เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ต.ท.วันชาติ ปราบงูเหลือม รอง ผกก.(สอบสวน) สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณตลาดสดคลองเตย หน้าร้านน้องแบงค์ ไก่สด เลขที่ 29/14 ตรงข้ามศาลเจ้าพ่อมังกรเขียว ถนนรัชดาภิเษก แขวงและเขตคลองเตย รุดไปพร้อม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. พล.ต.ต.มงคล วรุณโณ ผบก.น.5 พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ ตำรวจ กก.สส.บก.น.5 กก.สส.3บก.สส.บช.น. ฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารต่อเติมสูงชั้นเดียวบริเวณหน้าร้านดังกล่าว ประกอบกิจการขายไก่สด พบกองเลือดขนาดใหญ่ มีถ้วยชามเศษอาหารหล่นพื้นกระจัดกระจาย ตรวจสอบในร้านพบหัวกระสุนไม่ทราบขนาดฝังอยู่ที่กำแพงร้านใต้ชั้นวางของ เจ้าหน้าที่จึงนำเชือกสายโปลิศไลน์ พร้อมทั้งรั้วแผงเหล็กมาปิดกั้นพื้นที่ ห้ามบุคคลไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังด้านใน ทั้งนี้ทราบว่าชาวบ้านนำผู้บาดเจ็บเป็นชาย 3 ราย ส่งโรงพยาบาลเทพธารินทร์ 2 ราย ทราบชื่อ นายมนตรี หรือแบงค์ พลเขตร์ เจ้าของร้านดังกล่าว ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโม่ขนาด .38 เข้าที่หัวไหล่ซ้าย2นัด และนายณัฐวิชช์ เกษมณี ถูกยิงด้วยอาวุธชนิดเดียวกันเข้าที่มือซ้าย ส่วน นายพิริยะพงษ์ หรือโด้ ไม่ทราบนามสกุล บาดเจ็บเล็กน้อย นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ไปก่อนหน้านี้แล้ว เบื้องต้นผู้บาดเจ็บทั้งหมดปลอดภัยพ้นขีดอันตราย แต่ยังคงอยู่ในความดูแลของแพทย์ ส่วนผู้ก่อเหตุหลังจากลงมือได้หลบหนีไป ทางตำรวจจึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนเจ้าของร้านข้างเคียง ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนายมนตรี พร้อมกลุ่มเพื่อน 4-5 คน นั่งดื่มสุรากันอยู่หน้าร้านดังกล่าว คนร้ายทราบชื่อภายหลังนายสัญญา สงวนนามสกุล เจ้าของร้านต้มเลือดหมู เดินมาที่หน้าร้านเกิดเหตุ เพื่อเก็บถ้วยชาม2ใบ ที่ฝ่ายผู้บาดเจ็บกินกันอยู่ แต่กลับถูกฝ่ายผู้บาดเจ็บต่อว่าและมีการชกต่อยกัน ฝ่ายคนร้ายสู้ไม่ไหว จึงกลับไปเอาอาวุธปืน ขนาด.38 ที่บ้านพักที่อยู่ในซอยท่าเรือ3 ห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง200เมตร จากนั้นได้กลับไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง ก่อนชักอาวุธปืนกระหน่ำยิงเข้าใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บ 5 นัด จนกลุ่มผู้บาดเจ็บล้มลงกองกับพื้น แล้วหลบหนีไป
ขณะที่ภรรยาผู้ก่อเหตุ ให้การว่า ตนและสามีจะเปิดร้านขายต้มเลือดหมู ตั้งแต่ 00.01น.จนถึงเวลา 08.00น. ของทุกวัน โดยนายมนตรี จะให้ลูกจ้างมาสั่งซื้อต้มเลือดหมู เวลา 04.00น. มากินและดื่มสุราด้วยเป็นประจำ ขณะเก็บชามทุกครั้งฝ่ายผู้บาดเจ็บจะพูดผิดหูเสมอ แต่วันนี้ตนรู้สึกว่ามีลางสังหรณ์ว่าจะมีเหตุร้าย แต่ไม่สามารถห้ามสามีได้ทัน
ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า มูลเหตุเกิดจากฝ่ายผู้บาดเจ็บเมาสุราจนมีปากเสียงกับคนร้าย และลงไม้ลงมือกัน คนร้ายสู้ไม่ได้จากนั้นฝ่ายคนร้ายจึงนำอาวุธปืนมายิงจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ทั้งนี้เชื่อว่าคนร้ายไม่ใช่มืออาชีพ แต่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเตรียมออกหมายจับ อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้ก่อเหตุเข้ามอบตัว ตนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมแน่นอน อีกทั้งทางตำรวจยังคงส่งกำลังเร่งติดตามตัวตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้หลบหนี เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ต่อมาเวลา 15.20 น.ของวันเดียวกัน นางสุภาพร แซ่เตียว อายุ 52 ปี พร้อมญาติๆ ได้พาตัวนายสัญญา จันทร์เลิศธนา อายุ 53 ปี มือปืนที่ก่อเหตุยิงนายมนตรี หรือแบงค์ พร้อมพวกได้รับบาดเจ็บรวม 3 คน เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สมบัติ แก่นวิจิตร ผกก.สน.ท่าเรือ ที่ห้องฝ่ายสืบสวน สน.ท่าเรือ จึงควบคุมตัวไว้สอบปากคำ ในเบื้องต้นได้แจ้งข้อว่า ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต พยายามฆ่า,พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะ,ชุมชน,เมือง โดยไม่ได้รับอนุญาต ,ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะเดียวกันระหว่างทำการสอบปากคำผู้ต้องหาตำรวจก็ยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียด

