สอบเค้น5แม่เล้า-พ่อเล้า 4ชม. ปฏิเสธทุกข้อหา แฉ”ลุงพัน”กอ.รมน.อาสาช่วยคดี อ้างรู้จักรองผวจ.

3.05.17 | 19:27 น.

จากกรณีนางน้ำเพชร (สงวนนามสกุล) ร้องเรียนว่าลูกสาวและหลานสาวถูก ด.ต. สภ.น้ำเพียงดิน จ.แม่ฮ่องสอน บังคับให้ขายบริการ นอกจากนี้ยังมีข้าราชการและนายตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้องในการซื้อบริการเด็ก ก่อนที่ต่อมาจะมีการออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน อาทิ น.ส.ปิยะวรรณ หรือเมย์ สุขมา น.ส.ปิยะทัสน์ หรือฟ้า เทียนสุวรรณ และ ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ กระทั่งเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดเอาไว้ได้เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา ขณะที่ต่อมาตำรวจ บช.ภ.5 ออกหมายจับตำรวจ สภ.กองก๋อยอีก 3 คน ตลอดจนปคม.ขออนุมัติหมายจับพ่อเล้าและแม่เล้าอีก5คน มีนายมงคล เกียรติภักดีพงศ์ หรือ แป๊ะ อายุ 30 ปี น.ส.ปัทมพร อิ่นแก้ว หรือ อึ่ง อายุ 31 ปี น.ส.กนกวรรณ รัตนภักดี หรือละม่อม อายุ 22 ปี น.ส.ขวัญหทัย หรือตั๊ก ฤกษ์อุดม อายุ 39 ปี และน.ส.กัลยา วุฒิคุณ หรือจอย อายุ 40 ปี กระทั่งสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่2พฤษภาคมที่ผ่านา

ล่าสุดเมื่อเวลา13.00 น. วันที่3 พฤษภาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เจ้าหน้าที่ตำรวจปคม. ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับคดีค้าประเวณี เด็กสาวในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน 5 ราย ประกอบด้วย นายมงคล น.ส.ปัทมพร น.ส.กนกวรรณ น.ส.ขวัญหทัย และน.ส.กัลยา มาสอบปากคำที่ ตร. โดยมี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพรามณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) สอบปากคำด้วยตนเอง ใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ได้นำตัวมารดาของเหยื่อมาชี้ตัวผู้ต้องหาทั้ง5รายด้วย

ต่อมาเวลา 17.30 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวภายหลังสอบปากคำว่า คดีดังกล่าว สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน รับคดีไว้36คดี จับกุมผู้ต้องหาได้3คน ส่วนปคม. มี1คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 คน ส่วนกรณีจะนำเหยื่อเข้าเครื่องจับเท็จเป็นเพียงวิธีการอย่างหนึ่งทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์คำให้การก่อนหน้านั้น กรณีที่กระแสข่าวว่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นเกิดจากความขัดแย้งของตำรวจ2กลุ่มนั้น เรื่องนี้ไม่ทราบ เมื่อมีการร้องทุกข์กล่าวโทษก็ต้องสืบสวนสอบ ส่วนกรณีที่พนักงานสอบสวนขออนุมัติหมายจับ6คนแต่ศาลไม่อนุมัติ นั้น ได้สั่งให้พนักงานสอบสวนออกเป็นหมายเรียกแทน เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นมานาน และกำหนดให้ทั้ง6นาย มาพบพนักงานสอบสวนในวันที่5พฤษภาคมที่จะถึงนี้ ตามขั้นตอนเมื่อมารับทราบข้อกล่าวหาจะต้องให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยใน6คนนี้มี ตำรวจ5นายครู1นาย ยศสูงสุดคือพ.ต.ท. โดยเร็วๆนี้จะเตรียมรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะในพื้นที่ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน มี33 คดี แต่ดำเนินการได้เพียง3รายเท่านั้น สำหรับผู้ต้องหาที่สอบปากคำในวันนี้จะปฏิเสธหรือไม่ ไม่มีผลต่อสำนวนคดี การปฏิเสธเป็นสิทธิที่สามารถทำได้

รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า จากที่ดูข้อมูลเบื้องต้นคล้ายกับว่ามีความพยายามช่วยเหลือ จึงสั่งการให้ตรวจสอบประเด็นนี้หากพบว่ามีอีกคนพยายามช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการนี้ จะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้านมารดาเหยื่อ กล่าวว่า ตนรู้จักผู้หญิงทั้ง4คนที่นำมาสอบในวันนี้ แต่นายมงคล ตนไม่รู้จัก สำหรับผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยังคงยืนยันว่าเคยใช้บริการเด็ก โดยติดต่อผ่านแม่เล้าชื่อฟ้าที่ถูกจับไปก่อนหน้านั้น ช่วงเกิดเหตุช่วงปลายเดือนกันยายนช่วงที่มีจัดเลี้ยงก่อนรับตำแหน่ง ระหว่างสำรวจพื้นที่ก่อนมารับตำแหน่ง ซึ่ง4คนนี้จะพาเด็กไปขายบริการ โดยตำรวจติดต่อผ่านทางแม่เล้า พ่อเล้า 6 คน รวมเมย์กับฟ้าด้วย นอกจากนี้ยังมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อที่ยังไม่ออกมาเรียกกว่า 20 คน ซึ่งตนก็ไม่ทราบ ส่วนผู้มีอิทธิพลในพื้นที่มากดดันหรือไม่นั้นตนไม่ขอตอบ

Advertisement

ขณะที่ น.ส.กัลยา วุฒิคุณ หรือจอย กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการค้าประเวณี ไม่รู้จักกับดาบยุทธ ไม่เคยมีโทรศัพท์ เฟซบุ๊ก ไลน์ รู้จักกลุ่มเด็กบางคนแต่ไม่เคยพาไปขายตัว ส่วนแก๊งนกฮูก ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่พอเห็นภาพแก๊งนกฮูกรู้เพียงว่าเป็นเด็กจากที่อื่น ส่วนมารดาผู้เสียหายตนรู้จักแต่ไม่สนิท เพราะเคยนำรถไปจำนำ กับอดีตสามีของหญิงคนนี้ แล้วลูกสาวที่เป็นเหยื่อก็เป็นคนไปกดเอทีเอ็มนำเงินมาให้ ส่วนเด็กที่เป็นเหยื่ออีกคน รู้จักกันในฐานะของเด็กรุ่นเดียวกับลูกสาวที่ไปมาหาสู่ที่ร้านเสริมสวยของตน มากินข้าวด้วยกันเป็นประจำ เคยให้ยืมเงินไป150บาท แต่ไม่สนิทสนม เพราะตนเปิดร้านเสริมสวย แต่รู้จักฝน ที่ถูกจับก่อนหน้านี้ หลังจากมีข่าวแพร่สะพัดในสังคมออนไลน์กล่าวหาพวกตนว่าเป็นแม่เล้าจึงไปยืนยันในความบริสุทธิ์ และก่อนหน้านั้นตนกับพวกไปแจ้งความไว้ที่ศูนย์ดำรงธรรม เนื่องจากได้รับความเสียหาย และมีพี่คนหนึ่งซึ่งไม่ทราบว่ามีตำแหน่งอะไรในศูนย์ดำรงธรรมเป็นผู้เดินเรื่องพาไปแจ้งร้องทุกข์ ไปติดต่อกอ.รมน. ยืนยันอีกครั้งว่าตนไม่เคยเกี่ยวข้องกับเรื่องค้าประเวณีเป็นคนหาเช้ากินค่ำมีหนี้สินทำงานใช้หนี้ไปวันๆ แล้วขอถามว่าท้ายที่สุดแล้วถ้าตนไม่ได้มีความผิดจริงๆใครจะมารับผิดชอบครอบครัว ตอนนี้ธุรกิจร้านเสริมสวยก็ทำไม่ได้ไม่มีคนมาใช้บริการ แล้วชีวิตจากนี้ใครจะรับผิดชอบ

ด้านนายมงคล กล่าวว่า ทำงานเป็นลูกจ้างทั่วไปของแขวงการทางแม่ฮ่องสอน แต่ทำหน้าที่ทำงานทั่วไปอยู่ในป่าอยู่ในดอยนานๆครั้งจึงจะเข้ามาในเมือง ไม่เคยรู้เห็นการค้าประเวณีไม่เคยจัดเด็กดูแล นายในแขวงการทางแต่อย่างใด เรื่องนี้จะต้องยืนยันความบริสุทธิ์ว่าตนไม่เกี่ยวข้องถูกกล่าวหาทั้งที่ไม่มีความผิด ไม่รู้จักดาบยุทธ(ด.ต.ยุทธชัย ทองชาติ)ไม่เคยส่งเด็กให้ใคร หรือข้าราชการคนใดทั้งสิ้น

ขณะที่นางสาวปัทมพร กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เคยรู้เห็นเกี่ยวข้องกับการค้าประเวณี แต่ยอมรับว่ารู้จักกับนางสาวฟ้า ที่ถูกจับกลุ่มไปก่อนหน้านี้ และรู้ว่าฟ้ารู้จักกับบุตรสาวของผู้ร้องทุกข์ในเรื่องนี้ ต้นมีอาชีพรับจ้างทั่วไปใครให้ทำอะไรก็ทำไปเรื่อยๆ แต่หลังจากมีเรื่อง ได้รับการติดต่อจากลุงพันเป็นเพื่อนกินเหล้า แต่ไม่เคยรู้จักหน้าที่การงานเรียกแต่ว่าลุงพัน นำข้อมูลการสนทนาใน LINE ของลุงพัน กับแม่ของเหยื่อมาให้ โดยลุงพันบอกว่า เห็นข้อมูลกล่าวหาว่าตนและพวกเป็นแม่เล้าในพื้นที่จ.แม่ฮ่องสอน จึงอยากจะช่วยเหลือ สอบถามข้อเท็จจริงระหว่างที่ลุงพันพยายามติดต่อตนนั้นก็ถูกแม่ของเหยื่อสวมรอยคุยแทน อ้างว่าเป็นตน แต่ยืนยันว่าไม่รู้จักกับลุงพันเป็นการส่วนตัว เชื่อว่าคงไม่ได้จะช่วยเกี่ยวกับเรื่องผลของคดี แต่เป็นการสอบถามกันเฉยๆโดยได้นัดเจอกับลุงพัน ที่ธนโชติรีสอร์ทในอ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อนำข้อมูลการสนทนาที่ถูกสวมรอยมาเป็นหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นนางสาวจอยและนางสาวอึ่ง ได้นำข้อมูลการสนทนาของลุงพันกับมารดาเหยื่อมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและสื่อมวลชน ทำให้มารดานำข้อมูลการสนทนาใน LINE อันเดียวกัน ที่สนทนากับลุงพันแล้วสวมรอยเป็นนางสาวอึ่ง มาแสดงเช่นกัน โดยอ้างว่าในการสนทนาชายที่ชื่อลุงพันได้กล่าวอ้างว่าจะ รู้จักกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดคนหนึ่ง มีหน้าที่กำกับดูแลกอ.รมน. และเกี่ยวข้องกับการสอบสวนเรื่องนี้มีอำนาจเสนอใช้มาตรา 44 จัดการเรื่องนี้ได้ และในการสนทนาคล้ายพยายามจะช่วยเหลือกลุ่มแม่เล้า ทั้งนี้หลังจากมีการนำข้อมูลมาเปิดเผยพล.ต.อ.ศรีวราห์ สั่งปคม.ให้ตรวจสอบประเด็นชายที่ชื่อลุงพันว่าเป็นใครมีความพยายามเข้ามาช่วยเหลือกลุ่มผู้ต้องหาและผู้เกี่ยวข้องหรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวของเหยื่อมาเข้าเครื่องจับเท็จ ที่กองพิสูจน์หลักฐานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อยืนยันคำให้การว่าตรงกับที่ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนหน้านี้หรือไม่ ส่วนผู้ต้องหาทั้ง5ราย คาดว่าวันที่4พฤษภาคม จะนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาต่อไป