จากกรณีที่มีการแชร์ภาพกล้องวงจรปิดในโลกโซเชียล จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา โดยเหตุเกิดขึ้นภายในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ โดยชาย 2 คน บุกใช้ของมีคมแทงคู่อริตายคาห้องฉุกเฉิน ก่อนกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ที่ประตูทางเข้าของโรงพยาบาลสามารถบันทึกพฤติกรรมของ 2 คนร้ายเอาไว้ได้ ขณะวิ่งหลบหนีออกจากห้องฉุกเฉิน พากันซ้อนท้ายรถ จยย. หลบหนีไปนั้น
นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุขและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของผู้มารับบริการในสถานพยาบาล ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ป่วย ญาติ บุคลากรผู้ปฏิบัติงานและโรงพยาบาล ได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกแห่ง มีระบบการบริหารจัดการความปลอดภัยและบริหารความเสี่ยงของโรงพยาบาล เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ญาติ รวมทั้งบุคลากรผู้ปฎิบัติงานทุกคน
“ขณะนี้โรงพยาบาลในสังกัดทุกแห่ง ได้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยที่กระทรวงฯกำหนด โดยเฉพาะโรงพยาบาลขนาดใหญ่ ที่มีผู้ป่วย ผู้มารับบริการจำนวนมาก จุดเสี่ยง ที่เกิดเหตุไม่พึงประสงค์บ่อยครั้งคือ ห้องฉุกเฉิน ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดเสี่ยง เพิ่มเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำหน้าห้อง รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่คัดกรองการเข้าออก-เข้าของผู้ป่วยและญาติอย่างไรก็ตาม แม้จะมีระบบรักษาความปลอดภัย แต่เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ก็ยังเกิดขึ้น ล่าสุดคือเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายผู้ป่วยในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ จนทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่กระทบต่อขวัญกำลังใจของผู้ป่วย ผู้มารับบริการ รวมทั้งเจ้าหน้าที่” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว
รองปลัดสธ.กล่าวว่า ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีก ได้กำชับให้โรงพยาบาลทุกแห่ง เพิ่มระบบรักษาความปลอดภัย ตรวจสอบการทำงานของกล้องวงจรปิด การเพิ่มเวรยามรักษาความปลอดภัย ขอความร่วมมือฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ร่วมดูแลโรงพยาบาล การกำหนดให้โรงพยาบาลเป็นเขตปลอดอาวุธ และที่สำคัญคือการสื่อสารขอความร่วมมือกับประชาชนผู้มารับบริการ ช่วยกันสอดส่องดูแลความปลอดภัย เพราะโรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งเป็นของประชาชนคนไทยทุกคน

