จากกรณีเรืออากาศโทหญิง พญ.นิจชา รุทธพิชัยรักษ์ อายุ 30 ปี แพทย์ รพ.รัฐแห่งหนึ่ง พร้อมผู้เสียหายกว่า 10 คน จากหลากหลายอาชีพ อาทิ แพทย์ วิศวกร ทหาร พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และอาจารย์มหาวิทยาลัย รวมตัวกันเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ปอศ. ให้เอาผิดกับ ว่าที่นาวาตรีหญิง พญ.พรรณรัตน์ จันทรมณี แพทย์ รพ.รัฐแห่งหนึ่ง นายอภิวัฒน์ หรือโจ้ อัครเดชช์ และนายปริญญา หรือโอม บุรัสการ หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนในบริษัท วี สยาม เอเจนซี่ จำกัด และบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด แต่กลับไม่ได้รับผลตอบแทนทุกเดือนตามที่กล่าวอ้าง เมื่อทวงถามกลับถูกบ่ายเบี่ยงอ้างว่าบัญชีถูกอายัดและไม่สามารถติดต่อได้
ล่าสุด เมื่อเวลา 15.45 น. วันที่ 3 พฤษภาคม พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ปภัชเดช เกตุพันธ์ รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.พุฑฒิพงศ์ มุสิกูล รอง ผบก.ปอศ. พ.ต.อ.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผกก.5 บก.ปอศ. พ.ต.ท.พรศักดิ์ พิทยารัตน์ รอง ผกก.5 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายปริญญา หรือโอม บุรัสการ เจ้าของบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด ผู้ต้องหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
พ.ต.อ.ปภัชเดช กล่าวว่า มีกลุ่มผู้เสียหายจากการถูกหลอกลวงให้ลงทุนธุรกิจการท่องเที่ยวในลักษณะแชร์ลูกโซ่ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ปอศ. ให้ดำเนินคดีกับนายปริญญา เจ้าของบริษัท ไนซ์ เดย์ ทราเวล จำกัด พร้อมพวก ได้ดำเนินธุรกิจรับจองที่พักโรงแรมธุรกิจน้ำดื่มไอวี่ รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจอื่นๆโดยระดมทุนจากเพื่อนสมาชิกที่รู้จักกันสมัยเรียนมัธยมและมหาวิทยาลัยที่ตนเองเคยศึกษาอยู่ 250 ราย แต่ละรายจะนำเงินมาลงทุนประมาณ1ล้านบาท โดยอ้างว่ามีค่าตอบแทน6-15เปอร์เซ็นต์ต่อเดือน จ่ายเงินปันผลทุกๆ30วัน
พ.ต.อ.ปภัชเดช กล่าวต่อว่า ต่อมาประมาณปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นายปริญญา ได้แจ้งกับสมาชิกทุกคนว่าจะปิดบริษัท เพราะเริ่มหมดสัญญากับเอเจนซี่ทัวร์ และจะคืนเงินลงทุนทั้งหมดให้สมาชิก แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงกำหนด สมาชิกไม่ได้รับเงินคืนตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง เมื่อสอบถามนายปริญญาอ้างว่า ได้นำเงินของสมาชิกไปลงทุนต่อกับนายโจ้ ในธุรกิจการรับจองโรงแรมเช่นเดียวกัน และนายโจ้ ได้นำเงินที่ได้ลงทุนหลบหนีไป แต่ทางกลุ่มผู้เสียหายไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างของนายปริญญา จึงติดตามทวงถามเงินที่ลงทุนไป จนกระทั่งพบว่านายปริญญา ได้ปิดบริษัทและหลบหนีไป รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 250 ล้านบาท หลังผู้เสียหายรวมตัวเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ปอศ. จึงสืบสวนจนทราบว่านายปริญญา พักอาศัยอยู่ในเขต อ.เมือง จ.นครปฐม จึงได้จัดกำลังฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่กดดันจนกระทั่งนายปริญญา ตัดสินในเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
สอบสวนนายปริญญา ให้การปฏิเสธและไม่ขอให้การใดๆ โดยจะขอให้การในชั้นศาล เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พร้อมกับประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เนื่องจากความผิดดังกล่าวเข้าข่ายการฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

