช้ประโยชน์จากที่ดิน หากไม่มีการใช้ประโยชน์หรือปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าให้จัดเก็บภาษีตามอัตราที่กำหนด รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกตรวจพื้นที่เป็นประจำ ป้องกันการลักลอบนำเศษวัสดุจากสิ่งปลูกสร้างมาทิ้งในพื้นที่ดังกล่าว

Advertisement

ต่อมา นายจักกพันธุ์ ตรวจจุดติดตั้งกล้อง CCTV จับภาพอัจฉริยะผ่านระบบ BMA AI CAMERA บริเวณปากซอยบางกระดี่ 2 ซึ่งเขตฯ มีจุดติดตั้งกล้อง CCTV จำนวน 4 จุด ได้แก่ 1.หน้าตลาดพิบูลย์วิทย์ 4 ถนนพระรามที่ 2 2.ปากซอยบางขุนเทียน 16 ถนนบางขุนเทียน 3.ฝั่งตรงข้ามบางกระดี่ซอย 4 4.ป้ายรถประจำทางปากซอยบางกระดี่ 2 เพื่อตรวจจับผู้กระทำความผิดขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า กวดขันวินัยจราจรเปรียบเทียบปรับแก่ผู้ฝ่าฝืนนำรถยนต์ขึ้นมาจอดหรือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า บังคับการตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย พ.ศ.2565

ทั้งนี้ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับเป็นพินัยไม่เกิน 5,000 บาท ซึ่งเขตฯ ได้ติดป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งเตือน ตั้งวางแผงเหล็กป้องกันรถจักรยานยนต์ขึ้นมาบนทางเท้า ส่วนการจัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะ ปัจจุบันเขตฯ มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะในพื้นที่ 108 วิน ผู้ขับขี่ 2,932 คน มีวินรถจักรยานยนต์สาธารณะที่มีศักยภาพเพื่อพัฒนาให้เป็นวินต้นแบบ 22 วิน

ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มอบหมายให้เขตฯ จัดระเบียบวินรถจักรยานยนต์สาธารณะให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ตรวจตามแบบประเมินวินรถจักรยานยนต์สาธารณะอย่างต่อเนื่อง เน้นย้ำผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์สาธารณะให้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด รวมถึงตรวจสอบจำนวนผู้ขับขี่ในแต่ละวิน จัดทำข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ตรวจสอบในพื้นที่ไม่ให้มีการแยกไปตั้งวินย่อยอย่างเด็ดขาด